ไมเคิล เฟ็ลปส์

ไมเคิล เฟ็ลปส์

ไมเคิล เฟ็ลปส์

ไมเคิล เฟ็ลปส์

ไมเคิล เฟ็ลปส์

เป็นนักกีฬาว่ายน้ำชาวอเมริกันและได้รับการยกย่องให้เป็น นักกีฬาว่ายน้ำ ที่เก่งที่สุดในประวัติศาสตร์รวมทั้งเป็นหนึ่งใน

นัก กีฬาโอลิมปิก ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล เขาได้รับเหรียญรางวัลโอลิมปิก 28 เหรียญ 23 เหรียญทอง 3 เหรียญเงิน และ 2 เหรียญทองแดง โดยได้จาก

โอลิมปิกฤดูร้อน 2004 ที่ประเทศกรีก 8 เหรียญ 6 เหรียญทอง 2 เหรียญทองแดง โอลิมปิกฤดูร้อน 2008 ที่ประเทศจีน 8 เหรียญทอง และโอลิมปิกฤดูร้อน 2012 ที่

สหราชอาณาจักร 4 เหรียญทอง และ 2 เหรียญเงิน ซึ่งปัจจุบันเขาเป็นนักกีฬาที่ได้รับ

เหรียญทองโอลิมปิกมากที่สุดในโลก โดยลงแข่งขันได้เหรียญทองรวม 23 เหรียญ จากทั้งหมด 28 เหรียญ ข้อมูลหลังโอลิมปิกฤดูร้อน 2016 เฟ็ลปส์ยังได้รับเลือกเป็นนักว่ายน้ำโลกประจำปี 2003, 2004, 2006, 2007 และนักว่ายน้ำอเมริกันประจำปี 2001- 2002- 2003- 2004- 2006- 2007 ชีวิตส่วนตัว ไมเคิล เฟ็ลปส์ เกิดที่เมืองรอดเจอส์ฟอร์จ บริเวณชานเมือง

ของเมืองบอลทิมอร์ในรัฐแมริแลนด์ เขาเรียนจบระดับชั้นมัธยมที่ ทาวสัน ไฮสคูล เมื่อปี 2003 พ่อของเขาชื่อ เฟร็ด เฟ็ลปส์ เป็นตำรวจแห่งรัฐแมริแลนด์ และ เดบบี เดวิสสัน เฟ็ลปส์ แม่ของเขาเป็น

ผู้อำนวยการโรงเรียนประถม ทั้งคู่หย่าร้างกันในปี ค.ศ. 1994 ไมเคิลมีชื่อเล่นว่า “เอ็มพี” มีพี่สาวอีกสองคนชื่อ วิทนีย์ และ ฮิลารี่ ซึ่งทั้งคู่เป็นนักว่ายน้ำเช่นกัน โดยวิทนีย์ เกือบจะได้ลงแข่งว่ายน้ำให้กับทีมชาติสหรัฐอเมริกา ในโอลิมปิกเกมส์ 1996 แต่ต้องมาบาดเจ็บเสียก่อนในวัยเด็ก ไมเคิล เฟ็ลปส์ เป็นโรคสมาธิสั้น (ADHD) เขาเริ่ม

ว่ายน้ำตั้งแต่อายุได้ 7 ปี ซึ่งเขาได้แรงบันดาลใจมาจากพี่สาวทั้ง 2 คน และเมื่ออายุ 10 ขวบ เขาก็สามารถทำลายสถิติระดับประเทศเมื่อเทียบกับเด็กอายุรุ่นเดียวกัน และในปี ค.ศ. 2000 ได้เข้าแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน 2000 ที่ซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย

The Andy Griffith Show

ด้วยอายุเพียง 15 ปีเท่านั้นเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 2004 ด้วยวัย 19 ปี เฟ็ลปส์ถูกจับในคดีเมาและขับ ที่เมืองซาลิสบิวรี่ รัฐแมริแลนด์ และต้องถูกปรับเงิน 250 ดอลลาร์สหรัฐ และบำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคมเป็นเวลา 18 เดือน ด้วยการพูดรณรงค์ในเรื่องเมาไม่ขับตามโรงเรียนต่าง ๆระหว่างปี 2004 ถึงปี 2008 เฟ็ลปส์ ได้รับการศึกษาใน

