rugby football

rugby football

rugby football

rugby football

rugby football

 

รักบี้ฟุตบอล  หรือเรียกย่อกันว่า รักบี้ เป็นกีฬาชนิดหนึ่งถือกำเนิดขึ้นจากโรงเรียนรักบี้ (Rugby School) ในเมืองรักบี้ ในเขตวอร์วิกเชียร์ ประเทศอังกฤษ เริ่มต้นจาก ในปี ค.ศ. 1826 ขณะนั้นเป็นการแข่งขัน ฟุตบอล ภายในของโรงเรียนรักบี้ ซึ่งตั้งอยู่ ณ เมืองรักบี้ ประเทศอังกฤษ ผู้เล่นคนหนึ่งชื่อ วิลเลียม เวบบ์ เอลลิส (William Webb Ellis)  ได้ทำผิดกติกาการแข่งขันที่วางไว้ โดยวิ่งอุ้มลูกบอลซึ่งตัวเขาเองไม่ได้เป็นผู้เล่นในตำแหน่งผู้รักษาประตู และได้วิ่งอุ้มลูกบอลไปจนถึงเส้นประตูฝ่ายตรงข้าม เขาจะจงใจหรือไม่ก็ตามแต่ แต่การเล่นที่นอกลู่นอกทางของเขาได้เป็นที่พูดถึงอย่างแพร่หลาย ในหมู่ผู้เล่นและผู้ดูจนแพร่กระจายไปตามโรงเรียนต่างๆในอังกฤษ โดยเฉพาะในหมู่นักเรียนของโรงเรียนเคมบริดจ์ ได้นำเอาวิธีการเล่นของ นายเอลลีส ไปจัดการแข่งขันโดยเรียกชื่อเกมชนิดใหม่นี้ว่า รักบี้เกมส์ (Rugby Games) ภายหลังจากนั้นก็เป็นที่นิยมเล่นกันมากขึ้น ทั้งได้มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขการเล่นเรื่อยมาในประเทศอังกฤษ ในปี ค.ศ. 1823

รักบี้ฟุตบอลยังเป็นต้นกำเนิดของกีฬาอเมริกันฟุตบอลและคะเนเดียนฟุตบอลด้วย

หากนึกถึงกีฬาที่ไม่ได้ถึงกับใช้ความรุนแรงแต่เน้นเรื่องของการเข้าปะทะของร่างกาย กีฬา รักบี้ถือเป็นกีฬาอันดับต้นๆ ที่คนทั่วไปนึกถึงเลยก็ว่าได้ นึกถึงพื้นฐานของกีฬาชนิดนี้ที่คนต้องเข้าปะทะกันทำให้เรามักเห็นนักกีฬารักบี้ตัวใหญ่ ตัวโตกันแบบล่ำบึ้กไปเลย ถือเป็นกีฬาอีกชนิดที่ได้รับความนิยมไม่น้อย แม้อาจไม่ได้เทียบเท่ากับกีฬามหาชนอย่างฟุตบอล บาสเกตบอล แต่ก็นับว่าน่าสนใจในการเล่นไม่น้อย

ประวัติกีฬารักบี้

รักบี้ฟุตบอลหรือที่เรียกกันง่ายๆ ว่า รักบี้ เป็นกีฬาประเภทหนึ่งที่มีต้นกำเนิดมาจากโรงเรียนรักบี้ ตั้งอยู่ในเมืองรักบี้ เขตวอร์วิกเชียร์ อังกฤษ มีการเริ่มเล่นกีฬาชนิดนี้เป็นครั้งแรกเมื่อปี 1826 โดยตอนนั้นเป็นการแข่งขันกีฬาฟุตบอลภายในของโรงเรียนรักบี้ มีผู้เล่นคนหนึ่งชื่อว่า วิลเลี่ยม เว็บบ์ เอลลิส ทำผิดกฎการแข่งขันที่วางเอาไว้นั่นคือการอุ้มลูกบอลแล้ววิ่งไปข้างหน้าทั้งๆ ที่ตัวเขาเองไม่ได้อยู่ในตำแหน่งผู้รักษาประตูที่ใช้มือเล่นได้แถมยังวิ่งตรงไปจนถึงประตูฝ่ายตรงข้าม ไม่รู้ว่าการกระทำของเขานั้นจงใจหรือไม่แต่หลังเหตุการณ์ดังกล่าวสิ่งนี้ถูกพูดถึงในวงกว้าง กระทั่งการกระทำที่ว่าค่อยๆ แพร่หลายไปในหลายโรงเรียนของอังกฤษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบรรดาเด็กนักเรียนจากเคมบริดจ์ ได้นำเอาวิธีการเล่น ของเอลลิสไปจัดการแข่งขันใหม่เสียเลยพร้อมให้ชื่อกีฬาที่จัดการแข่งขันนี้ว่า รักบี้เกมส์ หลังจากนั้นกีฬารักบี้จึงค่อยๆ ได้รับความนิยมมากขึ้น มีการเปลี่ยนแปลงกฎกติกา เพื่อให้เหมาะสมเรื่อยมา พร้อมกันนี้รักบี้ยังถือเป็นกีฬา ต้นกำเนิดของอเมริกันฟุตบอล และแคนาเดียนฟุตบอลด้วย

