12ลำดับสุดฮอตนักเตะฟุตบอลยูโร2021

12ลำดับสุดฮอตนักเตะฟุตบอลยูโร2021

12ลำดับสุดฮอตนักเตะฟุตบอลยูโร2021

12ลำดับสุดฮอตนักเตะฟุตบอลยูโร2021

12ลำดับสุดฮอตนักเตะฟุตบอลยูโร2021

12ลำดับสุดฮอตนักเตะฟุตบอลยูโร2021 ช่วงนี้เป็นข่วงของฤดูกาลแข่งขันฟุตบอลยูโรจากปี 2020 และได้มีการจัดการแข่งขันขึ้ภายในปีนี้ 2021 ทำให้เกมกีฬานี้เป็นที่น่าพูดถึงอย่างมาก อีกทั้งแมตช์สำคัญในแต่ละวันี่แตกต่างกันออกไป รวมถึงลูกเล่นของนักเตะแต่ละทีมนั้นก็ต่างกันออกไปด้วย

จากที่ทุกคนได้รับชมการแข่งขัน หรือการถ่ายทอดสดมาบ้างแล้วเป็นยังไงกันบ้างนะ หวังว่าทีมท่ทุกท่านรักจะทำผลลัพธืที่น่าภูมิใจให้กับทุกคนเลย เห็นว่าเป็นช่วงของฟุตบอลยูโรและกำลังเป็นประเด็นฮอต เราจึงอยากจัดทำ 12 ลำดับสุดฮอตนักเตะบอลยูโรในปีมาให้ทุกท่านได้รับทราบกัน โดยเรามาเริ่มกันที่คนนี้เลย

 

  1. คีลิยัน เอ็มบัปเป้ | ฝรั่งเศส

จากการที่ได้เป็นแฟนคลับตัวยงของ คริสเตียโน โรนัลโด้ เมื่อวัยเด็ก ปัจจุบัน เอ็มบัปเป้ ก้าวมาเป็นซูเปอร์สตาร์ของโลกลูกหนังแบบเต็มตัว และน่าจะเหนือกว่าไอดอลของตัวเองไป ดาวรุ่งชาวฝรั่งเศสแจ้งเกิดจากผลงานการพาโมนาโกคว้าแชมป์ลีกเอิงเมื่อปี 2017 รวมถึงการทะลุเข้าถึงรอบรองชนะเลิศยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในปีนั้น

และเพียงแค่ไม่กี่ปีต่อมา เขาก็กลายเป็นนักเตะอายุน้อยสุดต่อจาก เปเล ในปี 1958 ที่สามารถยิงประตูได้ในรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก หลังจากพาฝรั่งเศสคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2018 ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ก็ตัดสินใจซื้อขาดเขาจากโมนาโก และกลายเป็นนักเตะค่าตัวแพงสุดอันดับ 2 รองจาก เนย์มาร์

หลังจากนั้น 2 ปี เอ็มบัปเป้ อยู่ในช่วงฟอร์มเปล่งปลั่งที่พร้อมจะก้าวสู่จุดสูงสุดของชีวิตค้าแข้ง และจะเป็นการลงเล่นในศึกยูโรครั้งแรกด้วย

2.โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ | โปแลนด์

ถ้าเกิดว่าโลกนี้ไม่มีโควิด-19 จนทำให้บัลลงดอร์ไม่มีการแจกรางวัลในปี 2020 เจ้าของรางวัลนี้จะต้องตกเป็นของ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ อย่างแน่นอนเลยทีเดียว

เขาได้รับตำแหน่งกองหน้าชาวโปแลนด์กดไปถึง 55 ประตู จากการลงเล่น 47 นัด เมื่อฤดูกาล 2019-20 ซึ่งเป็นผลงานในระดับเดียวกับสองซูเปอร์สตาร์อย่าง ลิโอเนล เมสซี และ คริสเตียโน โรนัลโด้ แม้ว่าฤดูกาล 2020-21 ที่เพิ่งจบไป

เขายิงประตูรวมทุกถ้วยได้น้อยกว่าเดิม แต่สร้างตำนานทำลายสถิติของ แกร์ด มุลเลอร์ ด้วยการขึ้นแท่นเป็นนักเตะที่ยิงได้มากสุดในบุนเดสลีกาฤดูกาลเดียวถึง 41 ประตู จากการลงเล่น 29 นัด

