แมนเชสเตอร์ที่ควรไปสัมผัส

แมนเชสเตอร์ที่ควรไปสัมผัส

แมนเชสเตอร์ที่ควรไปสัมผัส

แมนเชสเตอร์ที่ควรไปสัมผัส

แมนเชสเตอร์ที่ควรไปสัมผัส จากที่ทราบกันดีว่าสถานที่ท่องเที่ยวอันดับต้นๆของประเทศจะต้องเป็นที่น่าพูดถึงกันอย่างมากมาย และสถานที่แห่งนี้ก็เช่นเดียวกันว่าทุกคนต่างอยากจะมาพักผ่อน เที่ยวเล่น หรือมาตามรอยการแข่งขันฟุตบอลกันเลยทีเดียว อีกทั้งยังเป็นที่ล่อตาล่อใจของแฟนบอล และนักท่องเที่ยวอีกด้วย

Manchester  United

ทีมฟุตบอลประจำเมืองแมนเชสเตอร์อันมีชื่อเสียงโด่งดัง  โดยเฉพาะในหมู่แฟนฟุตบอลชาวไทย ที่ต้องบอกว่าเป็นสโมสรฟุตบอลอังกฤษที่มีแฟนคลับชาวไทยเป็นจำนวนมาก  ติดอันดับ 1 ใน 2 อันดับแรกของสโมสรฟุตบอลอังกฤษที่คนไทยชอบที่สุดเลยก็ว่าได้ เด็กผีทั้งหลายเมื่อได้มีโอกาสมาเยือนสนามโอลด์แทรฟฟอร์ด (Old Trafford) กันทั้งทีแล้ว  มีเวลาเหลือก็ต้องเที่ยวชมบรรยากาศของเมืองแมนเชสเตอร์กันซะหน่อย กับบรรยากาศของเมืองใหญ่เก่าสุดคลาสสิค ชิค ๆ ทางตอนเหนือของอังกฤษแต่ก็มีความทันสมัยไม่แพ้กรุงลอนดอน

สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำเมือง (Manchester)

Albert Square (จัตุรัสอัลเบิร์ต)

พิกัดจัตุรัสใจกลางเมือง  อันเป็นศูนย์กลางการพบปะสังสรรค์  และเทศกาลสำคัญ ๆ ของเมืองแมนเชสเตอร์  ท่ามกลางสถาปัตยกรรมเก่าแก่สไตล์วิกตอเรียและนีโอโกธิคดั้งเดิมอายุมากกว่า 100 ปี  ในกลิ่นอายของเมืองแมนเชสเตอร์ที่แท้ทรูฉบับออริจินอล ทั้งยังเป็นที่ตั้งใจกลางของอาคารมรดกโลกที่โอบล้อมตัวจัตุรัสไว้ทั้ง 3 ด้าน

สถานที่แห่งนี้ใช้เป็นจุดนัดพบเมื่อมีการเดินขบวนพาเหรดฉลองชัยชนะการแข่งฟุตบอล จัดงานเทศกาล และตลาดคริสต์มาสสไตล์ยุโรปที่ล้อมรอบด้วยสถาปัตยกรรมวิคตอเรียน สัมผัสบรรยากาศของเมืองแมนเชสเตอร์เมื่อมาเยือนจัตุรัสอัลเบิร์ต จัตุรัสที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองแห่งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อชาวเมืองแมนเชสเตอร์ และมีชื่อเสียงในเรื่องสถาปัตยกรรม ประวัติศาสตร์ และการจัดงานทางวัฒนธรรม จัตุรัสนี้ล้อมรอบด้วยอาคารมรดกโลกอันเป็นเอกลักษณ์ทั้งสามด้าน อาคารที่โดดเด่นที่สุดคือศาลากลาง (ทาวน์ฮอลล์) ขนาดใหญ่

 

การวางแผนสร้างจัตุรัสอัลเบิร์ตในปี 1863 เพื่อใช้เป็นอนุสรณ์แก่เจ้าชายอัลเบิร์ต พระสวามีของสมเด็จพระราชินีวิคตอเรีย รูปปั้นเจ้าชายที่ยกสูงจากพื้นครอบด้วยศาลายอดแหลมเป็นอนุสาวรีย์ที่ใหญ่ที่สุดในจัตุรัส สำรวจรูปปั้นที่เล็กกว่าของอดีตนายกรัฐมนตรีและบิช็อปขณะที่เดินเที่ยวชมไปบนทางเดินที่ปูด้วยหิน