ระดับอุดมศึกษาจากมหาวิทยาลัยมิชิแกน โดยศึกษาด้านการตลาดและการจัดการด้านกีฬา โดยเฟ็ลปส์พูดว่าเขาจะกลับมาศึกษาต่อที่บัลติมอร์เพื่อเข้าคัดตัวไปแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน 2008 โดยร่วมกับบ็อบ โบว์แมน เมื่อเขาออกจาก

มหาวิทยาลัยมิชิแกนเขาพูดว่า “ผมไม่ได้ว่ายน้ำเพื่อใครอื่น ผมคิดว่าเราทั้งคู่ จะสามารถช่วยให้สโมสรนักกีฬาบัลติมอร์เหนือ (North Baltimore Athletic Club) ไปได้ไกลกว่านี้” โดยทางสโมสรออกมาประกาศว่า โบว์แมนออกจากมหาวิทยาลัยมิชิแกนเพื่อมาเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารของสโมสร เฟ็ลปส์ซื้อบ้าน

ที่เฟลส์พอยต์ในบัลติมอร์ ที่ที่เขาจะกลับมาหลังจากโอลิมปิกฤดูร้อน 2008 เพื่อนร่วมทีมของเฟ็ลปส์เรียกเขาว่า “โกเมอร์” เพราะเขาดูเหมือน โกเมอร์ ไพล์ ตัวละครในซิตคอมเรื่อง The Andy Griffith Show เขามีรายได้โดยประมาณ 5 ล้านเหรียญสหรัฐ

ต่อปีในการโฆษณา บวกกับ 1 ล้านเหรียญจากบริษัทชุดว่ายน้ำสปีโดสำหรับชนะเหรียญทอง 8 เหรียญในการแข่งขันโอลิมปิกฤดูร้อน 2008 ในวันที่ 29 มิถุนายน ค.ศ. 2016 เฟ็ลปส์ผ่านการคัดเลือกเป็นตัวแทนสหรัฐอเมริกาสำหรับการแข่งขันว่ายน้ำในโอลิมปิก 2016 นับเป็นนักกีฬาว่ายน้ำชายจากสหรัฐอเมริกาคนแรกที่เข้าแข่งขันในกีฬาโอลิมปิก 5 สมัยติดต่อกันโอลิมปิก คือมหกรรมกีฬาที่คัดเอานักกีฬาเก่ง ๆ ทั้งหมดที่มีบนโลกใบนี้ขึ้นมาชิงความเป็นหนึ่ง เพื่อบอกว่าใครคือ “เบอร์ 1 ของโลก” ที่แท้จริงหากจะมีมนุษย์สักคนที่ได้รับสิทธิ์การประทับ

ตราที่กลางหลังว่า “เบอร์ 1 ตัวจริง” คน ๆ คงหนีไม่พ้น ไมเคิล เฟลป์ส อดีตนักว่ายน้ำชาวอเมริกัน ผู้กวาดเหรียญทองไปทั้งหมด 23 เหรียญ จากการแข่งขันโอลิมปิก 5 ครั้งยากมากที่จะมีใครสักคนมาทำลายสถิติอันยิ่งใหญ่และน่าเหลือเชื่อของเขา … ทุกครั้งที่เขาลงแข่งขันมันเหมือนเป็นของง่าย แค่กระโดด ว่าย และ แตะขอบสระ เท่านั้นเขาก็ได้เหรียญทอง แต่ความจริงเบื้องหลังนั้นต่างกันสุดขั้ว ภายในราชาเจ้าสระ และมนุษย์เหรียญทอง

ไมเคิล เฟลป์ส ผ่านอะไรมาบ้าง และต้องใช้พลังกายและใจขนาดไหนกว่าจะมาถึงจะจุดนี้ ?