กติกาพื้นฐานการเล่นรักบี้

  • ขนาดสนามไม่เกิน 100 ม. กว้างไม่เกิน 70 ม. เขตประตูยาวไม่เกิน 22 ม.
  • ลูกบอลมีลักษณะรูปไข่ประกอบกันด้วยวัสดุ 4 ชิ้น ยาว 280 – 300 มม. วัสดุทำจากหนังหรือวัสดุสังเคราะห์คล้ายหนังง่ายต่อการโยนส่งและรับลูก
  • มีผู้เล่นฝั่งละ 15 คน อนุญาตให้มีน้อยกว่าได้แต่ต้องมีผู้เล่นในสกรัมอย่างน้อย 5 คน ตลอดเกม หากมีผู้เล่นบาดเจ็บ จะเปลี่ยนได้ชั่วคราวแต่กรณีเปลี่ยนถาวรจะกลับไปลงเล่นไม่ได้อีก
  • เวลาในการแข่งขันแต่ละเกมต้องไม่เกิน 80 นาที บวกกับเวลาพิเศษหรือเวลาที่เสียไป แบ่งเป็น 2 ครึ่ง ครึ่งละ 40 นาทีไม่เกิน เวลาพักครึ่งไม่เกิน 10 นาที เวลาพิเศษของการเล่นรวมแล้วอาจมากกว่า 80 นาที
  • เตะลูกกึ่งกลางสนามไปให้ถึงเส้น 10 ม. ของฝ่ายตรงข้ามเมื่อตอนเริ่มครึ่งแรกและครึ่งหลัง วิธีเล่นในสนามคือเล่นด้วยการจับลูก วิ่งพร้อมลูก ส่งลูกให้คนอื่นเล่น ส่งลูกด้วยการเตะลูก แย่งลูก จับคู่ต่อสู้ สกรัม รัค แถวทุ่ม มอล เอาลูกวางเขตประตูฝ่ายตรงข้าม แต่การเล่นต้องห้ามผิดกติกา หากฝ่ายไหนทำคะแนนได้อีกฝ่ายจะมาตั้งเตะลูกใหม่ หากฝ่ายเริ่มเตะเข้าไปยังเส้น 10 ม. ฝ่ายตรงข้ามแล้วฝ่ายรับไม่เอาลูกออกมาเล่นโดยการกดลูกในเขตประตูตนเอง ให้ทำสกรัมกลางสนามแล้วฝ่ายตรงข้ามใส่ลูกสกรัม
  • หากวางทรัยได้ 5 คะแนน เตะลูกเข้าประตูหลังการวางทรัยได้อีก 2 คะแนน ถือว่าได้ 1 ประตู เตะลูกโทษเข้าได้ 3 คะแนน เตะลูกพร้อมดร็อปคิกได้ 3 คะแนน แต่ถ้าเตะลูกฟรีคิกแม้ยิงเข้าก็ไม่ได้คะแนน

ประโยชน์ที่ได้จากการเล่นรักบี้

  • ได้ความแข็งแกร่งไปแบบเต็มๆ เนื่องจากการเล่นกีฬาประเภทนี้ต้องอาศัยความแข็งแกร่งของคนเล่นสูงมาก หากใครไม่มีความแข็งแกร่งมากพอคงยากหากคิดประสบความสำเร็จดังที่ตั้งใจเอาไว้
  • มีปฏิภาณไหวพริบในการคิดแบบรวดเร็ว ว่าควรต้องเลือกส่งหรือทำอย่างไรเพื่อโอกาสในการเข้าถึงประตูฝ่ายตรงข้ามมากที่สุด
  • รู้จักการเล่นเป็นทีม เพราะรักบี้แม้ร่างกายแข็งแกร่งมากขนาดไหนทว่ามันไม่สามารถเอาชนะได้ด้วยตัวคนเพียงคนเดียวแน่นอน ดังนั้นต้องเกิดความสามัคคีซึ่งกันจึงจะทำให้การเล่นกีฬาชนิดนี้ประสบความสำเร็จ
  • ได้เพื่อนใหม่ ได้เจอกับคนที่ยังไม่คุ้นเคยหากว่าได้เล่นในการแข่งขันบ่อยๆ
  • ฝึกความอดทน เพราะรักบี้นอกจากพละกำลังที่ต้องดีแล้วยังต้องอดทนต่อการเจ็บหรือความรุนแรงบางอย่างที่คาดไม่ถึงด้วย หากผ่านไปได้จะยิ่งอดทนมากขึ้น