ปัจจุบันที่แม้ว่ากองหน้าหมายเลข 9 พันธุ์แท้เริ่มหาได้ยาก แต่ทาง เลวานดอฟสกี้ ก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่ากองหน้าตัวเป้าแบบนี้ยังเป็นนักเตะที่สำคัญกับฟุตบอลอยู่ และด้วยช่วงวัย 32 ปี ของเลวานดอฟสกี้ มีทั้งผลงานและประสบการณ์ที่เพียบพร้อมกับการเฉิดฉายในยูโร 2020

  1. เควิน เดอ บรอยน์ | เบลเยียม

คุณจะคิดว่าใครกันที่จะยอมจ่ายค่าเงินนักบอลแม่นที่สุดในปัจจุบัน? แน่นอนว่าชื่อแรก ๆ ที่ผู้คนต้องเอ่ยถึงนั่นคือ เควิน เดอ บรอยน์ ตั้งแต่ย้ายจากโวล์ฟสบวร์กมาอยู่กับแมนเชสเตอร์ ซิตี้เมื่อปี 2015 ดาวเตะชาวเบลเยียมก็พัฒนาตัวเองจนกลายเป็นหนึ่งในมิดฟิลด์ตัวรุกที่ดีที่สุดในโลกของยุคนี้

แม้ว่าเขาจะล้มเหลวกับการค้าแข้งในอังกฤษครั้งแรกให้เชลซี แต่การได้ไปเล่นในบุนเดสลีกากับทั้งแวร์เดอร์ เบรเมน และโวล์ฟสบวร์ก ก็ทำให้เขาได้มีโอกาสฉายแสงให้เห็นว่าคือของจริง เนื่องจากสไตล์การเล่นของเขา แม้ว่าจะไม่ใช่บทบาทเป็นนักเตะหมายเลข 10 ซะทีเดียว แต่ก็ถือว่าเป็นเพลย์เมคเกอร์ที่มีประสิทธิภาพการเล่นอยู่ในระดับเวิลด์คลาสเหมือนกัน

เมื่อฤดูกาล 2019-20 เดอ บรอยน์ กลายเป็นนักเตะคนแรกในลีกใหญ่ของยุโรป ที่ทำไปถึง 20 แอสซิสต์ภายในฤดูกาลเดียว  การที่ เอเด็น อาซาร์ ยังมีปัญหาเรื่องสภาพความฟิต ก็ทำให้ เดอ บรอยน์ กลายมาเป็นแข้งตัวความหวังเบอร์ 1 ของเบลเยียมในศึกยูโร 2020 ไปโดยปริยายเลยล่ะ

  1. คริสเตียโน โรนัลโด้ | โปรตุเกส

ต่อมาเป็นใครไปไม่ได้ เขาคนนี้เป็นหนึ่งในนักเตะผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกลูกหนังเคยมีมา กำลังจะได้ลุยศึกยูโรเป็นครั้งที่ 4 ในชีวิตค้าแข้งเลยก็ว่าได้ ถึงแม้ว่าจะโดนวิจารณ์สมัยดาวรุ่งเรื่องการชอบโชว์ความสามารถเฉพาะตัวแบบพร่ำเพรือเกินไป แต่สุดท้าย CR7 ก็เรียนรู้และพัฒนาตัวเองจนกลายมาเป็นสุดยอดนักเตะ การันตีด้วยการคว้าบัลลงดอร์ถึง 5 สมัยเลยทีเดียว

ช่วงพีคของเขา คือการลงเล่นให้เรอัล มาดริด ซึ่งจัดการทุบสถิติขึ้นเป็นดาวซัลโวตลอดกาลของสโมสร ด้วยการยิงไปถึง 450 ประตู จากการลงเล่น 438 เกม ขณะที่ผลงานกับทีมชาติ ก็สามารถประสบความสำเร็จได้เช่นกัน จากการกัปตันทีมชาติโปรตุเกสผู้ชูถ้วยแชมป์ยูโร 2016 แม้ว่าจะบาดเจ็บตั้งแต่ต้นเกมในรอบชิงชนะเลิศก็ตามแต่

ปัจจุบัน แม้วัยของเขานั้น จะล่วงเลยมาถึง 36 ปีแล้ว แต่ โรนัลโด้ ก็ยังคงรักษามาตรฐานการเล่นได้อย่างไม่มีตกหล่น การันตีด้วยการคว้าดาวซัลโวเซเรีย อา ฤดูกาลล่าสุด จากการยิงไปถึง 29 ประตู

  1. โรเมลู ลูกากู | เบลเยียม

หลังจากที่ โรเมลู ลูกากู ล้มเหลวในการค้าแข้งกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทำให้ ลูกากู ตัดสินใจย้ายไปอยู่กับอินเตอร์ มิลาน เมื่อปี 2019 กองหน้าชาวเบลเยียม เริ่มจะเรียกฟอร์มเก่งกลับมาได้เรื่อย ๆ

