10 ดาวรุ่งที่รอวันแจ้งเกิด

10 ดาวรุ่งที่รอวันแจ้งเกิด

10 ดาวรุ่งที่รอวันแจ้งเกิด

10 ดาวรุ่งที่รอวันแจ้งเกิด

10 ดาวรุ่งที่รอวันแจ้งเกิด

ว่ากันว่ารากฐานของเด็กที่ดี จะต้องมีสถาบันบ้าน, วัด, โรงเรียน ที่มีประสิทธิภาพ ในโลกของฟุตบอลก็เช่นกัน ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา คงไม่มีใครกล้าปฏิเสธว่า ทัพ “ซามูไร” ที่สามารถเปล่งรัศมีด้วยการเป็นทีมอันดับต้นๆ ของเอเชีย รวมถึงสร้างชื่อเสียงในระดับโลกจากการเข้าร่วม เวิลด์คัพ  ได้ติดต่อกันมาทุกครั้งตั้งแต่ปี 1998 เกิดขึ้นได้จากรากฐานของแหล่งบ่มเพาะแข้งเยาวชนที่ดีจากโรงเรียนมัธยมที่สนับสนุนกีฬา ควบคู่กับการสอนเด็กให้เล่นฟุตบอลอย่างขาวสะอาด พร้อมกับการสนับสนุนจากผู้ปกครองที่ดี

ทุกส่วนที่กล่าวมา ถือเป็นฟันเฟืองพื้นฐานที่มาผสมกับการซัพพอร์ตจากผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องในประเทศที่ช่วยกันช่วยเนรมิตการแข่งขันฟุตบอลระดับมัธยมศึกษาในทุกปี โดยคนญี่ปุ่นจะเรียกชื่อรายการนี้ว่า “คลาสสิควินเทอร์” (รายการในฤดูหนาว), อินเตอร์ ไฮด์ (รายการในฤดูร้อน) และ กีฬาแห่งชาติ (รายการในฤดูกาลใบไม้ผลิ)

ในอดีตเคยมีนักเตะชั้นนำระดับโลกจากแดน “ปลาดิบ” ที่ผ่านการฟาดแข้งในรายการนี้มาแล้วนับไม่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็น เคสุเกะ ฮอนดะ, ชินจิ โอคาซากิ หรือแม้กระทั่งผู้เหมาสัมปทานการเตะลูกนิ่งแห่งทัพ “ซามูไร” อย่าง ชุนซูเกะ นากามู

ระ ซึ่งนี่เป็นการแข่งขันฟุตบอลเพียงระดับมัธยม แต่ทว่ากลับมีการถ่ายทอดสดผ่านทีวีตั้งแต่รอบ 16 ทีมสุดท้าย, ผู้ชมในสนามเหยียบหลักหมื่นแทบทุกแมตช์, ของที่ระลึก รวมไปถึงเสื้อแข่งขันขายหมดเกลี้ยงทุกครั้ง

จะเห็นได้ว่าการช่วยกันของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องอย่างจริงจังในลักษณะนี้ ก็คงไม่น่าแปลกใจเลยว่า ทำไมญี่ปุ่นจึงมีแข้งดาวรุ่งที่ก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักของชาติได้อย่างไม่ขาดสาย ด้วยเหตุนี้การเป็น “เต้ย” ในเอเชีย จึงเป็นเรื่องที่ไม่ยากเย็นนักสำหรับนักเตะจากแดน “ปลาดิบ” และว่ากันว่าในฟุตบอลโลกทุกครั้ง จะเป็นอีกเวทีสำคัญที่ทำให้แข้ง “ดาวรุ่ง”

เหล่านี้ ขยับสถานะตัวเองขึ้นมาเป็นแข้งระดับโลกได้ โดยวันนี้ผมจะพาทุกท่านมาดูกันว่าใครคือ “10 ดาวรุ่ง” ที่รอวันแจ้งเกิดในฟุตบอลโลก 2018

เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ (19 ปี) / ทีมชาติอังกฤษ

เด็กน้อยตัวผอมแห้งรายนี้มี “สตีเว่น เจอร์ราร์ด” เป็น ไอดอล ตั้งแต่เด็ก เจ้าตัวถือว่าเป็นเด็ก “หงส์แดง” ตั้งแต่เริ่มจำความได้ และด้วยโชคชะตาที่ฟ้าลิขิตมา ทำให้เขาได้เป็นเด็กที่จูงมือ เจมี่ คาร์ราเกอร์ ลงสู่สนามในศึกอีเอฟแอล คัพ

