แมนยูติดโผสอง,ลิเวอร์พูลมีเอี่ยวหนึ่ง 6 กุนซืออังกฤษ ห่วยขั้นเทพล้มเหลวในต่างแดน

แมนยูติดโผสอง,ลิเวอร์พูลมีเอี่ยวหนึ่ง 6 กุนซืออังกฤษ ห่วยขั้นเทพล้มเหลวในต่างแดน

6 กุนซืออังกฤษ ห่วยขั้นเทพล้มเหลวในต่างแดน

แกเร็ธ เซาธ์เกต ยังไปได้สวยกับงาน 6 กุนซืออังกฤษ

และมันทำให้ใครหลายคนอดเซอร์ไพรส์ไม่ได้ที่อดีตกองหลังในวัย 51 ปีประสบความสำเร็จเกินคาดบนเส้นทางนี้

นับตั้งแต่ขยับฐานะจากนายใหญ่ทีมชาติชุดยู 21 ขึ้นมากุมบังเหียน สิงโตคำราม ชุดใหญ่ เซาธ์เกต พาทีมเข้าชิงชนะเลิศศึก ยูโร 2020 และเข้าถึงรอบตัดเชือก ฟุตบอลโลก ปี 2018

ด้วยบุคลิกที่ไร้จุดขาย และจับงานคุมทีม มิดเดิ้ลสโบรช์ มาแค่ชิ้นเดียวเท่านั้น จึงถือว่า เซาธ์เกต มาไกลเกินคาดแล้ว

อย่างไรก็ดี ส่วนใหญ่แล้วกุนซืออิงลิชมักสร้างชื่อในงานด้านนี้ไม่ได้โดยเฉพาะในลีกต่างแดนอันรวมถึงอดีตนักเตะดังทั้งหลายที่หันมาเอาดีกับงานผู้จัดการทีมก็มักล้มเหลวด้วยกันทั้งนั้น

นอกจาก เซาธ์เกต แล้ว นายใหญ่ชาวเมืองผู้ดีที่ได้รับการยอมรับยังมี รอย ฮ็อดจ์สัน , บ๊อบบี้ ร็อบสัน และ เทอร์รี่ เวนาเบิ้ลส์ รวมอยู่ในข่ายนี้

อย่างไรก็ดี ล่าสุดสื่ออิงลิชทำการวิเคราะห์ออกมาว่านี่คือ 6 ผู้จัดการทีมชาวอังกฤษที่มีผลงานเลวร้ายที่สุดในการรับงานกับลีกต่างแดน

 

– ฟิล เนวิลล์

อดีตกองหลัง แมนฯ ยูไนเต็ด และ เอฟเวอร์ตัน กำลังตกต่ำอย่างหนักกับงานคุมทีม อินเตอร์ ไมอามี่ ในลีกเมืองลุงแซม

ในฐานะเพื่อนสนิทของ เดวิด เบ็คแฮม เขาจึงหนีไม่พ้นโดนเมาท์ว่าได้งานชิ้นนี้เนื่องจากมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับเจ้าของร่วมสุดหล่อ

หากแต่จนป่านนี้แล้ว เนวิลล์ ผู้น้องยังไม่มีผลงานที่น่าประทับใจกับ อินเตอร์ ไมอามี่ เลยแม้แต่นิดเดียว

หลังเข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนม.ค.2021 เนวิลล์ ก็สร้างสถิติที่เลวร้ายที่สุดใน เมเจอร์ลีกซ็อคเกอร์ ขึ้นมาทันทีด้วยการพาทีมกำชัยได้แค่สองเกมจาก 12 เกมแรกของเขา

และในที่สุด ทีมลูกหนังของท่านประธาน เบ็คแฮม ก็จบซีซั่นในอันดับที่สี่จากท้ายตาราง อีสเทิร์น คอนเฟอเรนซ์ ภายใต้การกุมบังเหียนของนายใหญ่อิงลิช

มาถึงซีซั่นนี้ เนวิลล์ ก็ยังคุมทีมได้ไม่เอาอ่าวเช่นเดิมจากผลงานแพ้สาม เสมอหนึ่งจากสี่เกมแรก

