Virtual Run เทรนด์วิ่งสมัยใหม่

Virtual Run เทรนด์วิ่งสมัยใหม่

Virtual Run เทรนด์วิ่งสมัยใหม่

Virtual Run เทรนด์วิ่งสมัยใหม่

Virtual Run เทรนด์วิ่งสมัยใหม่

ความจริง Virtual Run หรือถ้าแปลตรงตัว คือ การวิ่งแบบเสมือนจริง มีมาตั้งแต่ก่อนช่วงโควิดระบาดแล้ว แต่ด้วยสถานการณ์ตอนนี้ทำให้เป็นที่นิยมมากขึ้น

Virtual Run คือ ?

Virtual Run คือการแข่งวิ่งที่ผู้เข้าร่วมต้องลงทะเบียนออนไลน์ ก่อนจะออกไปวิ่งเพื่อทำระยะทางให้ถึงตามที่กำหนด โดยเลือกได้เองว่าจะวิ่งที่ไหน เมื่อไหร่ ก่อนจะอัพโหลดข้อมูลการวิ่ง

หรือเวลาที่ใช้วิ่งเสร็จสิ้น แล้วฝ่ายจัดจะส่งใบรับรองรวมทั้งเหรียญยืนยันการวิ่งสำเร็จมาให้

ข้อดีของการวิ่งแบบนี้คือ ช่วยขจัดอุปสรรคหลาย ๆ ด้าน ที่ขัดขวางไม่ให้ผู้คนเข้าร่วมการแข่งวิ่งแบบทั่วไป นักวิ่ง ลงแข่งได้ในเวลาที่ตัวเองต้องการ และในเส้นทางที่ตัวเองคุ้นเคย

นั่นหมายถึง Virtual Run ทำให้ไม่จำเป็นต้องเดินทาง และสามารถปรับให้ตรงกับตารางเวลาส่วนตัวของนักวิ่งแต่ละคนได้อีกด้วย

จะเข้าร่วม Virtual Run ยังไง ?

ด้วยรูปแบบที่เน้นออนไลน์อยู่แล้ว ดังนั้น การหารายการเข้าร่วมจึงไม่ใช่เรื่องยาก เพราะฝ่ายจัดต่างประเคนประชาสัมพันธ์ตามสื่อออนไลน์ หรือถ้าอยากตีวงให้แคบกว่านั้น

ก็สามารถเข้าไปสิงตามชุมชนนักวิ่งต่าง ๆ ที่จะแชร์มาให้เห็นอยู่เสมอ

ปัจจุบัน หลาย ๆ รายการ ไม่ใช่แค่การวิ่งเพื่อสุขภาพหรือผลการแข่งขัน แต่กลายเป็นการวิ่งเพื่อเหรียญรวมทั้งเสื้อที่ระลึกซึ่งออกแบบมาเฉพาะตามธีมของรายการนั้น ๆ

อย่างที่เราได้เห็นจากธีมการ์ตูน หรือภาพยนตร์ชื่อดังต่าง ๆ ดังนั้นนอกจากจะดึงดูดนักวิ่งแล้ว ยังล่อตาล่อใจแฟนคลับและนักสะสมอีกด้วย

วางแผน Virtual Run

ถึงแม้คุณจะสามารถเลือกระยะทาง, สถานที่ และช่วงเวลาที่จะวิ่งได้อย่างอิสระ แต่ก็มีปัจจัยหลายอย่างที่ต่างกับการวิ่งแบบทั่วไป นั่นก็คือไม่มีหน่วยพยาบาล, ห้องน้ำ, สัญลักษณ์บอกเส้นทาง,

ทีมช่วยเหลือทางการแพทย์ หรือแม้แต่เสียงจากนักวิ่งคนอื่น ๆ

ในการวิ่งแบบ Virtual Run คุณต้องบริหารจัดการทุกอย่างด้วยตัวเอง ดังนั้นต้องวางแผนให้ดี โดยมีคำแนะนำดังนี้

 