ติดตามที่นี่ ลูกคุณมีปัญหา “ทุกทีเลย ลูกของคุณมีปัญหา เขาไม่เคยอยู่นิ่ง และเขากำลังทำให้สมองของฉันกำลังจะระเบิด” คุณครูระดับชั้นอนุบาลคนหนึ่ง พูดกับผู้ปกครองของเด็กชายคนหนึ่งที่มีปัญหาที่สุดในห้องเรียน … เธอทนไม่ไหว และรู้สึกทรมานที่ต้องเจอกับนักเรียนในแบบที่เธอไม่เคยเจอมาก่อนตลอดชีวิตการทำงาน “เด็กซนคือเด็กฉลาด” คำนี้เราได้ยินกันบ่อยแต่มันอาจจะไม่ใช่เรื่องจริงเสมอไป เด็กบางคนซนมากเพราะมาจากการเลี้ยงดู

และเด็กบางคนอย่าง ไมเคิล เฟลป์ส นั้นก็ซนเพราะมีอาการป่วย … เขาป่วยเป็นโรคสมาธิสั้น สั้นขนาดที่ว่าไม่สามารถนั่งอยู่กับที่ได้เกิน 3 วินาที และเพราะแบบนั้นเขาจึงเป็นตัวแสบประจำชั้นเรียน ที่ไม่มีคุณครูคนไหนทนไหวอีกต่อไปเหตุผลก็เพราะเขาชอบเรียกร้องความสนใจ ต้องการเป็นศูนย์กลางของห้องเรียน บางครั้ง เฟลป์ส ตั้งใจเปิดเตาแก๊สในการทดลองคาบวิทยาศาสตร์แบบหมุนหมดรอบเอาไว้ เพื่อให้กลิ่นของแก๊สออกมากวนเพื่อน ๆ จนเรียนไม่ได้ นอกจากนี้ยังมีวีรกรรมสุดแสบอีกมากมายที่เกิดขึ้นกับ เฟล์ปส์ ในช่วงวัยเด็กของเขา อาทิ การแทรกขึ้นเวที

ออกไปเต้นท่าเต้นพิเรนทร์ ๆ ขณะที่กำลังมีกิจกรรมแสดงความสามารถของคนอื่น ๆ เป็นต้น “แค่ให้นั่งเฉย ๆ ก็ทำไม่ได้แล้ว ไม่รู้ว่าทำไมตอนนั้นมันจึงยากเย็นกับผมนัก ผมโฟกัสและจับจุดกับอะไรไม่ได้เลย ผมแค่รู้สึกหลายสิ่งรอบตัวมันปกติเกินไป ผมต้องเป็นศูนย์กลางของทุกสิ่งให้ทุกคนมาสนใจผม” เฟลป์ส กล่าว ไม่มีใครสอน เฟลป์ส ได้ เพราะอย่างที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น เขาต้องพบแพทย์และเข้าบำบัดเพื่อฝึกสมาธิอย่างจริงจัง เขาพูดเร็วมากเกินไปเวลาสนทนากับคนอื่น ๆ และที่สำคัญเขาจะไม่สบตาเมื่อมีใครพยายามสื่อสารกับเขาด้วยสำหรับครอบครัว เฟลป์ส นี่ไม่ใช่เรื่องง่าย

พวกเขามีลูก ๆ ด้วยกัน 3 คน โดยมี ไมเคิล เป็นลูกชายคนเล็ก สิ่งสำคัญคือความระหองระแหงของพ่อและแม่ ที่นำไปสูการแยกทางกัน และทำให้แม่ของเขาต้องเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว ทำงานด้วย เลี้ยงลูกด้วย และในกรณีของ เฟลป์ส เธอต้องพยายามหาทางรักษาให้ลูกชายหายและกลับมาใช้ชีวิตปกติได้ด้วย”แม่ของผมเลี้ยงดูพวกเราทั้งหมดด้วยตัวคนเดียว ผมและพี่สาวอีก 2 คน ถ้าหากจะถามว่าใครคือตัวอย่างของการทำงานหนัก ไม่ต้องสงสัยเลยว่าสำหรับผม ภาพจำที่มีต่อแม่นั้นชัดเจนมาก เธอทั้งทำงานหนักและทุ่มเทเพื่อลูก ๆ อย่างถึงที่สุด”หากอะไร

คือประกายความหวังที่เปลี่ยนแปลงทุกอย่าง แน่นอนว่าคนนั้นจะต้องเป็นแม่ของเขา เดบาราห์ เฟลป์ส ทำทุกอย่างเพื่อ

