แพทริก มาโฮมส์ ตำนานบทใหม่ของ NFL

แพทริก มาโฮมส์ ตำนานบทใหม่ของ NFL

แพทริก มาโฮมส์ ตำนานบทใหม่ของ NFL

แพทริก มาโฮมส์ ตำนานบทใหม่ของ NFL

แพทริก มาโฮมส์ ตำนานบทใหม่ของ NFL

ครอบครัวนักกีฬา

แพทริก มาโฮมส์ เกิดมาพร้อมกับดีเอ็นเอนักกีฬาในสายเลือด โดยเป็นลูกชายคนโตของ แพทริก มาโฮมส์ ซีเนียร์ อดีตพิชเชอร์ของทีมระดับเมเจอร์ลีกที่ลงเล่นยาวนาน 11 ปี

ด้วยความเป็นลูกชายของนักกีฬาอาชีพ ประกอบกับความเป็นเด็กเท็กซัสจึงไม่แปลกอะไรที่มาโฮมส์จะชอบเล่นกีฬาตั้งแต่เด็ก

แต่ที่น่าสนใจคือเขาได้แขนที่ทรงพลังและทักษะที่ยอดเยี่ยมมาจากยีนของพ่อด้วยเช่นกัน

มาโฮมส์สมัยเรียนไฮสคูลเล่นกีฬาหลายประเภท ในอเมริกันฟุตบอลเขาเล่นเป็นควอเตอร์แบ็กที่ทำสถิติขว้าง 4,619 หลา, 50 ทัชดาวน์, วิ่งทำระยะรวม 948 หลา กับ 15 ทัชดาวน์ในปีสุดท้าย

ส่วนเบสบอลเขาเล่นเป็นพิชเชอร์ที่เคยทำสถิติโนฮิต 16 สไตร์คเอาต์ในเกมเดียว ขณะที่บาสเกตบอลก็เป็นผู้เล่นระดับค่าเฉลี่ย 19.9 แต้มต่อเกม และเคยชู้ตไกล 50 ฟุตลงห่วงในวินาทีสุดท้ายมาแล้ว

ตัดสินใจเลือกครั้งสำคัญ

จากกีฬาทั้ง 3 ชนิด มาโฮมส์ฉายแสงกับ อเมริกันฟุตบอลและเบสบอลมากที่สุด ทำให้เขาได้เข้าเรียนต่อที่ ม.เท็กซัส เทค ซึ่งเจ้าตัวใช้เวลา 2 จาก 3 ปี เล่นทั้งอเมริกันฟุตบอล และเบสบอล

ก่อนจะเลือกไม่เรียนต่อในปีสุดท้ายเพื่อเข้าพิธีดราฟต์ของ เอ็นเอฟแอล ในปี 2017

ความจริงแล้วในปี 2014 หลังจากที่มาโฮมส์เลือกเข้าเรียนที่ ม.เท็กซัส เขาได้รับการคาดหมายว่าจะถูกเลือกในพิธีดราฟต์ของเมเจอร์ลีกเบสบอลหรือเอ็มแอลบี

และเป็นทีม ดีทรอยต์ ไทเกอร์ส ที่ใช้สิทธิ์เลือกเขาในรอบที่ 37 แต่ไม่มีการเซ็นสัญญาเกิดขึ้นเพราะหัวใจของมาโฮมส์มีจุดหมายแล้ว นั่นก็คือ เอ็นเอฟแอล

อย่างไรก็ตามในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อนี้ มาโฮมส์ เคยคิดจะเอาดีแค่เบสบอลเช่นกัน เนื่องจากกังวลกับปัญหาบาดเจ็บในอเมริกันฟุตบอลที่อาจทำให้อาชีพไปไม่ไกลเท่าที่ควร

แต่แรนดี้แม่ของเขากล่อมจนเจ้าตัวยอมสู้ต่อไป แต่มันคงไม่เกิดขึ้นหากเขาไม่ได้รักกีฬาชนิดนี้เป็นทุนเดิม

การเลือกเอ็นเอฟแอล แทนที่จะเป็นเอ็มแอลบีตามอย่างคุณพ่อนั้น มาโฮมส์ ซีเนียร์ เปิดเผยว่า เขาคาดหวังว่าลูกชายจะเลือกเบสบอลแต่ก็ไม่แปลกใจที่มันไม่เป็นไปตามนั้น

เพราะเจ้าตัวตกหลุม อเมริกันฟุตบอล ไปแล้ว

“ลูกของเขาเล่นเบสบอลมานานเกินไปจนรู้ทุกอย่างทะลุปรุโปร่ง ผิดกับอเมริกันฟุตบอลที่ยังมีอีกหลายอย่างให้เรียนรู้ นั่นคือสาเหตุที่เจ้าตัวตกหลุมรัก”

ปีแห่งการเรียนรู้

ชีฟส์ ตกลงเซ็นสัญญากับมาโฮมส์แบบการันตีรายได้ 4 ปี 16.42 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ บวกกับค่าเซ็นสัญญาอีก 10.08 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

