แอตเลติโกมาดริด

แอตเลติโกมาดริด

แอตเลติโกมาดริด

แอตเลติโกมาดริด

แอตเลติโกมาดริด

ข้อมูล ประวัติ สถิติทีม แอตเลติโก้ มาดริด : กว่าจะเป็น ตราหมี ทีมยักษ์ใหญ่สเปน

ทีม แอตเลติโก้ มาดริด (Atlético de Madrid) ทีมดังจากแดนกระทิงดุประเทศสเปน ปัจจุบันเล่นอยู่ในศึกลาลีกา ลีก ลีกสูงสุดของประเทศ ก่อตั้งขึ้นในวันที่ 26 เมษายน ค.ศ.1903 โดยนักศึกษาชาวบาสก์ ที่อาศัยอยู่ในกรุงมาดริด เมืองหลวงของประเทศสเปน ทีมสโมสรฟุตบอลแห่งนี้ติด 1 ใน 4 ทีมดังที่สุดของประเทศ เป็นรองเพียงทีมร่วมเมืองอย่างริลมาดริด บาเลนเซียและทีมดังจากแคว้นกาตาลุญญาอย่าง บาร์เซโลน่า เท่านั้น

ทีม แอตเลติโก้ มาดริด ลงสนามแข่งขันนัดแรกเป็นทางการเจอกับทีมแอทเลติกบิลบาโอ โดยในครั้งนั้นทีมได้ใส่ชุดแข่งสีน้ำเงินขาว แต่ต่อมาในปี ค.ศ.1911 ทีมได้เปลี่ยนชุดแข่งของตนเองเป็นสีแดงขาว จนกลายเป็นเอกลักษณ์ของเสื้อทีมเหย้าของตนเองมาถึงปัจจุบันทีมมีคู่แข่งสำคัญร่วมเมืองอย่าง เรอัล มาดริด เป็นสโมสรเพื่อนบ้าน ทีม แอตเลติโก้ มาดริด สร้างนักเตะกองหน้าชื่อดังระดับโลกมาแล้วมากมายหลายคน ไม่ว่าจะเป็น เฟร์นันโด ตอร์เรส กองหน้าชื่อดังขวัญใจสาวๆ เดียโก ฟอร์ลัน กองหน้าชื่อดังอีกคน เซร์คีโอ อะกูเอโร และ ราดาเมล ฟัลกาโอ เป็นต้น

เกรียติประวัติทีม แอตเลติโก้ มาดริด

ทีม แอตเลติโก้ มาดริด (Atlético de Madrid) คว้าแชมป์ลาลีกา ลีกสูงสุดของประเทศสเปนทั้งหมด 10 ครั้งและโกปาเดลเรย์มาแล้วทั้งหมด 9 ครั้ง ซึ่งเคยได้แชมป์พร้อมกันทั้งสองถ้วยในปีเดียวเมื่อปี ค.ศ.1996 และสโมสรยังเป็นรองแชมป์ ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ในปีค.ศ.1974 และได้แชมป์ฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรยุโรปและอเมริกาใต้ในปีค.ศ.1975 คว้าถ้วยแชมป์ยูฟ่า ยูโรปาลีก ในปีค.ศ.2010 กับค.ศ.2012 และได้แชมป์ยูฟ่าซูเปอร์คัพ ในปีค.ศ.2010 และค.ศ.2012

สนามเหย้าทีม แอตเลติโก้ มาดริด

แอตเลติโก้ มาดริด ใช้สนามเหย้า คือ เอสตาดีโอเมโตรโปลีตาโน (Estadio Metropolitano) หรือที่นิยมเรียกว่า ลาเปย์เนตา (La Peineta) เป็นสนามฟุตบอลแห่งใหม่ของทีมอัตเลตีโกมาดริด แทนที่สนามกีฬาบีเซนเต กัลเดรอน สนามเก่าของทีมที่ใช้งานมายาวนาน โดยสนามแห่งนี้พึ่งเริ่มที่จะใช้งานในฤดูกาลปี ค.ศ. 2017–2018สนามบิเซนเต กัลเดรอน สเตเดียม เป็นสนามเหย้าของทีม แอตเลติโก้ มาดริด ตั้งอยู่ที่เขตอาร์กันซูเอลา ในกรุงมาดริด เมืองหลวงประเทศสเปน

เดิมสนามแห่งนี้มีชื่อว่า มานซานาเรส สเตเดียม แต่ก็ได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น บิเซนเต กัลเดรอนสเตเดียม ในปี ค.ศ.1971 สนามแห่งนี้มีความจุทั้งหมด 54,960 ที่นั่ง สถาปนิกที่ออกแบบชื่อ ฮาเวียร์ บาร์โรโซ และ มิกูเอล แอนเจล การ์เซีย โลมาซ สถาปนิกชื่อดังของประเทศสเปนบิเซนเต กัลเดรอน เป็นยังคงเป็นสนามเหย้า

