FC Bayern München

FC Bayern München

FC Bayern München

FC Bayern München

FC Bayern München

 

สโมสรฟุตบอลไบเอิร์นมิวนิก หรือ ไบเอิร์นมึนเชิน อยู่ที่นครมิวนิก รัฐไบเอิร์น เป็นสโมสรใน ประเทศเยอรมนี และเป็นสโมสรฟุตบอลที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในเยอรมนี อาทิเช่น แชมป์บุนเดิสลีกา มาครองได้มากสูงถึง30 สมัย แชมป์สโมสรฟุตบอลโลก 4 สมัย ยูโรเปียนคัพ ยูฟ่าแชมป์เปียนลีก 6 สมัยและยูฟ่าวินเนอร์คัพ ยูฟ่าคัพ อย่างละ 1สมัย ไบเอิร์นมิวนิก ก่อตั้งขึ้นภายในสโมสรกีฬายิมนาสติกของเมืองมิวนิกเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 1900 สมาคมฟุตบอลเยอรมัน มีมติห้ามไม่ให้นักฟุตบอลจากสโมสรที่กล่าวมาเข้าร่วมการแข่งขันทำให้นักเตะจำนวน 11

คนตัดสินใจออกจากสโมสร แล้วมาก่อตั้งสโมสรใหม่ในชื่อ สโมสรฟุตบอล ไบเอิร์นมิวนิก และเพียงไม่กี่เดือนหลังจากนั้นก็ทำให้ได้ถึงเข้าถึงรอบรองชนะเลิศ ในการแข่งขัน เซ้าท์ เยอรมัน แชมป์เปียนชิพ ฤดูกาล 1900-1901 ฤดูกาลถัดมาพวกเค้าก็ได้ถ้วยรางวัลในรายการท้องถิ่นปี 1910-1911 สโมสรได้เข้าร่วมก่อตั้งลีกใหม่ของรัฐไบเอิร์นคือ เครียส์ลีกา แล้วยังได้แชมป์ในฤดูกาลแรก

หลังจากนั้นก็ไม่ได้แชมป์อีกเลย จนกระทั่งช่วงเกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 ขึ้น

การแข่งขันทุกอย่างก็หยุดชะงักลง หลังสงครามจบลงทางทีมที่ได้แชมป์ในระดับภูมิภาคหลายครั้ง ก่อนจะได้แชมป์ เซ้าท์ เยอรมัน แชมป์เปียนชิพ ในปี 1926 และทำได้อีกครั้งใน 2 ปีต่อมา ได้แชมป์ระดับชาติครั้งแรกในปี 1932 เมื่อโค้ช ริชาร์ด คอห์น นำทีมเอาชนะ

ไอน์ทรัคท์ฟรังค์ฟวร์ท 2-0 ในรายการชิงแชมป์เยอรมัน ภายหลังการกำเนิดลัทธินาซีขึ้น ทำให้ผู้จัดการทีม และผู้เล่นหลายราย ต้องหลบหนีออกจากประเทศ จนมีคำกล่าวว่า ไบเอิร์นมิวนิกคือทีมของคนยิวพอสงครามโลกจบลงไบเอิร์นได้เข้าร่วมการประชุมการก่อตั้งโอเบอร์ลีกา

โดยแบ่งลีกออกเป็น 5 ส่วน ในช่วงปี 1945-1963

พวกเค้าเปลี่ยนโค้ชถึง 13 คน หลังจากที่ แลนเดอร์ กลับจากการลี้ภัยสงครามในปี 1947 เค้าก็กลับมาเป็นประธานสโมสรอีกครั้ง สโมสรประสบปัญหาทางการเงินในปี1950 โรแบนด์ เอนเดลอร์ ได้หาเงินทุนมาสนับสนุนทีมเป็นเวลา 4 ปี โดยอยู่จนถึงปี ค.ศ.1951 ในปี 1955 สโมสรตกชั้นไปแข่งในโอเบอร์ลีกา ในฤดูกาลถัดไปจึง

สามารถคว้าแชมป์ DFB Pokal หลังเอาชนะทีม ฟอร์ทูน่าดุยเซลดอล์ฟ 1-0 ปี1963โอเบอร์ลีกาถูกรวมลีกเป็นลีกแห่งชาติแค่ลีกเดียว โดยคัดเอา 5 อันดับแรกจากตารางคะแนน ไบเอิร์นมิวนิก อยู่อันดับ 3 และ1860 มิวนิกเป็นแชมป์โอเบอร์ลีกา ทางสมาคมเห็นว่า 1 เมืองควรมีแค่ทีมเดียว จึงตัดสิทธิของไบเอิร์นมิวนิก ออกจากบุนเดิสลีกา อย่างไรก็ตาม 2 ปีให้หลัง ทีมก็เลื่อนชั้นสู่

บุนเดิสลีกาได้สำเร็จด้วย

การนำทีมของนักเตะระดับตำนานอย่าง ฟรันทซ์ เบ็คเคินเบาเออร์-เกร์ด มูลเล่อร์ และ เซฟฟ์ เมียเออร์ฤดูกาลแรกในการแข่งในระดับบุนเดิสลีกานั้นคว้าอันดับที่ 3 พร้อมแชมป์ DFB Pokal มาได้ทำให้ได้สิทธิลงแข่งในฟุตบอล ยูโรเปี้ยนคัพ วินเนอร์สคัพ และเป็นพวกเค้าที่คว้าแชมป์มาครองได้สำเร็จหลังเอาชนะทีม เรนเจอร์ ปี1967 แม้ทีม