 

ทุกวันนี้ หลายคนเริ่มหันมาสนใจการออกกำลังกายเพิ่มมากขึ้นรวมไปถึงการรับประทานอาหาร ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ทั้งนี้ก็มีอีกหลายคนที่เริ่มต้นการออกกำลังกาย ด้วยการเล่นกีฬา ซึ่งการปลูกฝังในเรื่องการรักสุขภาพตั้งแต่เด็กๆ ย่อมส่งผลดีต่ออนาคต

โดยวันนี้อยากจะนำเสนออีก 1 ทางเลือกของเด็กๆทั้งหลายในเรื่องกีฬารักบี้

 

กีฬารักบี้ช่วยให้เด็กพัฒนาความมั่นใจทั้งในและนอกสนาม

กีฬารักบี้เป็นกีฬา ที่ยอดเยี่ยมสำหรับเด็กด้วยเหตุผลหลายประการ มันช่วยปรับปรุงสมรรถภาพร่างกายของพวกเขาเช่นเดียวกับทักษะทางกายภาพอื่นๆ แต่นั่นไม่ใช่ทั้งหมด นอกจากนี้ยังสามารถเป็นผู้สนับสนุนความเชื่อมั่นที่เหลือเชื่อและเป็นวิธีที่ดีสำหรับเด็ก ๆ ในการเรียนรู้บทเรียนที่สำคัญที่พวกเขาจะจำได้ตลอดชีวิต

 

สมรรถภาพทางกายและทักษะทางกายภาพ

การเล่นรักบี้ ช่วยให้เด็กพัฒนาสมรรถภาพร่างกาย และนี่เป็นปัญหาที่สำคัญมากขึ้นสำหรับเด็ก และผู้ปกครองทั่วโลก เด็กทั่วไปไม่ได้กระตือรือร้นเหมือนเด็กรุ่นก่อนๆ และการเล่นรักบี้เป็นวิธีที่ดีในการแก้ไขปัญหานี้ สิ่งสำคัญเช่นเดียวกับเด็กที่อายุน้อยกว่า พวกเขาเริ่มมีส่วนร่วมในการเล่นกีฬายิ่งพวกเขามีแนวโน้มที่จะรักษาระดับการออกกำลังกาย ที่ดีต่อสุขภาพเมื่ออายุมากขึ้น ประโยชน์ทางกายภาพของการเล่นรักบี้เป็นมากกว่าความฟิต เกมอย่างรักบี้เหมาะสำหรับการช่วยให้เด็กๆ มีความกระตือรือร้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออายุมากขึ้น แต่มันก็เป็นวิธีที่ยอดเยี่ยม สำหรับพวกเขาในการพัฒนาทักษะทางร่างกายที่จำเป็น เช่น การประสานมือและตา ความยืดหยุ่น ความแข็งแกร่งและความอดทน รักบี้เป็นกีฬามีภาระหน้าที่ และการผสมผสาน ระหว่างทักษะและเทคนิคที่เกมต้องการนั้น มีความสำคัญสำหรับเด็กที่มีสุขภาพดีในการพัฒนา

 