ตั้งแต่ปี 2009 พร้อมอยู่กับทีมเยาวชนของลิเวอร์พูลมาตั้งแต่ปี 2004-2016 ก่อนก้าวขึ้นติดทีมชุดใหญ่ในปี 2016 และลงสนามกับ “หงส์แดง” ในแมตช์แรกที่พบกับคู่ปรับตลอดกาลอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งเจ้าตัวก็ทำผลงานส่วนตัวได้ดีเยี่ยมเกินคำว่านักเตะดาวรุ่ง จนชื่อของนักดาวโรจน์รายนี้เริ่มเตะหูแฟนบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ มากขึ้น

ในฤดูกาลที่ผ่านมา (2017-2018) ด้วยปัญหาการบาดเจ็บของแบ็กขวาตัวจริงอย่าง นาธาเนียล ไคลน์ ทำให้ “หนูเทรนท์” ยึดสัมปทานตัวจริงตลอดทั้งซีซั่น แม้ในช่วงแรกจะต้องเบียดกันลงตัวจริงกับเพื่อนร่วมชาติอย่าง โจ โกเมซ แต่

ทว่าจุดเด่นของ เทรนท์ อาร์โนลด์ ที่สามารถมัดใจ เยอร์เก้น คล็อปป์ ได้นั่นก็คือ การเล่นตามแทคติก หรือถ้าพูดตามภาษาฟุตบอลก็คือ “เล่นตามโค้ชสั่ง” ได้ดีจนเกินคาด และอีกหนึ่งไม้ตายที่เจ้าหนูรายนี้มีเพิ่มขึ้นมาในฤดูกาล 2017-2018 นั่นก็คือ การยิงฟรีคิก และสอดขึ้นมาทำประตู จากแถว 2 ได้รวมกันถึง 5 ประตูในซีซั่นที่ผ่านมา

ไม่แน่ว่าปัญหาเกมตื้อๆ ตึงๆ ของอังกฤษ ที่ไม่มีใครยิงฟรีคิกได้ดีเทียบเท่าอย่าง เดวิด เบ็คแฮม เมื่อสมัย 10 กว่าปีที่แล้ว หรือการสอดขึ้นมาสอยตะข่ายจากแถวสอง ที่งดงามของ แฟร้งค์ แลมพาร์ด อาจแก้ไขได้อย่างเบ็ดเสร็จจากไอ้หนูรายนี้

ไม่แน่ว่าเทรนท์ อเล็กซาน เดอร์-อาร์โนลด์ อาจจะมีประตูงามๆ ให้โลกได้จดจำ รวมถึงเป็นอะไหล่ชั้นดีให้ แกเร็ธ เซาธ์เกต ได้ใช้งานจนถึงการเป็นตำแหน่งแชมป์ฟุตบอลโลกครั้งนี้ก็เป็นได้…

โรดริโก้ เบนตันกูร์ (20 ปี) / ทีมชาติอุรุกวัย

หลายคนที่ได้รับฉายานิวคนนู้น คนนี้ มักไม่ค่อยประสบความสำเร็จเท่าไหร่ในโลกลูกหนัง แต่ทว่ามิดฟิลด์ผู้สวมฉายา “นิว ป็อกบา” ถือว่าทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจสำหรับฤดูกาลแรก จากการย้ายข้าวของข้ามทวีปจากทวีปอเมริกาใต้มายังยุโรปที่อิตาลี

โดยฤดูกาลที่ผ่านมาเจ้าตัวลงสนามให้กับทัพ “เจ้าม้าลาย” ไปทั้งหมด 20 นัด ซึ่งนับว่าเป็นซีซั่นเปิดหัวของดาวเตะที่พึ่งบรรลุนิติภาวะในประเทศอิตาลี ที่ค่อนข้างสวยหรูเลยทีเดียว

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2009 เบนตันกูร์ เป็นแข้งที่ถูกปลุกปั้นจากสโมสรโบค่า จูเนียร์ส์ ยอดทีมที่ปั้นดาวดังจากอเมริกาใต้ขึ้นมาประดับวงการฟุตบอลระดับโลกมากมาย เมื่อเจ้าตัวใช้เวลาฟูมฟักจนฝีเท้าจนสุกงอมพร้อมเผชิญกับโลกที่กว้างขึ้น มิดฟิดล์วัย 20 ปี รายนี้ ก็ถูกดันขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่ของโบค่า จูเนียร์ส ก่อนได้รับโอกาสลงฟาดแข้งกับทีมไปทั้งหมด 51 นัด จาก 2 ฤดูกาลกับทีมชุดใหญ่ (2015-2017)