จะได้แชมป์ DFB Pokal แต่ด้วยรูปแบบการเล่นที่ไม่ดี สโมสรเลยแต่ตั้ง บลังโก้ เซเบค เข้ามาเป็นโค้ชของทีม ด้วยรูปแบบการเล่นที่เน้นการบุก และความมีวินัยมากกว่าเดิม ทำให้พวกเค้าได้แชมป์ฟุตบอลลีก และฟุตบอลถ้วย ได้ในปี1969โดยเป็น 1 ใน 4 ทีมที่คว้า 2 แชมป์ได้ในปีเดียวกัน เหมือนทีม

โบรุสซีอาดอร์ทมุนท์,เอฟซี โคโลญน์,และแวร์เดอร์ เบรเมน โดยเซเบคใช้ผู้เล่นทั้งฤดูกาลแค่ 13 คนเท่านั้น ปี 1970 อูโด แลตเท็ก เข้ามาเป็นโค้ชต่อ เพียงแค่ 1 ปีเค้าก็นำทีมคว้าแชมป์

 

เข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ

ใช้สนามกีฬาโอลิมปิกนครมิวนิก เป็นนัดแรกโดยนัดนี้มีการถ่ายทอดสอดทางโทรทัศน์เป็นครั้งแรกอีกด้วย ทีมฟุตบอลยังเอาชนะทีม ชาล์เก้ 04 ไปได้ถึง 5-1 แล้วฤดูกาลนั้นแล้วยังคว้าแชมป์ 2 รายการในประเทศ แต่ที่สุดยอดกว่านั้นคือ ในปี 1974 ได้คว้าแชมป์ในรายการยูโรเปี้ยน คัพ โดยการชนะทีม อัตเลติโกเดมาดริด ถึง 4-0 หลังจากที่ปี 1967 เคยได้แชมป์ คัพวินเนอร์สคัพและเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ ในปี 1968 และ1972 แสดงให้เห็นว่าทีมมีพัฒนาการที่ดีเยี่ยม เป็นช่วง

ช่วงเวลาที่ทีมได้ประสบความสำเร็จมากมาย ปี 1975 ทีมไบเอิร์นป้องกันแชมป์ ยูโรเปี้ยน คัพ ได้สำเร็จเมื่อเอาชนะทีม ลีดส์ ยูไนเต็ด จากประตูของ รอธ และ มูลเลอร์ ถ้วยรางวัลสุดท้ายในยุคนี้คือ ถ้วยอินเตอร์คอนติเนนตอล คัพ ไปแพ้ให้กับสโมสรครูไซโร่ จากบราซิลทั้งสองนัด หลังจากนั้นสโมสรก็เข้าสู่ช่วงเปลี่ยนแปลงและไม่ได้แชมป์อะไรเลย ปี1977 ฟรันทซ์ เบ็คเคินเบาเออร์ ย้ายไปนิว ยอร์ค คอสมอส ปี1979 เซฟฟ์ และ อูลี โฮเนบ

ประกาศเลิกเล่นฟุตบอล เกร์ด มูลเลอร์ ย้ายไปร่วมทีม ฟอร์ท เลาว์เดอดาเล่หลังปี 1980 เป็นช่วงที่วุ่นวายทั้งในสนาม และปัญหา

ทางการเงิน ของทีมไบเอิร์นมิวนิก เพาล์ เบรท์เนอร์ และ คาร์ล เฮนส์ รูมเมนิกจ์ ช่วยให้ทีมได้แชมป์บุนเดิสลีกาปี 1980 และ 1981 จนได้รับชื่อทีมใหม่ว่า เอฟซี เบรท์เนอร์ หลังจากได้แชมป์

ปี1982 เบรท์เนอร์ประกาศเลิกเล่นฟุตบอล และสองปีหลังจากนั้นสโมสรก็ไม่ได้แชมป์ใดๆเลย จนอดีตโค้ชอย่าง อูโด เลตเทค เข้ามาคุมทีมอีกครั้ง ไบเอิร์นก็ได้แชมป์ DFB Pokal ในปี 1984 แล้วคว้าแชมป์บุนเดิสลีกา 5 ครั้ง จากการแข่งขัน 6 ฤดูกาลโดยได้สองแชมป์ในปี1986 และได้รองแชมป์ยูโรเปี้ยนคัพ

วันที่ 24 กรกฎาคม 2013 มีรายงานว่าทีมมีสมาชิกมากถึง 200,000 คน มากที่สุดในเยอรมันวันที่ 30 สิงหาคม 2013 ไบเอิร์นชนะการ

แข่งขันยูฟ่าซูเปอร์คัพเหนือเชลซีอีกครั้ง วันที่ 27 เมษายน 2014 สร้างสถิติทีมที่ไม่แพ้ใครตลอด 53 นัด และชนะในรายการยูฟ่าแชมป์เปียนลีก ติดต่อกันถึง 10 นัด วันที่ 31 ธันวาคม 2013 ได้แชมป์ ฟีฟ่าคลับ เวิลด์คลับ หลังเอาชนะทีม รายา คาซาบลังกา มาได้ 2-0 วันที่ 25 มีนาคม ทีมไบเอิร์นเองได้คว้าแชมป์บุนเดิสลีกา ในการแข่งนัดที่ 24 ก่อนจบฤดูกาลอีก 7 นัด ในตอนท้ายฤดูกาล 2015-2016 เปป กวาดิโอล่า ได้ลาออกเพื่อไปคุมทีม แมนเชสเตอร์ซิตี

About the Author

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

You may also like these

PowerFul By Rufeo