เด็กๆ ได้อะไรจากการเล่นรักบี้

เป็นไปไม่ได้ที่จะประเมินค่าผลประโยชน์ จากการเล่นรักบี้ สำหรับเด็กมากเกินไปและในขณะที่ผลประโยชน์ ทางกายภาพมีความสำคัญบางครั้งประโยชน์ ทางด้านจิตใจและจิตใจก็ยิ่งมาก เด็ก ๆสามารถเรียนรู้การสื่อสารที่มีค่า และทักษะระหว่างบุคคล และบทเรียนชีวิตและสามารถเรียนรู้เกี่ยวกับตัวเองได้เช่นกันกีฬารักบี้ มีกฎการเล่นที่ชัดเจน นั่นหมายถึงเด็กเรียนรู้เกี่ยวกับความสำคัญของการเล่นตามกฎและเกี่ยวกับศีลธรรม จริยธรรมและการเล่นที่ยุติธรรม รักบี้ช่วยให้เด็ก ๆ ท้าทายตัวเอง เมื่อเด็กเรียนรู้คุณค่าของการตั้งเป้าหมายและท้าทายตัวเองมันจะช่วยให้พวกเขาประสบความสำเร็จในชีวิต
กีฬารักบี้ ช่วยให้เด็กเรียนรู้ทักษะทางสังคม เด็กที่เล่นกีฬาเป็นทีมเช่นรักบี้ได้เรียนรู้ ทักษะทางสังคมที่สำคัญทั้งการเล่นกีฬาและการเล่นที่เป็นธรรม การร่วมมือและจิตวิญญาณของทีมซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการพัฒนาความสัมพันธ์ที่ดีต่อสุขภาพ และประสบความสำเร็จในโรงเรียนและที่ทำงาน

กีฬารักบี้ มีองค์ประกอบเชิงกลยุทธ์ที่ช่วยให้เด็กเรียนรู้การแก้ปัญหา ไม่เพียงแค่นั้น แต่การเล่นรักบี้และกีฬาทางยุทธวิธีอื่น ๆ ช่วยปรับปรุงสมาธิและทักษะการวิเคราะห์  ประโยชน์ของกีฬารักบี้สำหรับเด็กไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น เด็ก ๆ ที่เล่นรักบี้สามารถได้รับประโยชน์จากความภาคภูมิใจในตนเองและความมั่นใจที่ดีขึ้น เช่นนี้เด็กที่มีความกระฉับกระเฉงทางร่างกายมี โอกาสน้อยที่จะมีความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพจิตเช่นความวิตกกังวล เมื่อพวกเขายังคงออกกำลังกาย ในฐานะผู้ใหญ่พวกเขาก็มีโอกาสน้อยที่จะได้รับผลกระทบจากภาวะซึมเศร้า และความผิดปกติทางอารมณ์อื่น ๆ เช่นกัน

กีฬารักบี้ส่งเสริมความภาคภูมิใจและความมั่นใจในตนเอง การเรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ นั้นยอดเยี่ยมสำหรับเด็ก ๆ ทุกคน แต่มันจะมีประโยชน์มากสำหรับผู้ที่ไม่เก่งด้านวิชาการเพราะมันจะทำให้พวกเขามีโอกาสใหม่ในการค้นหาสิ่งที่พวกเขาหลงใหล

 

เด็กที่เคลื่อนไหวร่างกายมักจะมีภาพลักษณ์ที่ดีขึ้น เมื่อเด็กเข้าใจร่างกายของพวกเขาเป็นสิ่งที่ช่วยให้พวกเขาเคลื่อนไหวเล่นและสนุกสนานพวกเขามุ่งเน้นที่ลักษณะทางกายภาพน้อยลง สิ่งนี้จะช่วยปรับปรุงภาพลักษณ์และความนับถือตนเอง

การเล่นรักบี้ช่วยให้เด็กเรียนรู้เกี่ยวกับการแข่งขัน การแข่งขันนั้นดีต่อสุขภาพ แต่เด็ก ๆ หลายคนไม่ได้เรียนรู้เกี่ยวกับความสนุกในการแข่งขัน การเล่นรักบี้เป็นวิธีที่ดีในการสอนเด็ก ๆ ว่าการแข่งขันเป็นเรื่องดีเมื่อเข้าหาด้วยความรู้สึกของทีมและมุ่งเน้นไปที่การเล่นที่ยุติธรรม

 

กีฬารักบี้สามารถช่วยให้เด็กเรียนรู้เกี่ยวกับบุคลิกภาพของตนเอง เด็กทุกคนแตกต่างกันและนี่เป็นเรื่องจริงในสนามเด็กเล่นและทุกที่ในชีวิต การค้นพบสไตล์การเล่นรักบี้ของตัวเองจะช่วยให้เด็กเรียนรู้ว่าพวกเขาเป็นใคร

เด็ก ๆ ที่เรียนรู้การเล่นกีฬาเป็นทีม เช่น รักบี้ ได้รับประโยชน์ในหลาย ๆ ทางและน่าแปลกใจที่มันมักจะเป็นทักษะทางด้านจิตใจและจิตใจที่พวกเขาเรียนรู้ว่ามีประโยชน์มากกว่าในระยะยาว มันเป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการสอนทักษะเด็ก ๆ ว่าพวกเขาจะใช้ชีวิตทั้งชีวิตของพวกเขาและพวกเขาก็มีความสนุกสนาน

 

About the Author

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

You may also like these

PowerFul By Rufeo