เท่ากับว่าจากการคุมทีม 38 นัด เนวิลล์ พาทีมประสบกับความปราชัยมากกว่าครึ่งหนึ่งที่ทีมได้ลงสนาม มันจึงน่าสงสัยอย่างแรงว่าหากไม่สนิทกับ เบ็คแฮม เขาก็ไม่น่าจะรักษาเก้าอี้เอาไว้ได้นานขนาดนี้

 

– แกรี่ เนวิลล์

แฟนบอล คงจำกันได้ว่าก่อนที่ ฟิล จะกระเสือกกระสนกับงานคุมทีม แกรี่ พี่ชายก็มีผลงานในด้านนี้ไม่ต่างอะไรกับน้องชายร่วมสายโลหิตสักเท่าไหร่

ผ่านการอบรมหลักสูตรโค้ช ยูฟ่าโปรไลเซนซ์ เช่นเดียวกับน้องชาย และถูก รอย ฮ็อดจ์สัน ดึงไปเป็นทีมงานสตาฟฟ์ของทีมชาติ อังกฤษ เมื่อเดือนพ.ค.2012

กระทั่งเดือนธ.ค.2015 แกรี่ ก็ตกเป็นข่าวใหญ่เมื่อได้รับการแต่งตั้งให้คุมทีม บาเลนเซีย ทั้งๆที่ไม่มีประสบการณ์ และพูดภาษาสเปนไม่ได้

อย่างไรก็ดี มันเป็นเพราะ ฟิล น้องชายซึ่งมีความสนิทสนมกับ ปีเตอร์ ลิม เจ้าของทีมตราค้างคาวชาวสิงคโปร์เช่นกันถูกดึงไปเป็นสตาฟฟ์โค้ชของ นูโน่ เอสปิริโต้ ซานโต้ เมื่อเดือนก.ค.2015 ก่อนแล้ว และหลังจากกุนซือโปรตุกีสลาออกโดยมี โบโร่ ก้าวขึ้นมาคุมทีมชั่วคราว เนวิลล์ ผู้น้องก็ได้รับตำแหน่งดังกล่าวแทนในอีกสองวันต่อมา

จนในที่สุด เนวิลล์ ผู้พี่ก็ได้กุมบังเหียนทีมดังของลีกกระทิงดุ แต่พาทีมกำชัยในลีกไม่ได้เลยตลอดเก้านัดแรกของเขา

กระทั่งปลายเดือนมี.ค.2016 กุนซือชาวเมืองผู้ดีก็ถูกปลดหลังคุมทีมชนะในลีกแค่สามจาก 16 นัดโดย บาเลนเซีย รั้งอันดับ 14 ของตารางอยู่เหนือโซนตกชั้นแค่หกแต้ม

 

– โทนี่ อดัมส์

 

ในฐานะกองหลัง อาร์เซน่อล ผู้ยิ่งใหญ่ อดีตกัปตัน ปืนโต จึงได้รับการคาดหมายว่าจะประสบความสำเร็จในอาชีพกุนซือ

แต่แล้วเหตุการณ์กลับเป็นเช่นนั้นไม่ และมันเริ่มตั้งแต่ก้าวแรกของเขากับการคุมทีม วีคอมบ์

อดีตเซ็นเตอร์ฮาล์ฟร่างโย่งมีผลงานพาทีมชนะ 12 จากทั้งหมด 53 นัดซึ่งถือเป็นเปอร์เซนต์การพาทีมคว้าชัยชนะสูงที่สุดแล้วในอาชีพผู้จัดการทีมของเขา

ที่เป็นอย่างนั้นก็เพราะหลังเข้ารับตำแหน่งบิ๊กบอสทีม พอร์ทสมัธ ซึ่งเล่นอยู่ใน พรีเมียร์ลีก ขณะนั้น อดัมส์ คุมทีม ปอมปีย์ กำชัยได้แค่สี่จาก 22 นัด

