โลเคชั่นการแข่งขันฟุตบอลยูโร2020

โลเคชั่นการแข่งขันฟุตบอลยูโร2020

โลเคชั่นการแข่งขันฟุตบอลยูโร2020

โลเคชั่นการแข่งขันฟุตบอลยูโร2020

โลเคชั่นการแข่งขันฟุตบอลยูโร2020

โลเคชั่นการแข่งขันฟุตบอลยูโร2020

โลเคชั่นการแข่งขันฟุตบอลยูโร2020 ศึกฟุตบอลยูโร 2020 จะเป็นการแข่งขันชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ที่จัดการแข่งขันไปทั่วทั้งทวีปยุโรปใน 11 เมืองเจ้าภาพการแข่งขัน โดยก่อนที่การแข่งขันจะเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 11 มิถุนายนนี้  เราขอพาทัวร์สิบเอ็ดเมือง และ สิบเอ็ด สนามของการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์ยุโรปในปีนี้ มาเริ่มกันที่นี่เลย !

  1. อัมสเตอร์ดัม

สนาม: โยฮัน ครัฟฟ์ อารีนา

จุดเด่นของเมือง :

  • เมืองหลวงของจักรยาน (โดย 60% ของการคมนาคมภายในส่วนกลางของอัมสเตอร์ดัม เดินทางโดยจักรยาน)
  • พิพิธภัณฑ์แห่งชาติแห่งอัมสเตอร์ดัม (Rijksmuseum) เดินทางผ่านคลองที่ลอดสะพานกว่า 1,500 แห่ง รวมถึงอัมสเตอร์ดัมยังเป็นหนึ่งในเมืองที่มีพื้นที่สีเขียวครอบคลุมพื้นที่กว้างสำหรับเมืองที่มีขนาดเล็ก
  • ปกติจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาโดยเฉลี่ย 17 ล้านคนตลอดปี
  • สนามกีฬาโยฮัน ครัฟฟ์ อารีนา ถือเป็นสนามกีฬาแห่งแรกในยุโรปที่มีหลังคาที่สามารถเคลื่อนตัวเปิด-ปิดได้ตั้งแต่ปี 1996

แมตช์ :

  • เนเธอร์แลนด์ vs. ยูเครน (13 มิถุนายน)
  • เนเธอร์แลนด์ vs. ออสเตรีย (17 มิถุนายน)
  • มาซิโดเนียเหนือ vs. เนเธอร์แลนด์ (21 มิถุนายน)
  • รอบ 16 ทีมสุดท้ายระหว่างอันดับ 2 กลุ่ม A vs. อันดับ 2 กลุ่ม B (26 มิถุนายน)

2. บากู

สนาม: สนามกีฬาโอลิมปิก บากู

จุดเด่นของเมือง :

  • สนามกีฬาโอลิมปิก บากู เป็นสนามที่ใช้แข่งขันฟุตบอลยูโรปาลีก รอบชิงชนะเลิศ ปี 2019 ที่เชลซีเอาชนะอาร์เซนอล และเป็นสนามเหย้าของทีมชาติอาเซอร์ไบจาน
  • บากูคือเมืองหลวงของอาเซอร์ไบจาน โดยบากูเป็นหนึ่งในเมืองที่อยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลมากที่สุดในโลกที่ 28 เมตร และมีฉายาว่าเป็นเมืองแห่งสายลม รายได้หลักของเมืองมาจากน้ำมัน ซึ่งเป็นสินค้าส่งออกหลักตั้งแต่ศตวรรษที่ 19
  • บากูเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมอัลตราโมเดิร์น ภายในอีเซรี เซแฮร์ พื้นเมืองเก่าของบากู เป็นพื้นที่มรดกโลกทางประวัติศาสตร์ของ UNESCO ที่มีสถานที่ท่องเที่ยวอย่างหอคอยไมเดนและพระราชวังชีวานชาห์

แมตช์:

  • เวลส์ vs. สวิตเซอร์แลนด์ (12 มิถุนายน)
  • ตุรกี vs. เวลส์ (16 มิถุนายน)
  • สวิตเซอร์แลนด์ vs. ตุรกี (20 มิถุนายน)
  • รอบ 8 ทีมสุดท้าย (3 กรกฎาคม)

3.  บูคาเรสต์

สนาม: สนามกีฬาแห่งชาติบูคาเรสต์

จุดเด่นของเมือง :

