3ไอดอลซูโม่สาว”ใบเตย”วิภารัตน์ คนดังทีมชาติไทย

3ไอดอลซูโม่สาว"ใบเตย"วิภารัตน์ คนดังทีมชาติไทย

3ไอดอลซูโม่สาว”ใบเตย”วิภารัตน์ คนดังทีมชาติไทย

3ไอดอลซูโม่สาว"ใบเตย"วิภารัตน์ คนดังทีมชาติไทย

3ไอดอลซูโม่สาว”ใบเตย”วิภารัตน์ คนดังทีมชาติไทย

3 ไอดอลของซูโม่สาว “ใบเตย” วิภารัตน์ วิทูธีรศานต์  คือกลุ่มนักกีฬาคนใกล้ตัว

“ใบเตย” วิภารัตน์ วิทูธีรศานต์ นักกีฬาซูโม่ สาวคนดังทีมชาติไทย รองแชมป์โลกและแชมป์เอเชีย ปี 2016 และเหรียญทองแดง เวิล์ดเกมส์ 2017 ออกมายก 3 นักกีฬาหนุ่มคนใกล้ตัว คือ ไอดอลที่สร้างอิทธิพลต่อตนเอง ทั้งในด้านความสามารถ การสร้างแรงบันดาลใจ และการใช้ชีวิต

สำหรับคนแรก คือ คิตะ โนวากะ ไดสุเกะ นักกีฬาซูโมชาวญี่ปุ่น ซึ่งเป็นนักกีฬาซูโม่เหมือนตนเอง โดยเหตุผลที่ยกให้เป็นไอดอล เพราะตนติดตามนักกีฬาคนนี้มาตลอด ได้เห็นความพยายาม อดทน และหัวใจที่เป็นนักสู้ของเขาตั้งแต่เป็นนักซูโม่โนเนม จนตอนนี้ก้าวขึ้นไปเป็นนักกีฬาซูโม่อาชีพของญี่ปุ่นแล้ว

 

ส่วนคนที่ 2 วิภารัตน์ ยกให้ “เบส” ศุภ งามพึงพิศ นักกีฬาคาราเต้ทีมชาติไทย ซึ่รู้จักและเรียนที่ม.เกษตรศาสตร์ เหมือนกัน เป็นไอดอล โดย “สาวเตย” ประทับใจและยกให้ “เบส” เป็นไอดอล เพราะหลายๆเหตุการณ์ที่เธอเคยเห็นและสัมผัสมา 

ครั้งหนึ่งเจ้าตัวเห็น “เบส” เจ็บหนักต่อหน้าต่อตาจนเกือบต้องเลิกเล่น แต่ก็ใช้ความอดทน ใช้พยายามรักษาตัวเองจนหาย และกลับมาเล่นใหม่ แถมติดทีมชาติ คว้าเหรียญรางวัลให้ทีมมากมาย พร้อมชี้ นี่คือนักกีฬาอีกหนึ่งคนที่มีวินัยสูงมากๆ ส่วนนอกสนามก็ยังวางตัวดี มีสัมมาคาราวะ และเป็นที่รักของทุกๆคน

 

ส่วนไอดอลคนที่ 3 เจ้าตัวยกให้ “เจ้าบาส” สิทธิพงศ์ เนียมกุญชร โดยเธอเผยว่าหนุ่มคนนี้เกิดมาเพื่อเล่นกีฬาอย่างแท้จริง โดยหนุ่มคนนี้เคยเป็นนักกีฬายูโดทีมชาติ ได้เหรียญเงินซีเกมส์ ก่อนเลิกเล่น หันไปทุ่มเทฟิตตัวเองอย่างหนัก เพื่อมาเอาดีกับกีฬาเพาะกาย และก้าวไปติดทีมชาติเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

สำหรับคนไทย “ซูโม” (Sumo) ถือเป็น หนึ่งในกีฬาที่ค่อนข้างไกลตัว น้อยคนนักที่จะรู้จัก และยากจะเข้าถึงแก่นแท้ของกีฬาที่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศญี่ปุ่นชนิดนี้

ด้วยความที่ ซูโม ไม่ใช่กีฬาที่แพร่หลายและได้รับความนิยมในเมืองไทยมากนัก แถมยังมีภาพจำที่ว่า ซูโม เป็นกีฬาต่อสู้ สำหรับคนน้ำหนักตัวมาก ที่ใช้แรงพุ่งชนกัน เพื่อทำให้อีกฝ่ายออกจากวงกลม นั่นคือภาพ ที่หลายๆ คนน่าจะคิดคล้ายๆกัน หากเอ่ยถึง ซูโม…

แต่ความเป็นจริง ซูโม มีความลึกซึ้งมากกว่าความเข้าใจข้างต้น กล่าวคือ กีฬาชนิดนี้มีลักษณะเฉพาะตัวที่แตกต่างกับ กีฬาทั่วไปทั้งหลายที่คนส่วนมากรู้จักโดยสิ้นเชิง

ซูโมอาชีพ มีจัดการแข่งขันเฉพาะผู้ชายเท่านั้น โดยจุดสูงสุดของวงการซูโม อยู่ที่การได้ตำแหน่ง โยโกซึนะ (Yokozuna) เปรียบได้ดั่งกับ ตำแหน่งสำหรับผู้ยิ่งใหญ่ของวงการ