1. เลือกเส้นทางที่คุ้นเคย

การเลือกเส้นทางที่คุ้นเคยคือสิ่งที่สมเหตุสมผล เมื่อคิดจากการที่ต้องวิ่งคนเดียว บางคนอาจเลือกเส้นทางรอบ ๆ บ้าน ซึ่งสามารถใช้เป็นจุดพักได้

2. ทำให้แน่ใจว่าเก็บระยะทางได้ถูกต้อง

ไม่มีอะไรน่าเซ็งไปกว่า การวิ่งไปถึงเส้นชัยแล้วพบว่าคำนวนระยะทางผิดพลาด เพราะฉะนั้นจงใช้ตัวช่วยให้มากที่สุด ทั้ง กูเกิลแม็ป หรือประวัติการวิ่งของตัวเอง

เพื่อวัดเส้นทางการวิ่งให้เที่ยงตรงที่สุด นอกจากนั้นการมีนาฬิกา GPS ดี ๆ สักเรือน ก็มีความสำคัญเช่นกัน เพราะไม่มีใครมาคอยวัดว่าคุณวิ่งไปได้ไกลแค่ไหนแล้วนั่นเอง

3. วางแผนเรื่องโภชนาการและน้ำดื่ม

เหมือนกับการแข่งวิ่งทั่วไป คุณจำเป็นต้องวางแผนด้านโภชนาการและการดื่มน้ำให้ดีที่สุด ในช่วงซ้อมให้เอาไว้เลยว่าจะกินอะไร และบ่อยแค่ไหน

ซึ่งหนึ่งในข้อดีของ Virtual Run คือ คุณเลือกของที่จะนำมาเติมพลังงานให้ตัวเองได้ตามใจชอบ

4. หากองหนุน

การมีผู้ช่วยจัดว่ามีความสำคัญเช่นกัน ซึ่งอาจจะเป็นแฟน, เพื่อนวิ่ง หรือสมาชิกในครอบครัว แต่ขอให้เป็นคนที่พึ่งพาได้ และทำอะไรอย่างเป็นระบบ เพราะเขาต้องมาคอยติดตามผล,

เตรียมพร้อมให้ความช่วยเหลือตลอดเวลารวมทั้งกรณีที่นอกเหนือไปจากแผนที่วางเอาไว้

นั่นก็คือคำแนะนำเบื้องต้น แต่ยังมีบางอย่างที่ควรจะจำไว้ให้ขึ้นใจ นั่นก็คือ Virtual Run เป็นการแข่งกับตัวเอง คุณไม่มีคู่แข่ง, กองเชียร์ และบรรยากาศที่จะมาคอยปลุกเร้าไฟในการแข่งขัน

ดังนั้นคุณต้องคอยกระตุ้นตัวเองให้วิ่งตามเป้าหมายที่วางเอาไว้

 

ขณะเดียวกันหากเลือกที่จะวิ่งคนเดียว อย่าลืมเรื่องความปลอดภัย แจ้งทีมงานหรือคนใกล้ชิดว่าตัวเองอยู่ที่ไหน และหมั่นส่งข้อความติดต่ออยู่เสมอ

ส่วนเรื่องการวิ่งให้กำหนดแผนความเร็วที่เหมาะสม และพยายามรักษาระดับเอาไว้จนถึงเส้นชัย

 

อย่างสุดท้ายคือเลือกช่วงเวลาที่ลงตัว การวิ่งแบบ Virtual Run ทำให้คุณสามารถวางแผนให้เข้ากับตารางการซ้อมและตารางเวลาส่วนตัวได้

ดังนั้นเมื่อมีอาการบาดเจ็บเกิดขึ้นก็ควรหยุดพัก ไม่จำเป็นต้องฝืน และอีกอย่างหนึ่ง เราไม่จำเป็นต้องตื่นตั้งแต่เช้ามืดเพื่อไปแข่งวิ่งอีกด้วย

About the Author

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

You may also like these

PowerFul By Rufeo