  • สนามกีฬาแห่งชาติบูคาเรสต์คือสนามเหย้าของทีมชาติโรมาเนีย สนามนี้ยังเคยเป็นสถานที่จัดคอนเสิร์ตของ ไมเคิล แจ็คสัน และเป็นสังเวียนสำหรับนัดชิงยูโรปาลีก 2012 ที่แอตเลติโก มาดริด เอาชนะแอตเลติโก บิลเบา ไป 3-0
  • เพราะเมืองแห่งนี้เต็มไปด้วยถนนสไตล์ฝรั่งเศสที่มีขนาดกว้าง และมีพระราชวังแบบนีโอคลาสสิก รวมถึงสวนสาธารณะขนาดใหญ่
  • เมืองหลวงของโรมาเนีย เป็นเมืองที่ได้รับฉายาว่าเป็น Little Paris ระหว่างช่วงปี 1918-1947 ก่อนที่จะเข้าสู่ช่วงการปกครองของคอมมิวนิสต์

แมตช์:

  • ออสเตรีย vs. มาซิโดเนียเหนือ (17 มิถุนายน)
  • ยูเครน vs. ออสเตรีย (21 มิถุนายน)
  • รอบ 16 ทีมสุดท้าย อันดับ 1 กลุ่ม F vs. อันดับ 3 กลุ่ม A / B / C (28 มิถุนายน)

4. บูดาเปสต์

สนาม: ปุสกัส อารีนา

จุดเด่นของเมือง :

  • ในตัวเมืองเต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมที่งดงาม ทั้งยังมีพื้นที่มรดกโลกทางประวัติศาสตร์ของ UNESCO ที่ประกอบไปด้วยจัตุรัสทรินิตี้และโบสถ์แมตเทียส
  • สนามกีฬาปุสกัส อารีนา เป็นสนามเหย้าของทีมชาติฮังการี ที่มีความจุ 67,889 ที่นั่ง สร้างขึ้นเมื่อปี 2019
  • เมืองหลวงของฮังการี ซึ่งเป็นสถานที่ให้กำเนิด เฟเรนซ์ ปุสกัส ยอดศูนย์หน้าระดับตำนานของทีมชาติฮังการี ที่ภายหลังชื่อของเขาถูกนำมาตั้งชื่อเป็นรางวัล Puskás Award ที่มอบให้กับผู้ที่ทำประตูสวยที่สุดในแต่ละปี

แมตช์:

  • ฮังการี vs. โปรตุเกส (15 มิถุนายน)
  • ฮังการี vs. ฝรั่งเศส (19 มิถุนายน)
  • โปรตุเกส vs. ฝรั่งเศส (23 มิถุนายน)
  • รอบ 16 ทีมสุดท้าย อันดับที่ 1 กลุ่ม C vs. อันดับ 3 กลุ่ม D / E / F (27 มิถุนายน)

5.โคเปนเฮเกน

สนาม: พาร์เคน สเตเดียม

จุดเด่นของเมือง :

  • สนามกีฬาพาร์เคน สเตเดียม ถือเป็นสนามฟุตบอลที่ใหญ่ที่สุดในเดนมาร์ก และเป็นสนามเหย้าของทีมเอฟซี โคเปนเฮเกน
  • สวนสนุกทิโวลี เป็นหนึ่งในสวนสนุกที่เป็นศูนย์รวมของวัฒนธรรมต่างๆ และการแสดง ทั้งคอนเสิร์ต ละครเวที รวมถึงเครื่องเล่น ไปจนถึงสถาปัตยกรรมประวัติศาสตร์ภายในพื้นที่ของสวน
  • โคเปนเฮเกน เมืองหลวงของเดนมาร์ก ได้รับยกย่องว่าเป็นเมืองที่ผู้คนมีความสุขมากที่สุดในโลก และยังเป็นเมืองที่เป็นมิตรต่อผู้ใช้จักรยานที่ประชากรมากกว่าครึ่งของเมืองใช้เดินทางทุกวัน

แมตช์ :

  • เดนมาร์ก vs. ฟินแลนด์ (12 มิถุนายน)
  • เดนมาร์ก vs. เบลเยียม (17 มิถุนายน)
  • รัสเซีย vs. เดนมาร์ก (21 มิถุนายน)
  • รอบ 16 ทีมสุดท้าย อันดับ 2 กลุ่ม D vs. อันดับ 2 กลุ่ม E (28 มิถุนายน)

6.กลาสโกว์

สนาม: แฮมป์เดนพาร์ก

จุดเด่นของเมือง :