ถัดจากนั้นอีกแปดปี อดัมส์ ก็มีโอกาสคุมทีมใน ลา ลีกา เช่นกันเมื่อเดือนเม.ย.2017 แต่เขาพาทีมแพ้เรียบวุธทั้งเจ็ดนัดโดย กรานาด้า มีอันต้องตกชั้นเป็นครั้งแรกในรอบหกปีด้วย

เมื่อเป็นอย่างนี้ อดัมส์ จึงโดนปลดตามระเบียบหลังจบซีซั่น และจนบัดนี้ก็ยังไม่มีทีมไหนว่าจ้างเขาไปกุมบังเหียนอีกเลย

 

– อลัน พาร์ดิว

 

ในข่ายนี้ ต้องยอมรับว่า พาร์ดิว คือกุนซือชาวอังกฤษที่มีสีสันมากที่สุด

และที่สำคัญ เขาผ่านงานคุมทีมมาแล้วกับหลายสโมสรอาทิ เรดดิ้ง , เวสต์แฮม , เซาธ์แฮมป์ตัน , นิวคาสเซิ่ล และ คริสตัล พาเลซ แต่อย่างดีที่สุดเป็นการพาทีมคว้าตำแหน่งรองแชมป์เท่านั้น

จวบจนปี 2019 เขาก็นึกอยากลิ้มลองความท้าทายในต่างแดนดูบ้างโดยรับงานคุมทีม เดน ฮาก ในลีกดัตช์

ว่าถึงกุนซืออังกฤษกับลีก ฮอลแลนด์ สตีฟ แม็คคลาเรน เคยสร้างชื่อพา เอฟซี ทเวนเต้ คว้าแชมป์ลีกได้เป็นสมัยแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสรในซีซั่น 2009/10

ขณะเดียวกัน บ๊อบบี้ ร็อบสัน ผู้ล่วงลับก็เคยพา พีเอสวี คว้าแชมป์ลีกสองสมัยติดต่อกันในซีซั่น 1990/91 และ 1991/92

ถึงอย่างนั้น พาร์ดิว ไม่อาจเดินตามรอยสองกุนซือร่วมชาติได้เนื่องจากเขาพาทีมชนะในลีกแค่นัดเดียวจากแปดนัดแรกก่อนที่ซีซั่นจะถูกโมฆะเนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19

ในช่วงนั้น ทีมของ พาร์ดิว อยู่ห่างจากโซนตกชั้นเจ็ดแต้มเท่านั้น เดน ฮาก จึงรอดตายโดยไม่ต้องลุ้นต่อสู้เพื่อการอยู่รอดในช่วงที่เหลือเนื่องจากการประกาศโมฆะทำให้ไม่มีทีมได้เลื่อนชั้น หรือตกชั้น

ขณะเดียวกัน เดน ฮาก ยังมีน้ำใจมอบโบนัสให้ พาร์ดิว 100,000 ปอนด์ด้วยเนื่องจากพวกเขายังอยู่ในลีกสูงสุดเป็นผลสำเร็จ แต่เขาปฏิเสธที่จะรับเอาไว้ ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะเห็นชอบถึงการยกเลิกสัญญา

 

– ร็อบบี้ ฟาวเลอร์

เส้นทางการจับงานโค้ชของอดีตกองหน้า ลิเวอร์พูล อาจไม่ถึงกับแย่ แต่มันออกจะแปลกประหลาดอยู่สักหน่อย

ในปี 2011 ฟาวเลอร์ เริ่มนับหนึ่งกับงานกุนซือด้วยการกุมบังเหียน เมืองทองยูไนเต็ด หลังจากเขาแขวนรองเท้ากับสโมสรในไทยลีกแห่งนี้

แต่ไม่นานเท่าไหร่ ทุกอย่างก็จบเห่เนื่องจากเขาพาทีมชนะแค่สี่จาก 13 นัด

กระทั่งปี 2014 มีข่าวแจ้งว่า ฟาวเลอร์ ยื่นใบสมัครเป็นกุนซือทีม ลีดส์ ยูไนเต็ด อดีตต้นสังกัดอีกแห่งของเขาด้วย แต่ก็ไม่ได้รับการพิจารณา จวบจนปี 2019 โอกาสจึงตกเป็นของเขาอีกครั้ง