หลังจากนั้น สไตล์การเล่นที่เป็นมิดฟิลด์ box-to-box ทำให้นายใหญ่แห่ง ยูเวนตุส อย่าง แม็กซ์ อัลเลกรี ถูกชะตา และคว้าตัวไปร่วมทีมในปี 2017

เวทีฟุตบอลโลกครั้งนี้ น่าจะเป็นเวทีพิสูจน์ว่าดาวเตะรายดังกล่าว จะสามารถก้าวขึ้นมาเป็นเสาหลักของทีมได้อย่างแท้จริงหรือไม่ เนื่องจากในฤดูกาลนี้ เจ้าตัวยังต้องแย่งตำแหน่งการลงเป็น 11 ผู้เล่นตัวจริงกับกองกลางตัวหลักของทีมในฤดูกาลที่ผ่านมาทั้ง มิราเล็ม ปานิช, แบลส มาตุยดี้ และเคลาดิโอ มาร์คิซิโอ รวมไปถึงว่าที่แข้งรายใหม่เมด อิน

เยอรมันอย่าง เอ็มเร่ ชาน ที่น่าจะย้ายมาร่วมทัพ “หญิงชรา” แบบไร้ค่าตัวในฤดูกาลหน้า

แต่ถ้าในฟุตบอลโลกครั้งนี้ เจ้าตัวทำผลงานได้ “รุ่ง” ไม่เพียงแต่ที่ดาวเตะรายนี้จะมีโอกาสใช้ใบประกาศเกียรติคุณจากฟุตบอลโลกในการส่งผลให้บอสใหญ่แห่ง “ยูเว่” ต้องชะเง้อตามใส่ชื่อไอหนูรายนี้ให้เป็นตัวจริงมากขึ้น การขับเคลื่อน

แดนกลางที่ทรงพลังของเขา อาจจะสามารถพาทัพ “จอมโหด”ไปประกาศศักดาได้ไกลกว่ารอบตัดเชือกแบบที่เคยทำมาแล้วในศึกฟุตบอลโลก 2010 ที่แอฟริกาใต้ อย่างพลิกความคาดหมายให้คนทั้งโลกได้เห็นกัน

กอนซาโล่ กูเอเดส (21 ปี) / ปารีส แซงต์-แชร์กแมง

ค่าตัว 30 ล้านปอนด์ ที่ กูเอเดส ย้ายจาก เบนฟิก้า ไปยัง ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ดูจะไม่น้อยเลยสำหรับในฐานะนักเตะดาวรุ่ง แต่ทว่าโชคชะตาที่ฟ้าลิขิตทำให้ต้นสังกัดอย่าง ปารีสฯ ไปคว้า “วันเดอร์คิดส์ลูกหนัง” อย่าง คีเลียน เอ็มปัปเป้

มาร่วมทีม ทำให้ดาวเตะทีมชาติโปรตุเกสหมดพื้นที่ให้ยืนเป็น 11 ผู้เล่นตัวจริงในกรุงปารีส แต่ก็เป็น บาเลนเซีย ที่อาสาชุบเลี้ยงเจ้าตัวจนเป็นช่วงเวลาที่ทำให้เขาโชว์ฟอร์มได้ดีที่สุดในอาชีพค้าแข้งก็ว่าได้ เนื่องจากดาวเตะรายนี้ได้รับ

โอกาสลงสนามทั้งหมด 33 นัด ในศึกลาลีก้า สเปน เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา พร้อมซัดไป 5 ประตู กับอีก 9 แอสซิตส์

สถานการณ์ในฤดูกาลหน้าของ กอนซาโล่ กูเอเดส จะเป็นอย่างไรก็ยังไม่มีใครคาดเดาได้ แม้ว่า กูเอเดส กำลังอยู่ในฟอร์มที่สุดยอดที่สุดในชีวิต สไตล์การเล่นที่ทะลุทะลวง กล้าลากกล้าลุย ในฤดูกาลที่ผ่านมากับ บาเลนเซีย อาจจะยัง

ไม่ใช่เครื่องพิสูจน์ที่แท้จริงว่า เจ้าตัวจะเป็นดาวรุ่งที่ “รุ่ง” เพียงซีซั่นเดียวหรือไม่ แต่ทว่าถ้าปีกวัย 21 ปี คนนี้ ได้รับโอกาสลงวาดลวดลายในสนามหญ้าที่รัสเซีย และยังสามารถรักษาระดับการเล่นของตนได้อย่างที่ผ่านมา สัมปทานริมเส้นของทัพ “ฝอยทอง” อาจจะถูกครอบครองจากเขาคนนี้ อีกทั้งเจ้าตัวคงพร้อมเป็นคีย์แมนสำคัญที่พร้อมพา

