10 สุดยอดศิลปะการต่อสู้ของโลก

10 สุดยอดศิลปะการต่อสู้ของโลก

10 สุดยอดศิลปะการต่อสู้ของโลก

10 สุดยอดศิลปะการต่อสู้ของโลก

10 สุดยอดศิลปะการต่อสู้ของโลก

การต่อสู้ด้วยมือเปล่า หรือการใช้ศิลปะต่อสู้และป้องกันตัวถือเป็นศาสตร์แขนงหนึ่งที่มีความน่าสนใจและเกิดวิวัฒนาการเรื่อยๆ กระทั่งปัจจุบันที่ได้นำศาสตร์เหล่านั้นมาปรับเข้ากับเกมกีฬา กลายเป็นทั้งศิลปะการป้องกันตัว และกีฬาการต่อสู้ที่ได้รับความนิยม ซึ่ง Lexus Society มี 10 รูปแบบศิลปะการต่อสู้ของโลก

 

1.มวยหวินชุน (Wing Chun)

มวยหวินชุน (Wing Chun)  ศิลปะการต่อสู้ที่มีถิ่นกำเนิดแถบมณฑลกวางตุ้งของจีนเป็นมวยที่อาศัยโครงสร้างของร่างการเป็นหลัก ใช้แรงพลังที่เกิดจากภายใน ตั้งแต่การยืน การทรงตัว การผ่อน การรับ ไปจนถึงการรุก เน้นความสัมพันธ์ของร่างกายเพื่อการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและมั่นคง

10 สุดยอดศิลปะการต่อสู้ของโลก

 

2.มวยปล้ำ

มวยปล้ำ กีฬาต่อสู้เก่าแก่ที่ใช้เทคนิคหลากหลาย เช่น การปล้ำโดยการเข้าล็อค การทุ่มตัวของฝ่ายคู่ต่อสู้ เป็นต้น โดยมวยปล้ำนั้นถือเป็นกีฬายอดนิยมในตำนานกรีก และแม้ในปัจจุบันก็ยังได้รับความนิยม มีการเปิดสอนทั้งในระดับวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยของสหรัฐอเมริกาอีกด้วย

10 สุดยอดศิลปะการต่อสู้ของโลก

 

3. เทควันโด

เทควันโด เป็นรูปแบบของศิลปะการต่อสู้ของเกาหลี ซึ่งรวมเทคนิคการป้องกันตนเองการต่อสู้กีฬา และการออกกำลังกายเข้าไว้ด้วยกัน มีจุดเด่นในด้านความเร็ว ความคล่องแคล่วในการเคลี่อนไหว และการเตะสูง โดยกีฬาเทควันโดได้บรรจุเป็นหนึ่งกีฬาการแข่งขันโอลิมปิกอย่างเป็นทางการเมื่อปี ค.ศ. 2000

10 สุดยอดศิลปะการต่อสู้ของโลก

 

4.Mixed Martial Arts (MMA)

Mixed Martial Arts (MMA) หรือศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสาน ที่นำเอากีฬาและศิลปะการต่อสู้หลายแบบมาประยุกต์เข้าไว้ด้วยกัน เช่น บราซิลเลี่ยน ยิวยิตสูมวยปล้ำ,
มวยไทยคาราเต้ และเทควันโด เป็นต้น

 

5.มวย

มวย รูปแบบของศิลปะการต่อสู้ และกีฬาการต่อสู้ที่เป็นที่ยอมรับอย่างเป็นทางการในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ซึ่งเป็นการวัดกันระหว่างความแข็งแรงจากลีลาหมัด เตะ รวมถึงความเร็วในการหลบหลีก และความอดทนระหว่างคู่ต่อสู้ โดยมีผู้ตัดสินเป็นผู้ให้คะแนนชี้ขาดในการแข่งขัน

 

6.คาราเต้

คาราเต้ เป็นรูปแบบของศิลปะการต่อสู้ที่ได้รับการพัฒนาในเมืองโอกินาวา ประเทศญี่ปุ่น คาราเต้ใช้หมัด เตะ เข่า และศอก และใช้เทคนิคของการสู้ด้วยมือเปล่าเป็นหลัก ในช่วงปี 1960–1970 คาราเต้กลายเป็นที่นิยมไปทั่วโลกเมื่อมีภาพยนตร์ที่เริ่มนำเสนอเรื่องราวของศิลปะการป้องกันตัวชนิดนี้

 