  • สนามแฮมป์เดนพาร์กครั้งหนึ่งเคยเป็นสนามกีฬาที่ใหญ่ที่สุดในโลกระหว่างปี 1908-1950 ครั้งหนึ่งเคยต้อนรับแฟนกีฬาจำนวน 149,415 คนในเกมที่สกอตแลนด์พบอังกฤษ เมื่อปี 1937
  • กลาสโกว์คือเมืองที่ใหญ่ที่สุดในสกอตแลนด์ และใหญ่เป็นอันดับที่ 3 ในสหราชอาณาจักร
  • กลาสโกว์ยังมีชมรมว่ายน้ำที่เก่าแก่ที่สุดในโลกคือ Arlington Baths Club ก่อตั้งเมื่อปี 1871
  • เป็นเมืองที่จัดการแข่งขันฟุตบอลนานาชาติเกมแรกเมื่อปี 1872 ระหว่างสกอตแลนด์กับอังกฤษ ซึ่งผลออกมาเสมอกัน 0-0
  • มหาวิหารกลาสโกว์เป็นอาคารประวัติศาสตร์ที่สำคัญที่สุดของเมือง

แมตช์ :                              

  • สกอตแลนด์ vs. สาธารณรัฐเช็ก (14 มิถุนายน)
  • โครเอเชีย vs. สาธารณรัฐเช็ก (18 มิถุนายน)
  • โครเอเชีย vs. สกอตแลนด์ (22 มิถุนายน)
  • รอบ 16 ทีมสุดท้าย อันดับ 1 กลุ่ม E vs. อันดับ 3 กลุ่ม A / B / C / D (29 มิถุนายน)

7. ลอนดอน

สนาม: เวมบลีย์

จุดเด่นของเมือง :

  • สนามแห่งนี้ให้การต้อนรับผู้มาเยือนกว่า 21 ล้านคน นับตั้งแต่เปิดใช้งานเมื่อปี 2007
  • ลอนดอนคือเมืองที่มีผู้คนเดินทางไปมากที่สุดในโลก โดยตัวเลขประมาณการนักท่องเที่ยวอยู่ที่ปีละ 31.2 ล้านคน ขณะที่ลอนดอนมีประชากรทั้งหมด 9 ล้านคน
  • สนามกีฬาเวมบลีย์คือสนามกีฬาที่ใหญ่ที่สุดในอังกฤษ และเป็นบ้านของสมาคมฟุตบอลอังกฤษ
  • เคยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันโอลิมปิกทั้งหมด 3 ครั้ง คือ ปี 1908, 1948 และ 2012
  • มหาวิหารเวสต์มินสเตอร์, หอคอยลอนดอน, มหาวิหารเซนต์ปอล, บริติชมิวเซียม รวมถึงแพลตฟอร์ม 9¾ ที่อยู่ในสถานีรถไฟคิงส์ครอส คือส่วนหนึ่งของสถานที่ท่องเที่ยวที่โด่งดังของลอนดอน

แมตช์:

  • อังกฤษ vs. โครเอเชีย (13 มิถุนายน)
  • อังกฤษ  vs. สกอตแลนด์ (18 มิถุนายน)
  • สาธารณรัฐเช็ก vs. อังกฤษ (22 มิถุนายน)
  • รอบ 16 ทีมสุดท้าย 2 แมตช์ (26 และ 29 มิถุนายน)
  • รอบรองชนะเลิศ 2 แมตช์ (6 และ 7 กรกฎาคม)
  • รอบชิงชนะเลิศ (11 กรกฎาคม)

8. มิวนิก

สนาม: อลิอันซ์ อารีนา

จุดเด่นของเมือง :

  • สนามกีฬาอลิอันซ์ อารีนา สร้างขึ้นเมื่อปี 2005 ก่อนจะได้รับสิทธิ์ให้เป็นหนึ่งในสังเวียนของฟุตบอลโลก ปี 2006 และรอบชิงชนะเลิศยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ปี 2012
  • เป็นสถานที่จัด Oktoberfest เทศกาลประจำปีที่จัดขึ้นเป็นเวลา 16 วัน สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการดื่มเบียร์ และเทศกาลที่แสดงให้เห็นถึงวัฒนธรรมของรัฐบาวาเรีย ที่มีมิวนิกเป็นเมืองหลวง
  • บ้านของโรงละครออร์เคสตราและพิพิธภัณฑ์ อีกทั้งยังเป็นเมืองของบริษัทอย่าง Siemens, BMW และสโมสรบาเยิร์น มิวนิก

แมตช์:

  • ฝรั่งเศส vs. เยอรมนี (15 มิถุนายน)
  • โปรตุเกส vs. เยอรมนี (19 มิถุนายน)
  • เยอรมนี vs. ฮังการี (23 มิถุนายน)
  • รอบ 8 ทีมสุดท้าย (2 กรกฎาคม)

9. โรม

สนาม: สตาดิโอ โอลิมปิโก

จุดเด่นของเมือง :

