โมฮาเหม็ด ซาลาห์

โมฮาเหม็ด ซาลาห์

โมฮาเหม็ด ซาลาห์

โมฮาเหม็ด ซาลาห์

โมฮาเหม็ด ซาลาห์

หนึ่งในนักเตะที่ก้าวขึ้นมาเป็นความหวังของทีม แล้วเค้าก็ตอบแทนความเชื่อใจนั้นได้อย่างดีก็คือ โมฮาเหม็ด ซาลาห์  (Mohamed Salah) ดาวยิงอียิปต์คนนี้ต้องบอกเลยว่าเค้าเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่ทำให้ ลิเวอร์พูล มีเกมรุกที่คมกริบเหมือนใบมีดโกน ชีวิตของนักเตะคนนี้กว่าจะมาดังได้ก็ต้องใช้คำว่า “เจ็บมาเยอะ” เหมือนกัน มาดูกันว่า กว่าจะมาถึงตรงจุดนี้ได้ เค้าต้องผ่านอะไรมาบ้าง

ชื่อเต็มของเค้าก็คือ เกิดเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 1992 (ปัจจุบันอายุ 28 ปี) เกิดที่เมืองบาสยูน  ประเทศอียิปต์  ปัจจุบันเล่นให้กับสโมสรลิเวอร์พูล สวมใส่เสื้อเบอร์ 11 เล่นฟุตบอลในตำแหน่งกองหน้า ซึ่งเค้าสามารถเล่นได้ทั้งระบบกองหน้าคู่ กองหน้าเดี่ยว หรือ กองหน้าสามคนก็ทำได้เหมือนกัน แม้จะดูดุดันในสนามแต่นอกสนามเค้ากลับอ่อนโยนมากกว่าที่คิดไว้เยอะเลย กว่าจะมาถึงจุดความสำเร็จอย่างนี้ต้องบอกเลยว่า เค้าเป็นนักเตะจอมพเนจรคนหนึ่ง ที่ต้องย้ายทีมหลายครั้งเพื่อหาโอกาสในการลงสนาม แล้วก็เหมือนโชคชะตาจะมาเค้าให้พอเหมาะพอดีกับทีมลิเวอร์พูล แล้วก็ส่งเสริมกันจนได้แชมป์ดังกล่าว

เส้นทางฟุตบอลระดับเยาวชน

จากความชื่นชอบในกีฬาฟุตบอลทำให้ ซาลาห์ เลือกที่จะเดินทางเป็นนักฟุตบอลให้ได้ แต่ว่าประเทศบ้านเกิดของเค้ากีฬาชนิดนี้ยังไม่เป็นที่นิยมเท่าไร ทำให้กว่าที่เค้าจะหาทีมสังกัดได้ก็ต้องไปไกลถึงทีม เอล โมคารุน ที่เจ้าตัวต้องเดินทางไปกลับไกลมากเพื่อให้ได้ซ้อมฟุตบอลตามต้องการ แต่การเดินทางอันสุดแสนเหนื่อยก็ตอบแทนด้วยการให้โอกาสเค้ากับทีมมากขึ้นตามลำดับ (จนกระทั่งพัฒนาตัวเองจากระดับเยาวชน มาเป็นระดับตัวสำรอง และกลายเป็นตัวจริงของทีมไปในที่สุด) ผลงานของเค้ากับทีมทำให้เริ่มมีคนสนใจมากขึ้นหนึ่งในนั้นก็คือ บาเซิ่ล ทีมดังจากประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ก็ได้ตัวเข้าไปร่วมทีม

การผจญภัยบทแรกของเค้าที่ บาเซิ่ล นั้นต้องบอกว่าเค้าต้องปรับตัวและยกระดับตัวเองมากทีเดียว จากระดับทีมสำรองมาเป็นทีมตัวจริง กว่าจะได้ลงสนามก็รอนานเหมือนกันในซุ้มม้านั่งสำรอง จนกระทั่งมีโอกาสเค้าก็ทำได้ดีทั้งเกมลีค และเกมบอลถ้วยต่างประเทศ