เมื่อนักซูโมคนนั้น ได้เป็น โยโกซึนะ แล้ว พวกเขาจะไม่มีวันถูกปลดออกจากตำแหน่ง นอกเสียจาก จะลาออกเอง พวกเขาจะได้รับเงินเดือนจากรัฐบาลญี่ปุ่น กว่า 800,000 บาทไทยต่อเดือน ปัจจุบันมีโยโกซึนะ เพียง 3 คนเท่านั้นที่ยังดำรงตำแหน่งนี้อยู่ ส่วนผู้หญิง สามารถลงแข่งได้แค่แบบ สมัครเล่น เท่านั้น

จึงไม่แปลก หากเราจะไม่ค่อยได้รับรู้เรื่องชีวิตของนักซูโมมากนักว่า ทำไมต้องขุนน้ำหนักตัวให้อ้วน ที่สำคัญอาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่า มีคนไทย เคยไปถึงตำแหน่งแชมป์เอเชีย และรองแชมป์โลกของกีฬาซูโมมาแล้ว หรือแม้กระทั่ง อาจไม่รู้มาก่อนว่า มีสมาคมซูโมแห่งประเทศไทย อยู่บนแผ่นที่ประเทศเราด้วย

ใบเตย – วิภารัตน์ วิทูธีรศานต์ คือ เจ้าของประโยคเปิดเรื่องนี้ เธอยอมรับว่า ซูโม ไม่ใช่กีฬาชนิดแรกที่เธอคิดจะเล่น และเคยปฏิเสธมันด้วยซ้ำ เนื่องจากภาพจำของกีฬา

 

ประวัติ ซูโม่

3ไอดอลซูโม่สาว"ใบเตย"วิภารัตน์ คนดังทีมชาติไทย

ซูโม่ (ญี่ปุ่น : 相撲 โรมาจิ : sumō ทับศัพท์ : ซูโม) หรือมวยปล้ำญี่ปุ่นเป็นกีฬาประจำชาติที่ได้รับความนิยมในญี่ปุ่น ประวัติของซูโม่สามารถย้อนกลับไปได้ไกลถึงศตวรรษที่ 8 โดยวังหลวงได้คัดเลือกนักมวยปล้ำจากกองทัพมาสู้กัน เพื่อสร้างความบันเทิงแก่ชาววังในเกียวโต และพัฒนาจนกลายเป็นกีฬาอาชีพในปัจจุบัน นอกจากนั้นยังเป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมจากประเทศในยุโรป เช่น อังกฤษ เป็นต้น อีกด้วย

ประเพณีที่ยึดถือในกีฬาซูโม่นั้นมีความเก่าแก่มาก และยึดถือเป็นแบบปฏิบัติต่อเนื่องกันมาถึงปัจจุบัน เช่น การโปรยเกลืออันเป็นสัญลักษณ์แสดงความบริสุทธิ์ ซึ่งเป็นประเพณีที่ซูโม่ถูกนำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งในศาสนาชินโต การใช้ชีวิตของนักปล้ำซูโม่นั้นเคร่งครัดเป็นอย่างยิ่ง และอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ที่กำหนดโดยสมาคมซูโม่ นักปล้ำซูโม่อาชีพจะใช้ชีวิตร่วมกันภายใต้ค่ายสังกัด (heya) ของตนเอง โดยแบบแผนการดำเนินชีวิตในทุกด้าน นับตั้งแต่อาหารการกิน ไปจนกระทั่งการแต่งกาย นั้น ถูกกำหนดด้วยประเพณีปฏิบัติอันเคร่งครัด

ซูโม่มีประวัติยาวนานกว่า 1,500 ปี ถือเป็นกีฬาที่ฝังรากลึกเข้าไปในวัฒนธรรมญี่ปุ่น

แต่เดิมซูโม่ไม่ได้เป็นกีฬาเอาไว้ชมกันอย่างเดียว แต่ยังเอาไว้แสดงประกอบพิธีกรรมหน้าเทพเจ้าตามความเชื่อของชินโต

เพื่อแสดงความเคารพเทพเจ้าและเพื่อขอพรให้พืชผลออกดีในฤดูเก็บเกี่ยวอีกด้วย

จนถึงสมัยเอโดะ ในสมัยนั้นได้เริ่มมีการจัดการแข่งซูโม่ขึ้นเพื่อหาเงินบริจาคสร้างศาลเจ้าหรือวัด

คนธรรมดาก็เลยมีโอกาสได้ชมซูโม่ และนักกีฬาซูโม่มืออาชีพก็ได้ถือกำเนิดขึ้น จนพัฒนามาเป็นกีฬาซูโม่ที่เราเห็นอย่างทุกวันนี้

สรุป

ซูโม่ถือได้ว่าเป็นกีฬาแห่งชาติญี่ปุ่นจริงๆเพราะมีเรื่องราวที่น่าสนใจและมีประวัติศาสตร์ชาติแฝงไว้มากมาย เรื่องราวชีวิตนักซูโม่ไม่ได้ง่ายเลยต้องอาศัยวินัยการฝึกซ้อม (และการกิน) ไม่น้อย ปัจจุบันน่าเสียดายนิดนึงเพราะป้าว่าคนญี่ปุ่นเองเดี๋ยวนี้ไม่ค่อยฮิตเป็นนักซูโม่กันเท่าไร อาจเพราะต้องฝึกหนัก ชีวิตผูกติดกับระเบียบเยอะ ตอนนี้เลยเห็นนักซูโม่เป็นชาวต่างชาติโดยเฉพาะคนมองโกลซะเยอะ พวกนักซูโม่ลำดับขั้นสูงๆในปัจจุบันก็คนต่างชาติทั้งนั้น หากใครสนใจอย่าลืมแวะมาดูซูโม่ที่ญี่ปุ่นนะ

 

About the Author

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

You may also like these

PowerFul By Rufeo