บริสเบน รอร์ คือสโมสรใหม่ในลีกออสเตรเลียของ ฟาวเลอร์ และเขามีผลงานไม่เลวเลยกับการพาทีมกำชัยมากกว่าครึ่งหนึ่งจากการคุมทีมลงสนาม 24 นัด

อย่างไรเสีย มันยังไม่ดีพอที่จะทำให้เขาได้งานในบ้านเกิดอย่างที่หวัง อีกทั้ง ฟาวเลอร์ ตัดสินใจขอลาออกเพื่อกลับไปอยู่กับครอบครัวในเมืองผู้ดีเนื่องจากลีกจิงโจ้ถูกโควิด-19 เล่นงานเช่นกันจนต้องงดฟาดแข้งชั่วคราว

จากนั้น ตำนานทีม หงส์แดง ก็มุ่งหน้าสู่อินเดียไปรับบทกุนซือทีม  อีสต์ เบงกอล แต่ยังสร้างชื่อไม่สำเร็จเนื่องจากคุมทีมชนะแค่สามจาก 11 นัด

– ฟิล บราวน์

 

เป็นอีกรายที่เคยรับงานคุมทีมในลีกภารตะเมื่อเดือนธ.ค.2018 ในฐานะกุนซือทีม ปูเน่ ซิตี้ (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อมาเป็น ไฮเดราบัด)

หลังจากถูก สวินดอน ทาวน์ ปลดเมื่อหกสัปดาห์ก่อน บราวน์ ซึ่งเคยโด่งดังสมัยคุมทีม ฮัลล์ ซิตี้ ก็ย้ายไปร่วมสร้างสีสันให้กับลีกอินเดียเมื่อเดือนธ.ค.2018 เช่นเดียวกับคนดังของวงการลูกหนังในยุคนั้น

อย่างไรก็ดี เขามีผลงานชนะสาม เสมอสองจากหกนัด และเป็นเพราะสโมสรมีปัญหาทางด้านการเงิน หลังจากซีซั่นจบลงโดย ปูเน่ คว้าอันดับกลางตาราง ไฮเดราบัด จึงเข้ามาเทคโอเวอร์ ขณะที่ บราวน์ ได้รับการสนับสนุนทางด้านการเงินให้คว้านักเตะมาเสริมทัพ

กระทั่งซีซั่น 2019/20 เขาพาทีมชนะแค่นัดเดียวจาก 12 นัดแรก อยู่ห่างจากทีมบ๊วยหกแต้ม เขาจึงโดนปลดในเดือนม.ค.2020

หลังกลับสู่มาตุภูมิ บราวน์ ก็ได้งานคุมทีม เซาธ์เอนด์ เป็นหนที่สองเมื่อเดือนเม.ย.2021 ขณะที่ทีมเสี่ยงต่อการตกจาก ลีกทู ในช่วงที่เหลือโปรแกรมอีกหกนัดสุดท้าย

และในที่สุด บราวน์ ก็ไม่อาจช่วยทีมได้เนื่องจาก เซาธ์เอนด์ กระเด็นออกจากลีกอาชีพเป็นหนแรกนับตั้งแต่ปี 1920 ในนัดรองสุดท้ายของซีซั่น

ถึงอย่างนั้น ในเดือนมี.ค.2021 สโมสรตัดสินใจต่อสัญญาให้เขาสองปี แต่ไม่วายที่ เซาธ์เอนด์ ส่อแววหล่นชั้นลงไปอีก กระทั่งเดือนต.ค.เขาก็ถูกปลดจนได้โดยปัจจุบันเจ้าตัวได้รับงานคุมทีม บาร์โรว์ ซึ่งรั้งอันดับสี่จากท้ายตาราง ลีกทู มาตั้งแต่เดือนมี.ค.2022 โดยมีการเซ็นสัญญากันจนจบซีซั่นนี้

About the Author

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

You may also like these

PowerFul By Rufeo