แล้วก็กลายเป็น เชลซี ที่ติดตาม ซาลาห์มานาน เห็นแววเห็นฟอร์มก็เลยประกาศขอซื้อไปร่วมทีมด้วย น่าเสียดายที่แม้จะซื้อไปร่วมทีม ซาลาห์ ก็ทำผลงานได้ดี แต่ว่าดีไม่พอจะเบียดกองกลางของเชลซีในยุคปี 2014 ได้จริงๆ (เชส ฟาเบรกัส, ออสการ์, อาซาร์, มาติช, จอห์น โอบี มิเกล ลงตรงไหนละเนี่ย) เพื่อให้ชีวิตเดินหน้าต่อไป เจ้าตัวเลยเลือกที่จะไปหาทีมอื่นลงแทน นั่นก็คือ ฟิออเรนติน่า

เพื่อหาโอกาสในการลงนามทำให้เจ้าตัวเลือกที่จะไปเล่นให้กับ ฟิออเรนติน่า ในอิตาลี แบบยืมตัว ไปเล่นตอนนั้นก็ถือว่าสมใจเลย เพราะว่าได้ลงสนามเยอะ ได้เล่นฟุตบอลตามต้องการ พอได้เล่นบ่อยฝีเท้ามันก็พัฒนาขึ้นมาจนขึ้นเป็นตัวหลักของทีมได้เลย แม้ว่าทีมฟิอออยากเซ็นซื้อขายขาด แต่ซาลาห์ไม่เอา เลือกที่จะไปเล่นให้กับคู่แข่งร่วมลีคอย่างโรมาแทน ซึ่งก็ถือว่าคิดถูกเนื่องจากการไปเล่นให้กับโรม่านั้นบอกเลยว่ากลายเป็นนักเตะที่โรม่าต้องการ จนกลายเป็นขาดไม่ได้เลย ค่าตัว 15 ล้านปอนด์ถือว่าคุ้มค่าที่จ่ายไป จนทำให้เค้ากลายเป็นดาวเด่นของ เซเรียอา ในเวลาถัดมา แล้วก็ได้ย้ายมาลิเวอร์พูลมาจนถึงปัจจุบันและประสบความสำเร็จในการได้แชมป์อีกหลายรายการ

เส้นทางลูกหนัง

เด็กชายซาลาห์ เริ่มต้นการเล่นฟุตบอล ด้วยการหัดเตะบอลจากทีมท้องถิ่นในบ้านเกิด ก่อนที่ในปี 2010 จะได้ย้ายไปเป็นนักเตะระดับเยาวชนของ เอล โมคารุน สโมสรลูกหนังที่อยู่ห่างไกลจากเมืองที่เขาพักอาศัยอย่างมาก ทว่านั่นก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ของไอ้หนูที่มีใจรักในกีฬาลูกหนังคนนี้

ซึ่งจากที่นี่เองที่ช่วยให้เขาพัฒนาฝีเท้า และโชว์ฟอร์มการเล่นได้ดีขึ้นเรื่อยๆ จนสามารถขึ้นมาเล่นในระดับเยาวชน ทีมสำรอง จนามารถขึ้นมาติดทีมชุดใหญ่ได้สำเร็จ โดยใน 2 ฤดูกาล ที่เจ้าตัวเล่นให้กับที่นี่ เขายิงไปได้ 11 ประตู จากการลงสนาม 38 นัด จนฝีเท้าไปเข้าตาแมวมองของ บาเซิล ทีมลูกหนังชื่อดังของลีกสวิตเซอร์แลนด์