ให้ลูกชายกลับมาใช้ชีวิตปกติได้ เธอเอา เฟลป์ส ไปลองเรียนและเข้าคอร์สเพื่อฝึกสมาธิหลาย ๆ จนกระทั่งมาเจอยาวิเศษ ที่ไม่ต้องเอาเข้าปาก แต่แค่กระโดดลงไปในนั้น ลูกชายของเธอก็จะได้ชีวิตใหม่แล้ว พี่สาวทั้งสองคนของ ไมเคิล เฟลป์ส เป็นสมาชิกของชมรมว่ายน้ำเยาวชน โดยทั้งคู่มีดีกรีระดับแชมป์ของรัฐเลยทีเดียวเดบาราห์ รู้ว่ากิจกรรมนี้ทำให้ลูกสาวของเธอเติบโตมาเป็นคนที่มีสุขภาพจิตดี ดังนั้นเธอจึงฝาก ไมเคิล ไว้กับชมรมดังกล่าว เพื่อ “ลองดู” เผื่อว่าปาฏิหาริย์

จะเกิด เพราะดูแล้วในวันแรกที่ ไมเคิล เฟลป์ส มาลงสระน้ำพร้อม ๆ กับพี่สาวของเขา เขาก็ออกอาการต่อต้านเหมือนหลาย ๆ กิจกรรมที่เคยผ่านมา หากเป็นหนังสักเรื่อง เฟลป์ส คงกระโดดลงน้ำตูมเดียวแล้วว่ายได้เร็วจี๋ราวกับเป็นทักษะจากพระเจ้า แต่นี่คือโลกแห่งความจริง เก่งแต่เกิดไม่มีจริง ถ้าไม่มีจุดเริ่มต้น ไม่มีทางที่ใครสักคนจะหยิบจับสิ่งไหนแล้วเก่งในทันที “คุณคิดว่าพอเห็นสระว่ายแล้ว น้ำทำให้ผมกลายเป็นอิสระเหมือนกับปลาโลมาจนผมหมกมุ่นอยู่กับมันเป็นวันเป็นคืนเหรอ ? บ้าแล้ว ใครจะไปทำอย่างนั้น บอกตรง ๆ พอโดดไปตูมแรก ผมพูดได้เลยว่า

ผมเกลียดน้ำสุด ๆ เกลียดขนาดไหนก็เอาเป็นว่าผมกรีดร้องจนคนในสระกระเจิงไปหมด ผมเหวี่ยงแว่นตาว่ายน้ำทิ้งสุดแรงเกิดเพื่อแสดงให้รู้ว่า เอาผมออกไปจากที่นี่ … ด่วนเลย” ถ้าจะเอาเด็กแบบ เฟลป์ส ให้อยู่ ก็ต้องพยายามกันหน่อย แม้เขาจะฟาดงวงฟาดงาขนาดนั้น แต่โชคดีที่แม่ของเขาพอรู้ทางอยู่บ้าง เธอปล่อยให้ เฟลป์ส ร้องไปก่อน และจากนั้นเธอก็พาเขามาที่สระว่ายน้ำทุกวัน ตามกลอุบายที่ต้องมาส่งพี่สาวของเขาทั้งสองคน จากนั้น เฟลป์ส ก็เริ่มหยุดร้องและรู้สึกว่าเขาน่าจะทำอะไรกับน้ำได้มากกว่านั้น … เฟลป์ส พบว่าการอยู่ในน้ำทำให้เขา

สบายใจและรู้สึกเป็นอิสระในภายหลัง และไม่นานนักจากเด็กที่เกลียดสระน้ำ เขาก็กลายเป็นคนแรกที่กระโดดขึ้นรถหากแม่บอกว่าวันนี้เราจะไปสระว่ายน้ำกัน “พอได้ลองเริ่ม ๆ หัดดู ผมก็พบอิสระบางอย่าง … ผมพัฒนาทักษะในการว่ายน้ำได้ไวมาก เพราะไม่มีที่ไหนทำให้ผมช้าลงได้แบบนี้ ครั้งแรกในชีวิตเลยที่ผมรู้สึกว่าผมสามารถควบคุมตัวเองได้” เฟลป์ส กล่าวย้อนไปในอดีต เฟลป์ส เริ่มหัดว่ายน้ำตอน 7 ขวบ และ 3 ปีหลังจากนั้นเขาเป็นแชมป์ระดับเยาวนของประเทศ ร่างกายที่ไม่หยุดนิ่งทำให้เขาเร็วกว่าใครเมื่ออยู่ในน้ำ แชมป์เยาวชนทำให้เขามองไกลไปถึงขั้นการเป็นตัวทีมชาติ

About the Author

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

You may also like these

PowerFul By Rufeo