ของฟุตบอลทีมชาติสเปนตั้งแต่ปี ค.ศ.2003 เป็นสนามที่ได้รับการยอมรับและได้ทั้งหมด 5 ดาว จากการแบ่งประเภทสนามฟุตบอลของยูฟ่า สนามแห่งนี้เคยใช้จัดการแข่งขันฟุตบอลโลกเมื่อปี ค.ศ.1982 ที่ประเทศสเปนได้รับโอกาสเป็นเจ้าภาพในรอบแบ่งกลุ่ม สนามบิเซนเต กัลเดรอนนั้นเป็นอีกหนึ่งในตำนานสนาม

แข่งขันฟุตบอลของประเทศสเปนและของวงการฟุตบอล แต่เนื่องจากการเติบโต ขยายตัวของโลกลูกหนังทำให้สนามแห่งนี้กลายเป็นอดีตไปแล้วสโมสรแห่งนี้มีการเปลี่ยนตราประจำสโมสรมาแล้วทั้งหมด 11 รูปแบบ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยตราประจำสโมสรอันแรกนั้นถูกใช้เมื่อปี ค.ศ.1903 จนถึง ค.ศ.1911 หลังจากนั้นก็มีการเปลี่ยนแปลงตราสัญลักษณ์อีกหลายครั้ง ซึ่งตราสโมสรที่ใช้ยาวนานที่สุดก็คือตราแบบที่ 9 โดยเริ่มใช่ตั้งแต่ปี ค.ศ.1970 จนถึง ปี ค.ศ.2016 ซึ่งถือเป็นตราสโมสรที่ใช้มายาวนานที่สุดถึง 46 ปี ส่วนตราสโมสรล่าสุดนั้นพึ่งใช้เมื่อปี 2017 ที่ผ่านมา ยังคงต้องดูต่อไปว่าตราสโมสรล่าสุดนี้จะใช้ยาวนานหรือว่าจะเปลี่ยนแปลงอีกครั้งเมื่อไหร่

กลุ่มอัตเลตีโกเดมาดริด

 (สเปน: Club Atlético de Madrid) เป็นสโมสรฟุตบอลจากกรุงมาดริด ประเทศสเปน เล่นอยู่ในลีกลาลีกา อัตเลตีโกมาดริดได้ชื่อว่าเป็นสโมสรที่ใหญ่และมีชื่อเสียงมากที่สุดในสี่ทีมของประเทศสเปน เป็นรองเพียงสโมสรฟุตบอลบาร์เซโลนา, สโมสรฟุตบอลเรอัลมาดริด และสโมสรฟุตบอลบาเลนเซีย อัตเลตีโกมาดริด

เคยได้แชมป์ลาลีกาและโกปาเดลเรย์ 9 สมัย (ทั้ง 2 ถ้วย) ซึ่งเคยได้ทั้งสองถ้วยในปี 1996,สโมสรยังเป็นรองแชมป์ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกในปี 1974 และเคยได้แชมป์ฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรยุโรปและอเมริกาใต้ในปี 1975, ได้แชมป์ยูฟ่ายูโรปาลีกในปี 2010 กับ 2012 และได้แชมป์ยูฟ่าซูเปอร์คัพในปี 2010 และ 2012

อัตเลตีโกมาดริดใช้สนามเหย้าคือ สนามบีเซนเต กัลเดรอน มีความจุ 54,960 ที่นั่ง ในปี 2015 อัตเลตีโกมาดริดจะได้ย้ายสนามเหย้าไปอยู่ที่สนามใหม่ชื่อว่า เอสตาดีโอลาเปย์เนตา ซึ่งตามข่าวที่รายงานมาว่าอาจจะมีความจุถึง 70,000 ที่นั่ง

อัตเลตีโกมาดริดมีเรอัลมาดริดเป็นสโมสรเพื่อนบ้านเดียวกันซึ่งเป็นทีมที่มาจากกรุงมาดริด และสโมสรแห่งนี้เป็นสโมสรที่สร้างนักเตะที่มีชื่อเสียงมากมายและเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลกในปัจจุบัน เช่น เฟร์นันโด ตอร์เรส, เดียโก ฟอร์ลัน, เซร์คีโอ อะกูเอโร, ราดาเมล ฟัลกาโอ, เป็นต้นสโมสรก่อตั้งอย่างเป็นทางการในวัน

ที่ 26 เมษายน ค.ศ. 1903[2] ในชื่อ แอทเลติกคลับเดมาดริด โดยนักศึกษาชาวบาสก์ที่อาศัยอยู่ในกรุงมาดด ได้ลงเล่นนัดแรกอย่างเป็นทางการในนัดที่เจอกับแอทเลติกบิลบาโอ[2][3] ในชุดสีน้ำเงินและสีขาว แต่ต่อมาในปี 1911 สโมสรได้ใช้ชุดในสีแดงและขาวซึ่งเป็นเอกลักษณ์ชุดเหย้าของสโมสรมาจนถึงปัจจุบัน

ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2000 อัตเลตีโกมาดริดเริ่มกลับมาเป็นยักษ์ใหญ่ในวงการฟุตบอลสเปนอีกครั้ง หลักจากที่ได้แชมป์เซกุนดาดีบีซีออน ในปี 2002 ในยุคที่ ลุยส์ อาราโกเนส ซึ่งทั้งเคยเป็นตำนานของสโมสรและเป็นผู้จัดการทืมคนหนึ่งที่ประสบความสำเร็จกับสโมสรซึ่งเคยคุมสโมสรตั้งแต่ปี 1974 และเขาก็ได้กลับมาคุมทีมอีกครั้งในปีเดียวกัน เขาได้นำอัตเลตีโกมาดริดขึ้นมาอยู่ในดิวิชันแรก (ลาลีกาในปัจจุบัน) และเป็นคนที่ให้โอกาสเฟร์นันโด ตอร์เรสได้ลงเล่นในลาลีกาครั้งแรกในชีวิตของเขา ซึ่งเป็นนัดที่พบกับสโมสรฟุตบอลบาร์เซโลนาที่กัมนอว์ และจบผลด้วยสกอร์ 2-2

ในปี สโมสรได้เซ็นสัญญากับกอชตินยาและมานีชีนักฟุตบอลชาวโปรตุเกส รวมทั้งเซร์คีโอ อะกูเอโร กองหน้าชาวอาร์เจนตินา

ในเดือนมิถุนายน ปี ค.ศ. 2007 สโมสรได้ขายตอร์เรสให้กับสโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูลทีมยักษ์ใหญ่จากอังกฤษ แลกกับจำนวนเงิน 26 ล้านปอนด์ และได้ลุยส์ การ์ซีอาที่ย้ายจากลิเวอร์พูลมาอยู่กับสโมสรแทนโดยการย้ายแบบค่าตัวฟรี แลจากนั้นสโมสรได้เซ็นสัญญากับเดียโก ฟอร์ลัน นักเตะตำแหน่งน้าชาวอุรุก

วัย ด้วยจำนวนเงิน 21 ล้านปอนด์จาก สโมสรฟุตบอลบียาร์เรอัล พร้อมปล่อยตัวมาร์ติน เปตรอฟ นักเตะชาวบัลแกเรียให้กับสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ซิตีไป 7 ล้านปอนด์ และได้เซ็นสัญญากับนักเตะชื่อดังชาวโปรตุเกสอย่างซีเมา ซาบรอซา จากสปอร์ลิชบัวอีไบฟีกา และในวันที่ 29 มิถุนายน สโมสรได้เซ็นสัญญากับอันโตนีโอ เรเยส ด้วยค่าตัว 12 ล้านปอนด์

ในเดือน กรกฎาคม ปี ค.ศ. 2007 ทางคณะกรรมการบริหารของสโมสรได้พูดคุยกับเทศบาลกรุงมาดริดในการสร้างสนามเหย้าใหม่คือเอสตาดีโอลาเปย์เนตา ซึ่งจะเปิดใช้งานในปี 2016

ในฤดูกาล 2007-08 สโมสรได้เริ่มประสบความสำเร็จในการแข่งขันของยุโรปมากขึ้น โดยสามารถผ่านเข้ารอบ 32 ทีมสุดท้ายในการแข่งขันยูฟ่าคัพ แต่ก็ต้องแพ้ให้กับสโมสรฟุตบอลโบลตันวันเดอเรอส์ การแข่งขันภายในประเทศในถ้วยโกปาเดลเรย์ก็เข้าถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายและแพ้ต่และในฤดูกาลนี้สโมสรจบใน

อันดับที่ 4 และได้สิทธิ์ไปเล่นยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกในรอบคัดเลือกฤดูกาลหน้า โดยมีนักเตะตัวหลักและสำคัญมากมายในฤดูกาลนี้ เช่น เซร์คีโอ อะกูเอโร, เดียโก ฟอร์ลัน, ซีเมา ซาบรอซา, มักซี โรดรีเกซ และผู้รักษาประตูอย่างเลโอ ฟรานโก

ต่อมาในฤดูกาล 2008-09 สโมสรได้ลงเล่นแชมเปียนส์ลีกครั้งแรกหลังจากปี 1997 โดยในรอบคัดเลือกรอบที่ 3 เจอกับสโมสรฟุตบอลชาลเก 04 จากเยอรมนี ซึ่งรวมผลทั้งสองนัด (เหย้า-เยือน) ชนะไป 4-1 หลังจากนั้นได้เข้ามาอยู่ในรอบแบ่งกลุ่มซึ่งเจอกับสโมสรที่เป็นยักษ์ใหญ่ของแต่ละประเทศทั้งสโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล, พีเอสวี ไอน์โฮเฟน, ออแล็งปิกเดอมาร์แซย์ แต่สโมสรก็สามารถผ่านเข้ารอบต่อไปได้ในฐานะรองแชมป์กลุ่ม แต่ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย สโมสรได้แพ้ให้กับสโมสรฟุตบอลโปร์ตูด้วยกฎประตูทีมเยือน 2-2 จึง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

You may also like these

PowerFul By Rufeo