อย่างไรก็ตาม ในฤดูกาลแรก มาโฮมส์ ต้องนั่งเป็นตัวสำรองต่อจาก อเล็กซ์ สมิธ จอมทัพระดับโปรโบวล์ ซึ่งสำหรับรุกกี้บางคนอาจจะร้อนใจอยากพิสูจน์ฝีมือกับของจริงให้เร็วที่สุด

แต่กับมาโฮมส์เขาใช้โอกาสนี้ศึกษาการเล่นจากจอมทัพรุ่นพี่อย่างเต็มที่

และในสัปดาห์สุดท้ายของฤดูกาล 2017 มาโฮมส์ก็ได้ทำหน้าที่เป็นตัวจริง เนื่องจากชีฟส์คว้าสิทธิ์เพลย์ออฟเรียบร้อยแล้ว

และเจ้าตัวก็ไม่ทำให้ผิดหวังเมื่อช่วยนำทีมชนะ เดนเวอร์ บรองโก้ส์ 27-24 คะแนน ขว้างสำเร็จ 22 จาก  35 ครั้ง ทำระยะรวม 284 หลา เสีย 1 อินเตอร์เซ็ปต์

ถึงแม้จะเป็นเพียงแค่เกมเดียว แต่ แอนดี้ รีด ก็รู้แล้วว่า มาโฮมส์ พร้อมแล้วสำหรับก้าวต่อไปในอาชีพ

แพทริก มาโฮมส์ ตำนานบทใหม่ของ NFL

สถานการณ์สร้างวีรบุรุษ

หลังจบเกมรอบชิงแชมป์สาย เอเอฟซี มาโฮมส์เปิดเผยว่าเขาได้รับคำแนะนำที่ดีมาก ๆ จาก เบรดี้ นั่นคือให้พัฒนาตัวเองต่อไป และจงเป็นตัวของตัวเอง ซึ่งมาโฮมส์จำคำนั้นเอาไว้ขึ้นใจ

ในฤดูกาลต่อมา ถึงแม้ว่าผลงานของมาโฮมส์จะไม่ได้เปรี้ยงปร้างเท่ากับฤดูกาลก่อน แต่สิ่งที่อยู่ในหัวของเขาไม่ใช่เรื่องผลงานส่วนตัว แต่เป็นภาพรวมที่ใหญ่กว่านั้น

ชีฟส์เข้ารอบเพลย์ออฟตามคาด ด้วยสถิติชนะ 12 แพ้ 4 เป็นอันดับ 2 ของสายเอเอฟซี ซึ่งเมื่อถึงช่วงโพสต์ซีซันมาโฮมส์ก็ปล่อยของออกมาอย่างเต็มที่

ใน 2 เกมแรกของรอบเพลย์ออฟ มาโฮมส์ช่วยชีฟส์คัมแบ็กจากการตามหลังด้วยเลข 2 หลัก ทั้ง 2 เกม ด้วยการเล่นที่ใกล้เคียงคำว่าสมบูรณ์แบบ คือขว้างสำเร็จ 65% ทำระยะรวม 615 หลา 8 ทัชดาวน์

ไม่เสียอินเตอร์เซ็ปต์ ผ่านเข้าไปชิงซูเปอร์โบวล์กับ ซาน ฟรานซิสโก โฟร์ตี้ไนเนอร์ส

มาโฮมส์ออกตัวไม่ค่อยดีนักในการเล่นซูเปอร์โบวล์หนแรก ขณะที่ชีฟส์อยู่ในสถานการณ์หลังพิงฝาขณะที่เหลือเวลาการแข่งเพียง 7:13 นาที ทีมได้ครองลูกในดาวน์ที่ 3 ต้องการระยะถึง 15 หลา

แต่ก็เป็นจอมทัพหมายเลข 15 ที่จุดประกายความหวังให้ทีมได้อย่างเหลือเชื่อ

มาโฮมส์บอมบ์ไกลระยะ 44 หลาให้ ไทรีก ฮิลล์ ปีกจรวด เปลี่ยนเป็นดาวน์ที่ 1 ซึ่งกลายเป็นเพลย์พลิกชะตาการแข่งขัน เพราะหลังจากนั้น มาโฮมส์ขว้าง 2 ทัชดาวน์

บวกกับการวิ่งเข้าเอนด์โซนจากระยะ 38 หลาของ เดเมียน วิลเลี่ยมส์ ทำให้ชีฟส์กลับมาเป็นฝ่ายชนะ 31-20 อย่างยิ่งใหญ่

ด้วยผลงานพาทีมกลับมาคว้าแชมป์ซูเปอร์โบวล์หนแรกในรอบ 50 ปี มาโฮมส์ได้รับเลือกเป็นผู้เล่นทรงคุณค่าในนัดชิงอย่างไม่มีข้อโต้แย้ง

พร้อมกับเป็นการประกาศศักดาว่า เขานี่แหละคือผู้ที่จะก้าวขึ้นมาครองยุคใหม่ของเอ็นเอฟแอล

About the Author

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

You may also like these

PowerFul By Rufeo