จากฝีเท้าอันยอดเยี่ยมนี้เอง ทำให้ในปี 2012 บาเซิ่ล จัดการดึงตัว ซาลาห์ เข้ามาร่วมทีม ซึ่งการย้ายข้ามน้ำข้ามทะลจากทวีปแอฟริกา มาค้าแข้งในทวีปยุโรปกับต้นสังกัดใหม่ ต้องมาเจอสิ่งแวดล้อมใหม่ๆ การฝึกซ้อมในแบบที่ไม่คุ้นเคย รวมทั้งเพื่อนร่วมทีมคนใหม่ๆ ทำให้ ซาลาห์ ค่อนข้างปรับตัวได้ลำบาก

ในช่วงแรกที่เจ้าตัวย้ายมา บาเซิ่ล ยังไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับรูปแบบการเล่นของทีมได้ จนต้องไปเริ่มต้นเล่นที่ทีมสำรอง จากนั้นด้วยความมุ่งมั่น และความพยายามของดาวเตะอียิปต์ เจ้าตัวก็พยายามฝึกซ้อม และยกระดับการเล่นของตัวเองจนสามารถขึ้นมาเล่นในทีมชุดใหญ่สำเร็จ แต่ก็ยังเป็นแค่ตัวสำรองอยู่

กว่าที่ ซาลาห์ จะได้ลงสนามก็ใช้เวลานานพอสมควร ซึ่งเจ้าตัวได้ลงสนามเป็นแมตช์แรก ในเกมที่ บาเซิ่ล เอาชนะ ธูน ไป 3-1 ในวันที่ 12 สิงหาคม ปี 2012 และหลังจากนั้น เจ้าตัวก็ได้ลงเล่นเป็นตัวจริง สลับกับตัวสำรองอย่างต่อเนื่อง และทำผลงานได้ค่อนข้างยอดเยี่ยม ทั้งเกมลีกในประเทศ และในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ซึ่งการโชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นในถ้วยุโรปนี้เอง ทำให้ผลงานไปเข้าตาของ “สิงห์บลูส์ื” เชลซี ทีมยักษ์ใหญ่พรีเมียร์ลีก

หลังจากที่ซุ่มดูฟอร์มมาอยู่นาน และแล้ว ในปี 2014 เชลซี ก็ได้ยื่นข้อเสนอขอซื้อตัว ซาลาห์ มาร่วมทีม ด้วยค่าตัว 11 ล้านปอนด์ ซึ่งเจ้าตัวก็ได้กลายมาเป็นนักตะอียิปต์คนแรกในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ อีกด้วย ซึ่งเขาได้เซ็นสัญญา 5 ปีครึ่ง และสวมหมายเลข 15 ให้กับทีม

การได้ย้ายมาเล่นในพรีเมียร์ลีก ถือเป็นการก้าวกระโดดอย่างมากของ ซาลาห์ และเขาก็หวังจะสร้างชื่อกับ เชลซี ให้ได้ ทว่าทุกอย่างมันก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เมื่อแผงกองกลางของทัพ “สิงห์บลูส์” ในชุดนั้น แข็งแกร่งและยอดเยี่ยมอย่างมาก เพราะมีทั้ง เชส ฟาเบรกาส, ออสการ์, เอเดน อาซาร์, เนมานย่า มาติช รวมทั้ง จอห์น โอบี มิเกล ทำให้เขาไม่สามารถเบียดลงเล่นเป็นตัวจริงของทีมได้

ซึ่งจากการค้าแข้งที่นี่ในซีซั่นแรก เจ้าตัวได้ลงสนามเพียง 13 นัดเท่านั้น ทำให้ ซาลาห์ เลือกที่จะขอย้ายออกจากทีม เพื่อที่จะหาโอกาสในการลงสนาม ซึ่ง เชลซี ก็ไม่ขัดขวางแต่อย่างใด เมื่อได้ทำการปล่อยตัวเขาให้ย้ายไปร่วมทีม ฟิออเรนติน่า ทีมลูกหนังชื่อดังในศึกกัลโช่ เซเรีย อา