และกลายมาเป็นดาวยิงระดับท็อปของเซเรีย อา นฤดูกาล 2020-21 ที่เพิ่งจบไป ฟอร์มยอดเยี่ยมของเขาก็มีส่วนช่วยให้อินเตอร์กลับผงาดคว้าแชมป์เซเรีย อา ได้อีกครั้งในรอบ 10 ปี

ในขณะที่ผลงานกับทีมชาติ เขาก็กำลังอยู่เส้นทางการเพิ่มสถิติดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของเบลเยียมไปเรื่อย ๆ ซึ่งปัจจุบันตัวเลขอยู่ 59 ประตู และแน่นอนว่า ลูกากู จะเป็นกองหน้าตัวความหวังของเบลเยียมในศึกยูโร 2020

  1. แฮร์รี เคน | อังกฤษ

ตั้งแต่ เคน หรือ แฮร์รี่ เคน ก้าวมาเป็นกองหน้าตัวเป้าชาวอังกฤษที่ดีที่สุดในยุคนี้ แม้ว่าจะยังไม่เคยคว้าแชมป์ได้เลยแม้แต่รายการเดียว แต่ฟอร์มส่วนตัวถือว่าสม่ำเสมอมาก

ด้วยผลงานการยิงแตะหลัก 15 ประตูในพรีเมียร์ลีกมาถึง 7 ฤดูกาลติดต่อกัน ขณะที่ผลงานในฤดูกาล 2020-21 ซึ่งเพิ่งจบไป ก็จัดการยิงไป 23 ประตู คว้าดาวซัลโวพรีเมียร์ลีกไปครอง และที่พิเศษคือการพ่วงรางวัลนักเตะที่ทำแอสซิสต์ได้มากสุด

และในฐานะกัปตันทีมชาติอังกฤษ เขาเคยพาทีมคว้าอันดับ 4 ในฟุตบอลโลก 2018 รวมถึงการคว้าดาวซัลโวของทัวร์มาเมนต์มาครอง จากการยิงไป 6 ประตู แน่นอนว่า เคน คือนักเตะตัวความหวังสูงสุดของอังกฤษ ที่หวังจะประสบความสำเร็จในการคว้าแชมป์ยุโรปให้ได้เป็นครั้งแรก

  1. โยซัว คิมมิช | เยอรมัน

โยซัว คิมมิช กองกลางวัย 26 ปี ถูกยกย่องต่ำกว่าความเป็นจริงไปมาก ทั้งที่เขาคือหนึ่งในส่วนสำคัญที่ช่วยพาบาเยิร์น มิวนิค ประสบความสำเร็จในช่วงรอบปฏิทินปี 2020 และที่น่าทึ่งคือการเป็นนักเตะสารพัดประโยชน์ระดับท็อป ซึ่งทำได้ดีเสมอไม่ว่าจะถูกส่งลงเล่นในตำแหน่งไหน ทั้งการเป็นกองกลางตำแหน่งถนัด หรือโยกไปเล่นเป็นแบ็คขวา

อยากบอกว่า เคน ไม่มีจุดอ่อนเลย ก็ไม่ถือว่าจะเป็นเรื่องที่เกินจริงไปนัก เพราะเขาคือนักเตะที่มีสายตาการอ่านเกมที่ดีเยี่ยม รวมถึงยังมีอาวุธเด็ดคือการจ่ายบอลที่แม่นยำ ลูกยิงไกลที่หวังผลได้เสมอ

 

  1. โทนี โครส | เยอรมัน

ดาวเตะชาวเยอรมันสามารถเล่นได้ทุกตำแหน่งในแดนกลาง โดยมีจุดเด่นคือการใช้ทั้งสองเท้าได้ดีเท่ากัน รวมถึงยังทำได้ดีทั้งเกมรุกและเกมรับ เขาอาจะไม่ได้เป็นกองกลางที่มีลีลาการเล่นน่าตื่นตาตื่นใจ

แต่บอลที่ออกจากเท้าของเขานั้นล้วนเต็มไปด้วย ประสิทธิภาพในการทำลายล้างคู่แข่ง ดาวเตะชาวเยอรมันสามารถเล่นได้ทุกตำแหน่งในแดนกลางโดยมีจุดเด่นคือการใช้ทั้งสองเท้าได้ดีเท่ากัน รวมถึงยังทำได้ดีทั้งเกมรุกและเกมรับ