ม้านั่งที่เรียงรายอยู่รอบจัตุรัสและบริเวณน้ำพุเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการนั่งพักผ่อนระหว่างช้อปปิ้งและเดินชมวิว อย่าพลาดชมศาลากลางสไตล์วิคตอเรียนกอธิค ซึ่งสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยปลายศตวรรษที่ 19 ตรงข้ามกับจัตุรัส คุณจะได้พบกับอาคารสำนักงานยุค 1980 ที่มีร้านกาแฟและร้านอาหารมากมาย ทางด้านขวา คุณจะเห็นอาคารที่น่าสนใจอย่างอัลเบิร์ตแชมเบอร์สและเมมโมเรียลฮอลล์ตรงหัวมุม

จนถึงตอนนี้ งานที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในจัตุรัสเห็นจะเป็นตลาดคริสต์มาสแห่งแมนเชสเตอร์ หากคุณมาเที่ยวที่นี่ในช่วงปลายเดือนธันวาคม คุณจะได้เลือกซื้อของทำมือและของฝาก ชิมไวน์สมุนไพรและไส้กรอกร้อนๆ และในระหว่างปีก็มีตลาดนัดกลางแจ้งที่เล็กกว่าให้เที่ยวชมด้วย ลองหาข้อมูลในเว็บไซต์ของเทศบาลเมืองว่ามีกิจกรรมอะไรในวันไหนบ้าง

จัตุรัสแห่งนี้จะมีคนแน่นมากในช่วงที่มีการจัดงานในโอกาสพิเศษ แฟนบอลของสองทีมพรีเมียร์ลีกประจำเมืองนี้จะมารวมตัวกันนับพันๆ คนที่จัตุรัสอัลเบิร์ตเพื่อฉลองชัยให้กับทีมของพวกเขา นอกจากนี้ จัตุรัสอัลเบิร์ตยังเป็นสถานที่จัดงานเทศกาลศิลปะและดนตรีอีกด้วย

ในการเดินทางมายังจัตุรัสอัลเบิร์ตนั้น คุณสามารถเลือกนั่งแท็กซี่ ขับรถมาจอดในที่จอดแบบเสียเงินใกล้ๆ หรือใช้บริการขนส่งมวลชนก็ได้ มีจุดจอดรถประจำทางที่จัตุรัส ส่วนสถานีรถรางเมโทรลิงก์ที่ใกล้ที่สุดอยู่ที่จัตุรัสเซนต์ปีเตอร์

 

ต่อมาเป็น MANCHESTER MUSEUM นักท่องเที่ยวทุกคนต่างให้ความสนใจกับสถานที่แห่งนี้เป็นอย่างมาก ในการเดินทางไปท่องเที่ยวยังดินแดนยุโรปกันอย่างมากในแต่ละปี แต่หนึ่งในประเทศที่นักท่องเที่ยวชาวไทยให้ความสนใจในการไปท่องเที่ยวกันมาตั้งแต่สมัยก่อนแล้วนั้นก็คือดินแดนผู้ดีอย่าง อังกฤษ ที่มีบรรยากาศที่สุดแสนจะสวยงามและมีเอกลักษณ์เฉพาะเป็นของตัวเองเนื่องจากความเป็นเกาะที่แยกจาแผ่นดินใหญ่ของยุโรป ก็ทำให้ดินแดนแห่งนี้นั้นมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่ามาเที่ยวชมจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว โดยอย่างที่ พิพิธภัณฑ์แมนเชสเตอร์ ก็นับว่าเป็นอีกจุดที่หากมาเที่ยวอังกฤษ

Manchester Museum นั้นตั้งอยู่บนถนนอ็อกซ์ฟอร์ด ใกล้ๆ กับมหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์ ใจกลางเมืองแมนเชสเตอร์ เป็นเเหล่งรวบรวมเเละจัดเเสดงวัตถุโบราณจำนวนมากมายที่น่าสนใจอย่างมาก เเละเป็นที่นิยมในการมาเที่ยวชมของทั้งชาวเมืองแมนเชสเตอร์เอง เเละบรรดานักท่องเที่ยวที่เข้ามาเที่ยวแมนเชสเตอร์