7.กังฟู

กังฟู เป็นที่รู้จักในฐานะศิลปะการต่อสู้แบบดังเดิมของชาวจีน หรือที่เรียว่า “วูซู” ในภาษาจีนแมนดาริน กังฟูมีรูปแบบการร่ายกระบวนยุทธ์และชั้นเชิงในการต่อสู้ เป็นการฝึกเน้นการประสานพลังงานทั้งภายในและภายนอก ในสมัยจีนโบราณมักฝึกไว้เพื่อป้องกันตนเอง ล่าสัตว์ และอบรมด้านการทหาร

 

8.คราฟมาก้า

คราฟมาก้า ได้รับการพัฒนาขึ้นในประเทศอิศราเอล เป็นรุปแบบการฝึกยุทธวิธีที่รวมเทคนิคศิลปะป้องกันตัวต่างๆ ไว้ด้วยกัน เช่น หวิน ชุนยิวยิตสูมวยและ มวยปล้ำ โดยนำมาผสมกับรูปแบบการต่อสู้จริงๆ ซึ่งมีทั้งการเข้าปะทะ บิด จับ ล็อค เป็นตัน

 

9.บราซิลเลี่ยน ยูยิตสู

บราซิลเลี่ยน ยูยิตสู เป็นรูปแบบของศิลปะการต่อสู้ที่เน้นการต่อสู้บนพื้น รวมถึงการทำให้คู่ต่อสู้ล้มลงและใช้การกดล็อค ซึ่งยูยิสสูนั้นมีต้นกำเนิดจากวิชาโคโดกัน ยูโดของญี่ปุ่น ที่ได้ถูกนำพัฒนาในประเทศบราซิลเมื่อปี 1914 จนกลายเป็นรูปแบบของยูยิตสู

 

10.มวยไทย

มวยไทย ศิลปะการต่อสู้ของไทยที่โด่งดังไปทั่วโลก ใช้หลักการต่อสู้บนศาสตร์ที่เรียกว่า “ศิลปะการโจมตีทั้งแปด” อันได้แก่ สองมือ สองเท้า สองเข่า และสองศอก ซึ่งออกมาในลีลาท่วงท่าที่แข็งแกร่งและสวยงาม นับเป็นศิลปะการต่อสู้ที่สามารถนำไปใช้ได้ในเชิงกีฬา และ การต่อสู้ป้องกันตัวจริงๆ

 

มวยไทย เป็นศิลปะการต่อสู้ของประเทศไทย มีความโดดเด่นด้านเทคนิคการกอดคอต่อสู้ ซึ่งเป็นการใช้ทั้งกายและใจ สำหรับการต่อสู้ที่ใช้ร่างกายเป็นอาวุธ โดยเป็นที่รู้จักว่าเป็น “นวอาวุธ” ซึ่งประกอบด้วยการโจมตีจากร่างกายทั้ง หมัด, ศอก, เข่า และเท้า หากมีการเตรียมพร้อมด้านร่างกายดี จะก่อให้เกิดอาวุธที่มีอานุภาพ มวยไทยได้เป็นที่แพร่หลายในระดับนานาชาติในช่วงศตวรรษที่ยี่สิบ เมื่อเหล่านักมวยไทยสามารถเป็นฝ่ายชนะนักต่อสู้ที่มีชื่อเสียงในแขนงอื่น ซึ่งการแข่งขันมวยไทยในระดับอาชีพ ได้รับการดูแลโดยสภามวยไทยโลก

ปัจจุบัน ทางสหพันธ์มวยไทยสมัครเล่นนานาชาติ (IFMA) มีแผนที่จะผลักดันกีฬามวยไทยเข้าสู่กีฬาโอลิมปิก และใน พ.ศ. 2557 ทางองค์การสหประชาชาติได้ให้การยอมรับมวยไทยเป็นกีฬาแห่งประชาคมโลก โดยได้มีการลงนามข้อตกลงความร่วมมือกับสภามวยไทยโลก และสหพันธ์มวยไทยสมัครเล่นนานาชาติ

เล่นครั้งแรก ประเทศไทย กลางคริสต์ศตวรรษที่ 18
ลักษณะเฉพาะ
การปะทะ ทั้งตัว
ผสม ไม่
หมวดหมู่ ศิลปะการต่อสู้

แม้เป็นการต่อสู้ด้วยมือเปล่า แต่ศาสตร์เหล่านี้ล้วนออกแบบมาให้สอดคล้องกับการเคลื่อนไหวของร่ายกาย รู้จุดอ่อน ใช้จุดแข็ง และ ยุทธวิธีในการฝึก เรียกได้ว่าถ้าเรียนรู้ไว้เพื่อป้องกันตัวก็ดีไม่น้อย หรือจะฝึกเอาไว้ออกกำลังในลักษณะกีฬาก็น่าสนใจเช่นกัน

 

About the Author

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

You may also like these

PowerFul By Rufeo