  1. คาริม เบนเซมา | ฝรั่งเศส

ดิดิเยร์ เดส์ชองส์ สร้างความประหลาดใจด้วยการเรียกตัว คาริม เบนเซมา กลับมารับใช้ทีมชาติฝรั่งเศสอีกครั้ง หลังหลุดจากทีมไปตั้งแต่ปี 2015 แม้ว้ยจะล่วงเลยมาถึง 33 ปีแล้ว แต่ฟอร์มส่วนตัวในสองฤดูกาลหลังสุดของเขา ก็ยอดเยี่ยมเกินกว่าที่ทาง เดส์ชองส์ จะเมินเฉยได้

ตั้งแต่ที่ คริสเตียโน โรนัลโด้ ย้ายออกจากสโมสร ก็ทำให้ เบนเซมา ก้าวมาเป็นแนวรุกตัวความหวังสูงสุดของเรอัล มาดริดทันที ซึ่งเขาก็ทำผลงานได้ดีเยี่ยมอย่างที่คาดหวัง น่าเสียดายที่ในฤดูกาลนี้ ราชันชุดขาวไม่สามารถคว้าแชมป์ได้เลย ทั้งการจบเป็นแค่รองแชมป์ลาลีกา รวมถึงหยุดเส้นทางในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เพียงแค่รอบรองชนะเลิศ

  1. ราฟาเอล วาราน I ฝรั่งเศส

แนวรับจาก เรอัล มาดริด ได้รับการยกย่องมาอย่างยาวนานทั้งในระดับทีมชาติและสโมสร ซึ่งเขาเป็นหนึ่งในกำลังสำคัญของทัพตราไก่ในฟุตบอลโลกปี 2018 เขาอายุเพียง 28 ปี เท่านั้น แต่ด้วยฝีเท้าและความนิ่งทำให้เขาเป็นหนึ่งในนักเตะที่มีประสบการณ์มากที่สุดของทีมชาติฝรั่งเศส

  1. ปอล ป็อกบา | ฝรั่งเศส

นับตั้งแต่ย้ายจากยูเวนตุส กลับมาค้าแข้งในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เมื่อปี 2016 ด้วยค่าตัวเป็นสถิติโลกในเวลานั้น เขายังไม่สามารถทำผลงานอยู่ในระดับที่น่าพอใจได้เลย

ทว่าเมื่อต้องไปเล่นให้ทีมชาติฝรั่งเศสกลับเป็นตรงกันข้าม เพราะคือห้องเครื่องตัวหลักที่การันตีด้วยตำแหน่งแชมป์ฟุตบอลโลก 2018 รวมถึงการได้จับคู่กับกองกลางตัวรับซึ่งว่ากันว่าที่ดีที่สุดในโลกของยุคนี้อย่าง เอ็นโกโล ก็องเต้ ก็ช่วยให้ ป็อกบา สามารถเฉิดฉายได้เต็มที่

หลังจากที่ ป็อกบา ถูกวิจารณ์เสมอเรื่องฟอร์มการเล่นที่ไม่สม่ำเสมอ และมักจะทำได้ดีในระดับทีมชาติมากกว่าการเล่นให้สโมสร ป็อกบา และผองเพื่อนทัพตราไก่ หวังจะสานต่อความสำเร็จจากฟุตบอล ด้วยการคว้าแชมป์ยูโรให้ได้ หลังต้องผิดหวังได้เพียงแค่รองแชมป์ในครั้งก่อน

  1. แฟรงกี้ เดอ ยอง | เนเธอร์แลนด์

เดอ ยอง ถูกปรับมารับบทเซ็นเตอร์ฮาล์ฟให้อาซูลกรานาและทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม แต่คาดว่ากับทีมชาติเขาจะได้กลับมาเล่นตำแหน่งมิดฟิลด์ที่ถนัด สตาร์ชาวดัตช์เริ่มต้นได้ไม่ดีนักกับ บาร์เซโลนา

ภายใต้การคุมทีมของ โรนัลด์ คูมัน เขาต้องเจอกับการแข่งขันแย่งตำแหน่งที่เข้มข้นของอาซูกรานา สตาร์ชาวดัตช์เริ่มต้นได้ไม่ดีนักกับ บาร์เซโลนา ภายใต้การคุมทีมของ โรนัลด์ คูมัน เขาต้องเจอกับการแข่งขันแย่งตำแหน่งที่เข้มข้นของอาซูกรานา นั่นเอง

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

You may also like these

PowerFul By Rufeo