  • ตั้งแต่โคลอสเซียมถึงพิพิธภัณฑ์วาติกัน โรมคือหนึ่งในสมบัติทางประวัติศาสตร์ของศิลปะ สถาปัตยกรรม และวัฒนธรรม ของโลกก็ว่าได้
  • โรมคือหนึ่งในเมืองที่มีชื่อเสียงสำหรับแหล่งท่องเที่ยวที่โด่งดังไปทั่วโลก ตั้งแต่โคลอสเซียมไปจนถึงโบสถ์ชื่อดังต่างๆ
  • สังเวียนแห่งนี้เคยใช้เป็นสนามรอบชิงของยูโรเปียนคัพ สนามโอลิมปิกในปี 1960, รอบชิงชนะเลิศยูโร 1968 และฟุตบอลโลก ปี 1990 เช่นเดียวกับแมตช์ทีมชาติอิตาลีอีกหลายนัด
  • สตาดิโอ โอลิมปิโก คือสนามเหย้าของทีมโรมาและลาซิโอ แห่งศึกเซเรีย อา อิตาลี ที่ได้รับการปรับปรุงมาหลายครั้งนับตั้งแต่ปี 1953 

แมตช์:

  • ตุรกี vs. อิตาลี (11 มิถุนายน)
  • อิตาลี vs. สวิตเซอร์แลนด์ (16 มิถุนายน)
  • อิตาลี vs. เวลส์ (20 มิถุนายน)
  • รอบ 8 ทีมสุดท้าย (3 กรกฎาคม)

10. เซนต์ปี​เตอร์สเบิร์ก

สนาม: เซนต์ปี​เตอร์สเบิร์ก สเตเดียม

จุดเด่นของเมือง :

  • เซนต์ปี​เตอร์สเบิร์ก สเตเดียม เป็นสนามเหย้าของทีมเซนิต เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก นับตั้งแต่เดือนเมษายน ปี 2017 สนามแห่งนี้ยังถูกใช้เป็นสังเวียนในการแข่งขันฟุตบอลโลกปี 2018 ที่รัสเซียเป็นเจ้าภาพ
  • เซนต์ปี​เตอร์สเบิร์กคือเมืองที่มีประชากรมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของรัสเซีย รองจากมอสโก
  • พิพิธภัณฑ์เฮอร์มิเทจมีงานศิลปะและวัตถุโบราณกว่า 3 ล้านชิ้น ที่จัดแสดงใน 360 ห้อง ในพื้นที่ 5 อาคาร
  • เซนต์ปี​เตอร์สเบิร์กคือเมืองที่ได้ฉายาว่า ‘เวนิสแห่งแดนเหนือ’ เนื่องจากภายในตัวเมืองมีคูคลองที่ลอดผ่านสะพานถึง 342 แห่ง

แมตช์:

  • เบลเยียม vs. รัสเซีย (12 มิถุนายน)
  • โปแลนด์ vs. สโลวาเกีย (14 มิถุนายน)
  • ฟินแลนด์ vs. รัสเซีย (16 มิถุนายน)
  • สวีเดน vs. สโลวาเกีย (18 มิถุนายน)
  • ฟินแลนด์ vs. เบลเยียม (21 มิถุนายน)
  • สวีเดน vs. โปแลนด์ (23 มิถุนายน)
  • รอบ 8 ทีมสุดท้าย (2 กรกฎาคม)

11. เซบียา

สนาม: ลา การ์ตูฆา เซบียา

จุดเด่นของเมือง :

  • สนามลา การ์ตูฆา เซบียา สร้างขึ้นเพื่อการแข่งขันกรีฑาชิงแชมป์โลก ปี 1999 และปัจจุบันเป็นสังเวียนนัดชิงโคปา เดล เรย์ รวมถึงยังเคยจัดการแข่งขันเทนนิสเดวิสคัพ รอบชิงชนะเลิศ และจัดคอนเสิร์ต มาดอน​น่า, บรูซ สปริงส์ทีน, U2 และ AC/DC
  • โดยสถานที่แห่งนี้ยังเป็นที่ที่ใช้ถ่ายทำ Game of Thrones ซีรีส์ชื่อดังจาก HBO ฉากที่อยู่ในพระราชวังอัลกาซาร์คือฉากใน The Water Gardens of Dorne ของอาณาจักรดอร์น
  • พระราชวังอัลกาซาร์เป็นมรดกทางศิลปะ และเป็นหนึ่งในพระราชวังที่เก่าแก่ที่สุดในโลก

แมตช์:

  • สเปน vs. สวีเดน (14 มิถุนายน)
  • สเปน vs. โปแลนด์ (19 มิถุนายน)
  • สโลวาเกีย vs. สเปน (23 มิถุนายน)
  • รอบ 16 ทีมสุดท้าย อันดับ 1 กลุ่ม B vs. อันดับ 3 กลุ่ม A / D / E / F (27 มิถุนายน)

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

You may also like these

PowerFul By Rufeo