การย้ายมาเล่นกับ ฟิออเรนติน่า เจ้าตัวก็ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมอย่างมาก แต่เขาก็ค้าแข้งที่นี่ได้เพียงครึ่งซีซั่นเท่านั้น เขาก็ต้องย้ายทีมอีกครั้ง เมื่อเจ้าตัวต้องการที่จะย้ายไปร่วมทัพ โรม่า ทีมคู่แข่งร่วมลีก แมัว่าทัพ “ม่วงมหากาฬ” ต้องการจะซื้อขาด ทว่า ซาลาห์ ก็ไม่ต้องการอยู่นี่ถาวร จนในที่สุดก็ได้ย้ายไปเป็นสมาชิกใหม่ของทัพ “หมาป่ากรุงโรม” สมดังตั้งใจ

การย้ายมาเล่นในรูปแบบการยืมตัว ซาลาห์ ก็ระเบิดฟอร์มการเล่นได้อย่างร้อนแรง ยิงไปถึง 15 ประตู กับอีก 7 แอสซิสต์ จากการลงสนาม 42 เกมในทุกรายการ กลายเป็นตัวหลักที่ทีมจะขาดไม่ได้เลย ซึ่งทำให้ โรม่า ไม่ลังเลใจเลยที่จะซื้อขาดเขามาร่วมทีมด้วยค่าตัว 15 ล้านปอนด์

และในซีซั่นที่สองกับ โรม่า นี้เอง ที่ ซาลาห์ ระเบิดฟอร์มการเล่นได้อย่างสุดยอดอย่างมาก เขายิงประตูไปถึง 19 ลูก กับอีก 15 แอสซิสต์ จากการลงเล่น 41 นัดในทุกรายการ จนได้รับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของสโมสรไปครองอีกด้วย

และแล้วฝีเท้าอันยอดเยี่ยมของ ซาลาห์ นี้เอง ที่กำลังจะนำพาให้เจ้าตัวกลับมาเล่นในพรีเมียร์ลีกอีกครั้ง เมื่อ เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือชาวเยอรมันของ ลิเวอร์พูล ต้องการที่จะสร้างทีมขึ้นมาใหม่ เพื่อการนำทัพ “หงส์แดง” กลับมาสู่ความยิ่งใหญ่ในลีกอังกฤษให้ได้ และกำลังมองหาขุมกำลังในแนวรุกเข้ามาสู่ทีม และก็ไปต้องตาต้องใจกับฟอร์มอันร้อนแรงของดาวยิงทีมชาติอียิปต์ และหวังที่จะสอยตัวมาร่วมทีม

และในวันที่ 1 กรกฎาคม 2017 ซาลาห์ ก็ได้ย้ายมาร่วมทีม ลิเวอร์พูล อย่างเป็นทางการ ด้วยค่าตัวที่เป็นสถิติสโมสรถึง 42 ล้านปอนด์ ซึ่งอีกเหตุผลหลักที่เจ้าตัวเลือกย้ายมาเล่นให้กับ “หงส์แดง” ก็เพื่อกลับมาพิสูจน์ตัวเองอีกครั้ง หลังจากเคยล้มเหลวกับการเล่นให้กับ เชลซี ว่าเขามีดีมากพอที่จะเล่นในศึกพรีเมียร์ลีกได้

และเพียงฤดูกาลแรกกับ “หงส์แดง” ซาลาห์ ก็แสดงให้เห็นทันทีว่าของจริงนั้นเป็นยังไง เมื่อลงเล่นไป 52 เกมในทุกรายการ ยิงไปถึง 44 ลูก และแอสซิสต์ไป 16 ครั้ง คว้าอันดับดาวซัลโวของพรีเมียร์ลีก และพาทีมจบอันดับ 4 ของตาราง แถมยังพาทีมเข้าชิงชนะเลิศศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก อีกด้วย ทว่าก็อกหักไปพ่ายให้กับ เรอัล มาดริด 1-3 ได้แค่รองแชมป์เท่านั้น

About the Author

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

You may also like these

PowerFul By Rufeo