พิพิธภัณฑ์แมนเชสเตอร์ นั้นเเต่เดิมเป็นเพียงคลังเก็บสะสมของเก่าส่วนตัวของเศรษฐีผู้ร่ำรวยในเมืองเเมนเชสเตอร์มาตั้งเเต่สมัยศตวรรษที่ 19 ก่อนที่เขาจะบริจาคข้างของทั้งหมดให้เข้ามาอยู่ในความดูเเลของสมาคมประวัติศาสตร์ธรรมชาติแห่งแมนเชสเตอร์ ในปี ค.ศ.1835 จึงทำให้มีการเริ่มก่อสร้างอาคารพิพิธภัณฑ์เเห่งนี้ขึ้นมาโดย อัลเฟรด วอเทอร์เฮาส์ สถาปนิกชื่อดังมาเป็นผู้ออกเเบบให้ โดยตัวพิพิธภัณฑ์นั้นได้รับบริจาควัตถุโบราณจำนวนมากจากทั่วทุกมุมโลกมาจัดเเสดงเอาไว้อย่างมากมาย จนบางทีดูเเล้วเหมือนพิพิธภัณฑ์จะมีขนาดที่คับเเคบไป

ภายในของ Manchester Museum นั้นมีการจัดเเสดงวัตถุโบราณจำนวนมาก เริ่มตั้งเเต่บรรดาฟอสซิลต่างๆ ที่มีความน่าสนใจเเละเก่าเเก่โบราณเป็นอย่างยิ่ง รวมทั้งวัตถุโบราณตั้งเเต่สมัยโรมันที่ขุดค้นพบที่บริเวณเมืองเเมนเชสเตอร์เเห่งนี้

ที่ดูเเล้วเหมือนจะเป็นไฮไลท์เลยก็คือ คลังวัตถุโบราณของอียิปต์ที่มีขนาดใหญ่และมีความสำคัญมากที่สุดแห่งหนึ่งของสหราชอาณาจักร โดยมีมัมมี่จัดเเสดงไว้มากมายหลายร่างด้วยกัน โดยการเข้าชมพิพิธภัณฑ์เเห่งนี้นั้นไม่มีค่าใช้จ่ายเเต่อย่างใด เเต่สามารถบริจาคเพื่อใช้ในการดำเนินการของพิพิธภัณฑ์เเห่งนี้ได้ โดยพิพิธภัณฑ์จะเปิดให้เข้าชม

โดยปิดช่วงปลายปี ถือว่าเป็นอีกหนึ่งพิพิธภัณฑ์ที่มีความสำคัญอย่างมากของอังกฤษ และใครที่มาเที่ยวอังกฤษแล้วไม่ควรพลาดมาเที่ยวชมวัตถุโบราณ โดยเฉพาะจากแดนไอยคุปต์ที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ดูซักครั้ง รับรองว่าจะต้องประทับใจอย่างแน่นอน

OLD TRAFFORD / ETIHAD

อีกสถานที่คือ OLD TRAFFORD / ETIHAD สำหรับใครที่เป็นแฟนฟุตบอล แมนเชสเตอร์เป็นเมืองที่มี 2 สโมสรใหญ่ใน UK รวมอยู่ในเมืองเดียว มีทั้ง Man Utd และ Man City  อยากจะถ่ายรูปด้านหน้าก็ได้ ซื้อของที่ระลึกนิดหน่อย หรือใครอยากจะเข้าไปชมข้างในก็จองตั๋วเข้าไปทัวร์ข้างในได้ เพียงแค่ £9 เท่านั้น แต่ถ้าจะให้ดีต้องจองตั๋วมาดูนัดเตะสำคัญ

 โอลด์ แทรฟฟอร์ด (อังกฤษ: Old Trafford) เป็นสนามกีฬาในเขตแทรฟฟอร์ดของเกรตเตอร์แมนเชสเตอร์ และเป็นสนามเหย้าของสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด สนามกีฬาเริ่มก่อสร้างในปี ค.ศ. 1909 และเริ่มเปิดใช้ตั้งแต่วันที่ 19 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1910 ซึ่งใช้มาตลอดยกเว้นในช่วง 8 ปี ที่สนามโดนระเบิดระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 ในช่วง 1941-1949

ปัจจุบัน เป็นสนามฟุตบอลซึ่งติดตั้งเก้าอี้หมดทุกพื้นที่ของสแตนด์ เป็นสนามที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของอังกฤษ ในแง่ของจำนวนแฟนบอลที่รองรับได้ ซึ่งมากถึง 76,212 คนเป็นรองแค่สนามกีฬาเวมบลีย์เพียงแห่งเดียว และใหญ่อันดับ 3 ของสหราชอาณาจักร ใหญ่เป็นอันดับ 11 ของทวีปยุโรป นอกจากนั้นยังเป็น 1 ใน 2 สนามในอังกฤษที่ยูฟ่ารับรองเป็นสนาม 5 ดาวชื่อเรียกที่แฟนบอลคุ้นหูและเร้าอารมณ์ว่า “โรงละครแห่งความฝัน” นั้น คนแรกที่แรกที่เรียกชื่อนี้คือ เซอร์ บ็อบบี ชาร์ลตัน บุคคลระดับตำนานของสโมสร