โปรตุเกส ฝ่าด่านอรหันต์ ชูถ้วยแชมป์โลกเพื่อเป็นเกียรติให้กับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่น่าจะได้เล่นศึกฟุตบอลโลก 2018 ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายในอาชีพนักฟุตบอล ได้หรือไม่ มันก็น่าลุ้นไม่น้อย

มาร์วิน แพล็ทเทนฮาร์ดท์ (26 ปี) / ทีมชาติเยอรมัน

หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมผมถึงเลือก แพล็ทเทนฮาร์ดท์ มาติดโผอยู่ในลิสต์นี้ ทั้งๆ ที่เจ้าตัวก็อายุปาเข้าไป 26 ปีแล้ว แต่ผมอยากจะอธิบายว่า เหตุผลสำคัญที่ทำให้ แพล็ทเทนฮาร์ดท์ ยังอยู่ในโผนี้ก็คือ “ประสบการณ์ในสีเสื้อทีมชาติ” ที่ดูอ่อนพรรษาอย่างเห็นได้ชัด

แพล็ทเทนฮาร์ดท์ เป็นนักเตะทีมชาติเยอรมัน ที่นับว่าแจ้งเกิดได้ช้าคนนึงสำหรับทีมชุดใหญ่ หลังจากเจ้าตัวต้องรอคอยเวลายาวนานกว่า 4 ปี ถึงจะติดทัพ “อินทรีเหล็ก” ชุดใหญ่อย่างเต็มตัวในปีที่ผ่านมากับศึกฟีฟ่า คอนเฟดเดอเรชั่นส์ คัพ 2017 ซึ่งเวทีนี้ทำให้แฟนบอลหลายรายรู้จักเจ้าตัวผ่านหน้าจอโทรทัศน์ เนื่องจากฟูลแบ็กวัย 26 ปี ได้รับโอกาสลงสนามเต็ม 90 นาที ไป 1 นัด

สำหรับผลงานกับสโมสรแฮร์ธ่า เบอร์ลิน ในฤดูกาลที่ผ่านมา นับเป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า เจ้าตัวเหมาะสมกับการติดทีมชาติเยอรมันในศึกครานี้ทุกประการ เนื่องจากสถิติการลงเล่นในบุนเดสลีกา เยอรมัน ในฤดูกาลที่ผ่านมา แพล็ท

เทนฮาร์ดท์ ลงสนามเป็นตัวจริงทั้งหมด 33 นัด ทำสถิติเข้าปะทะชนะสูงถึง 75 เปอร์เซ็นต์, สกัดบอลในจังหวะสำคัญได้ถึง 27 ครั้ง และยังถวายพานให้เพื่อนยิงได้อีกถึง 7 ครั้ง

นอกจากนี้จุดเด่นของฟูลแบ็กจากเมืองเบียร์ ยังมีทั้งการจ่ายบอลที่รวดเร็ว, สามารถเปลี่ยนเกมรับเป็นเกมรุกได้ดี, มีทีเด็ดจากฟรีคิก และด้วยส่วนสูง 5 ฟุต 11 นิ้ว (181 เซนติเมตร) ทำให้เจ้าตัวสามารถเล่นลูกกลางอากาศได้ดี แถมยังมี

ความคล่องแคล่วพอสมควร ด้วยความออล อิน วัน ของนักเตะรายนี้ คงเป็นส่วนที่สำคัญที่ โยอาคิม เลิฟ เลือกเจ้าตัวมาร่วมทีมสู้สึกคราวนี้ได้อย่างไม่น่าแปลกใจ

ฟุตบอลโลกหนนี้ เป็นสมัยแรกของเจ้าตัวในอาชีพการค้าแข้ง แต่ทว่าแฟนบอลอย่างเราๆ จะได้เห็น มาร์วิน แพล็ทเทนฮาร์ดท์ มีโอกาสลงสนามเพื่อสร้างมิติใหม่ๆ ให้กับบ้านเกิดของตนมากกว่าทัวร์นาเม้นต์ที่ผ่านมาหรือไม่ เจ้าตัวจะเป็นผู้พิสูจน์ให้ทุกคนเห็นกัน

 

 

 

About the Author

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

You may also like these

PowerFul By Rufeo