5 อันดับทีมที่คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้เร็วที่สุด

5 อันดับทีมที่คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้เร็วที่สุด

5 อันดับทีมที่คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้เร็วที่สุด

5 อันดับทีมที่คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้เร็วที่สุด

5 อันดับทีมที่คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้เร็วที่สุด

หากพูดถึงฟอร์มของลิเวอร์พูล ฤดูกาลนี้ คงปฎิเสธยาก ว่าพวกเค้าทำผลงานได้อย่างน่าทึ่ง ลงเล่นไปแล้ว 29 นัด ชนะ 27 เสมอ 1 แพ้ 1 มี 82 คะแนน ต้องการอีกเพียง 6 คะแนน ก็จะการันตีการคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ทันที ซึ่งนอกจากจะเป็นการคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีกสมัยแรก และนั่นอาจเป็นการคว้าแชมป์ พรีเมียร์ที่เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์

แต่ดันโชคร้าย ถูกเบรคไว้โดยปัญหาไวรัส COVID-19 ที่มีผลกระทบมาถึง วงการฟุตบอล ในปัจจุบัน ซึ่งก็ยังไม่รู้ว่าจะหาทางออกกันยังไง โดยวันนี้เราจะมาย้อนความหลังถึง 5 อันดับแรกที่คว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ได้เร็วที่สุดกัน

อันดับ 5

เป็นทีม “ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล ในยุคที่เรียกได้ว่าเกรียงไกรที่สุด ทีมนึงในหน้าประวัติศาสตร์ ของฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนั้นเป็นฤดูกาล 2003-2004 ที่อาร์เซน่อลคว้าแชมป์ได้แบบ ไม่แพ้ใครเลยในฤดูกาล จวบจนถึงปัจจุบันก็ยังไม่มีใครทำได้ ทำให้ “ตำนานไร้พ่าย” ของปืนใหญ่ยังเป็นที่กล่าวถึง

โดยเฉพาะแฟนๆอาร์เซน่อลที่ยังเป็นทีมเดียวในพรีเมียร์ลีกที่ได้สัมผัสกับความรู้สึกเหล่านั้น ทางยอดทีมจากลอนดอน คว้าแชมป์ได้ในวันที่ 25 เมษายน หลังจากที่บุกไปเสมอกับ “ไก่เดือยทอง” ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 2-2 ในขณะที่ยังเหลือเกมให้เล่นอีก 4 เกม จบฤดูกาลด้วยผลงาน ชนะ 26 เสมอ 12 แพ้ 0 เก็บได้ 90 คะแนน

อันดับ 4

เป็นของปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในฤดูกาล 1999-2000 ในปีนั้นแมนยู สามารถต่อยอดความสำเร็จ จากการคว้าถึง 3 แชมป์มาในปีก่อนหน้านั้น ซึ่งทาง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สามารถคว้าแชมป์ได้ในวันที่ 22 เมษายน โดยในเกมนั้นเปิดบ้านเอาชนะ เซาแธมป์ตัน ได้ 3-1 คว้าแชมป์ในขณะที่ยังเหลือโปรแกรมอีก 4 นัด ทำผลงาน ชนะ 28 เสมอ 7 แพ้ 3 เก็บได้ 91 คะแนน

อันดับ 3

ก็ยังเป็นของทัพปีศาจแดงเช่นเดิม เกิดขึ้นในฤดูกาล 2012-2013 ซึ่งเป็นฤดูกาลสุดท้ายของ บรมกุนซืออย่าง เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน กับทีมอีกด้วย โดยในเกมที่พวกเขาสามารถการันตีการคว้าแชมป์ได้ 100% เกิดในวันที่ 22 เมษายน เช่นเดียวกัน และเป็นทาง โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ที่ทำแฮตทริคได้ ในเกมเปิดบ้านเอาชนะ แอสตัน วิลล่า ไป 3-0 ทั้งๆที่ยังมีโปรแกรมให้เล่นอีก 4 นัดเช่นเดียวกัน

และนั่นยังเป็นครั้งสุดท้ายที่ปีศาจแดง คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้อีกด้วย ปีนั้นแมนยูทำผลงาน ชนะ 28 เสมอ 5 แพ้ 5 มี 89 คะแนน

อันดับ 2

สลับไปเป็นฝั่งเพื่อนร่วมเมืองกันบ้าง โดยเป็นทาง “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ภายใต้การนำของกุนซือ เป๊ป กวาดิโอล่า ผงาดคว้าแชมป์อย่างยิ่งใหญ่ในฤดูกาล 2017-2018 โดยเก็บได้ถึง 100 คะแนน มากที่สุดในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก ซึ่งทางเรือใบสีฟ้ามีโอกาสทำลายสถิติคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์อยู่เหมือนกัน

แต่ดันเปิดบ้านพ่าย “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2-3 ทั้งๆที่ออกนำไปก่อนในครึ่งแรก 2-0 ต้องดีเลย์การคว้าแชมป์ต่อไปอีก โดยในเกมที่ 33 สามารถบุกเอาชนะ “ไก่เดือยทอง” ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ได้ 3-1 ในวันที่ 14 เมษายน

แต่การได้แชมป์ ดันเกิดขึ้นในวันต่อมา ซึ่งทีมอันดับ 2 อย่างแมนยู เปิดบ้านพ่ายบ๊วยอย่าง เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน ไป 0-1 ทำให้แต้มขาดทันที แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คว้าแชมป์อย่างเป็นทางการในวันที่ 15 เมษายน ในขณะที่เหลือเกมให้เล่นอีก 5 นัดด้วยกัน โดยทางแมนซิตี้ เก็บชัยชนะได้ถึง 32 นัด เสมอ 4 แพ้ 2 ทำสถิติเก็บแต้มได้ถึง 100 คะแนน

อันดับ 1

เจ้าของสถิติในปัจจุบัน เป็นทีมเจ้าประจำอย่าง “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เช่นเคย โดยครั้งนี้เกิดขึ้นในฤดูกาล 2000-2001 นัดที่แมนยูเปิดบ้านเอาชนะ โคเวนทรี ซิตี้ ไป 4-2 ทำให้มีแต้มห่างจากอันดับ 2 แบบขาดลอย คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 3 ปีติด

ในวันที่ 14 เมษายน ในขณะที่มีเกมให้ลงเล่นอีก 5 นัด นั่นก็ยังคงเป็นสถิติที่ยาวนานมาจนถึงปัจจุบัน

ซึ่งปีนั้นทางพลพรรคปีศาจแดง ทำสถิติ ชนะ 24 เสมอ 8 แพ้ 6 มี 80 แต้ม และยังเป็นทีมเดียว จนถึงปัจจุบัน ที่คว้าแชมป์ได้ 3 ปีติดต่อกัน โดยสามารถทำได้ถึง 2 รอบอีกด้วย

 

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

You may also like these

PowerFul By Rufeo