สนามโอลด์แทรฟฟอร์ดนี้มักจะถูกใช้เป็นสนามในการแข่งขันเอฟเอคัพรอบรองชนะเลิศ และเป็นสนามหลักในการแข่งขันหลายอย่างในขณะที่สนามกีฬาเวมบลีย์อยู่ในระหว่างการปรับปรุง นอกจากนี้ยังได้เป็นสนามแข่งขันนัดสำคัญหลายอย่าง ไม่ว่า ฟุตบอลโลก 1966 หรือแชมเปียนส์ลีก 2003 และจะถูกใช้แข่งขันฟุตบอลในมหกรรมกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน 2012 ที่กรุงลอนดอนเป็นเจ้าภาพ

สนามหญ้าเขียวขจีของ โอลด์ แทรฟฟอร์ด ล้อมรอบด้วยสแตนด์ที่นั่งล้วนมีหลังคามคุม 4 ด้าน ชื่อเรียกทางการคือ สแตนด์ทิศเหนือทิศใต้ทิศตะวันออกทิศตะวันตก สแตนด์แต่ละทิศมีอย่างน้อย 2 ชั้นยกเว้นทิศใต้ที่มีเพียงชั้นเดียว เนื่องมาจากข้อจำกัดในการก่อสร้าง

สแตนด์ทิศเหนือสมัยก่อนเรียกกันว่า “ยูไนเต็ด โร้ด สแตนด์” มีทั้งสิ้น ชั้นรองรับแฟนบอลได้ทั้งสิ้นราว 26,000 ที่นั่ง มากที่สุดในบรรดาสแตนด์ทั้ง ทิศและสแตนด์ทางทิศเหนือยังรองรับแฟนบอลได้มากกว่านั้นอีกนิดหน่อยเพราะมีบ็อกซ์พิเศษตั้งอยู่ สแตนด์ทิศเหนือเปิดใช้งานในรูปลักษณ์ที่เห็นในปัจจุบัน เมื่อปี 1996

โดยก่อนหน้านั้นมีเพียงชั้นเดียวเท่านั้น และด้วยการเป็นสแตนด์หลักของสนาม สแตนด์ทิศเหนือจึงเป็นที่ตั้งหลักของหลายต่อหลายจุดอันเป็นที่นิยม รวมไปถึงเร้ด ค่าเฟ่ (ร้านอาหาร/บาร์ ในธีมสีแดงของสโมสร) และพิพิธภัณฑ์แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับห้องเก็บถ้วยรางวัลซึ่งเปิดในปี 1986 นับว่าเป็นที่แรกในโลกสำหรับการเปิดพิพิธภัณฑ์ลักษณะนี้ของสโมสรฟุตบอล คนที่เป็นประธานเปิดพิพิธภัณฑ์คือ เปเล่ เมื่อวันที่ 11 เมษายน 1998

อีกสถานทีท่องเที่ยวสุดท้ายก็คือ NORTHERN QUARTER  ย่าน Northern Quarter เป็นสถานที่ที่เรียกว่าทันสมัยมาก ซึ่งเต็มไปด้วยศิลปะบนถนนที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา มีทั้งบาร์สไตล์โบฮีเมียน และร้านหนังสือสุดคลาสสิคต่างๆ มากมาย รวมถึงเป็นที่ตั้งของร้านอาหารรสชาติดี และยังเป็นสถานที่จัดงานดนตรีสุดมันส์ของเมืองซึ่งจะเป็นแหล่งรวมวงอินดี้

และการแสดงดนตรีที่เป็นที่ยอมรับของประเทศอังกฤษ อีกทั้งยังมีสถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมต่าง ๆ รวมถึงสตูดิโอของศิลปินที่ Manchester Craft and Design Center ที่จะมีการจัดแสดงนิทรรศการหมุนเวียนที่ศูนย์ศิลปะร่วมสมัยจีน นอกจากนี้หากใครเป็นสายช้อปปิ้ง สายดริ้ง สายอาร์ท รับรองว่า Northern Quarter เป็นย่านที่จะทำให้คุณหลงเสน่ห์สุดๆ

 

 

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

You may also like these

PowerFul By Rufeo