แชมป์มวยพม่า “เลดั๊ค” ให้ลูกสาว ยั่วยวน “บัวขาว” ให้ชกด้วย

แชมป์มวยพม่า "เลดั๊ค" ให้ลูกสาว ยั่วยวน "บัวขาว" ให้ชกด้วย

แชมป์มวยพม่า “เลดั๊ค” ให้ลูกสาว ยั่วยวน “บัวขาว” ให้ชกด้วย

 

แชมป์มวยพม่า "เลดั๊ค" ให้ลูกสาว ยั่วยวน "บัวขาว" ให้ชกด้วย

 

แชมป์มวยพม่า “เลดั๊ค” ให้ลูกสาว ยั่วยวน “บัวขาว” ให้ชกด้วย

 

เดฟ เลดั๊ค นักมวยชาวแคนาดา ดีกรีแชมป์เลธเหว่ย (มวยพม่าคาดเชือก) ยังคงพยายามออกมาท้าทาย ดำดอทคอม “บัวขาว บัญชาเมฆ” ยอดนักชกขวัญใจชาวไทยวัย 39 ปี ให้มาเจอกันบนสังเวียนอีกครั้ง

โดยหนี้ นักชกจอมเกรียนวัย 29 ปี ออกมายั่วยุให้ บัวขาว ยอมสู้กับตัวเอง ด้วยการโพสต์ข้อความ เกี่ยวกับปัญหาภายในครอบครัวของ บัวขาว บัญชาเมฆ ที่กำลังเป็นคดีฟ้องร้อง กับ ภรรยาเกี่ยวกับเรื่องค่าอุปการะเลี้ยงดู เป็นเงิน 25 ล้านบาท สำหรับลูกสาววัย 5 ขวบ มาเป็นชนวนในการท้าทาย

ขอบคุณสำหรับความรัก ดูเหมือนสื่อไทยจะรักฉันมาก มีการเสนอข่าวฉันตลอด แน่นอนว่าประเทศไทย ไม่ชอบให้ใครมาพูดเรื่องโกหก แต่ทุกวันนี้โลกต้องการ คนที่พูดความจริงมากขึ้น นายขนมต้ม อาจไม่ใช่เรื่องที่ถูกแต่งขึ้น แต่เขาอาจหวาดกลัวอยู่ในห้องขังหลังถูกพม่าจับตัวไป

ฝากถึง บัวขาว ผมรู้ว่าคุณจะต้องเสียเงินจำนวนมาก เกี่ยวกับ เรื่องการอุปถัมภ์ลูก ผมซึ่งไม่จำเป็นต้องต่อสู้ด้วยซ้ำ เพราะผมรวยแล้วจากการที่เอาหัวโขกชาวบ้าน และ ผมก็กำลังเพลิดเพลินกับการใช้ชีวิต ในแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียนอย่างมีความสุข

อย่างไรก็ตามผมก็ยินดีที่จะขึ้นสังเวียน เจอกับคุณเพื่อช่วยเหลือคุณทางด้านการเงิน จะได้ไม่ต้องเป็นคนล้มละลายจากการโดนฟ้อง เรื่องค่าเลี้ยงดูลูก ผมยอมรับทุกเงื่อนไข ไม่รู้ว่าคุณยังไม่ได้รับสัญญา หรือกลัวฝรั่งตัวสูงอย่างผม

เท่านั้นยังไม่พอ นักชกจอมเกรียน ยังทำตัวต่ำตมด้วย การฝากข้อความถึง ยอดมวยชาวไทยว่า หากคุณไม่สามารถ จ่ายค่าเลี้ยงดูบุตรได้ ผมได้คุยกับภรรยาแล้ว พวกเรายินดีที่จะรับเลี้ยงลูกของคุณ อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ก่อนที่ อิริน่า เทเรโฮว่า แฟนสาว จะมาเสริมว่า เอกสารการรับน้องพร้อมแล้วนะ

ที่ผ่านมา เดฟ เลดั๊ค นักชกจอมเกรียน พยายามสร้างเรื่องยั่วยุ บัวขาว ต่างๆ นานา ไม่ว่าจะเป็น การออกมาดูหมิ่น ศิลปะแม่ไม้มวยไทย ยกเอา ประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาโยงให้เป็นประเด็น รวมถึงนำปัญหาภายในครอบครัวของ “บัวขาว” ที่กำลังเป็นคดีฟ้องร้อง กับ ภรรยาเกี่ยวกับเรื่อง ค่าอุปการะเลี้ยงดูเป็นเงิน 25 ล้านบาท มาเป็นชนวนในการท้าทาย

 

ประวัติ ” บัวขาว บัญชาเมฆ “

 

สมบัติ บัญชาเมฆ หรือ บัวขาว เป็นบุตรของนายเล็ง กับนางปาน (เสียชีวิตแล้ว) บัญชาเมฆ คุณพ่อเป็นชาวอำเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ ส่วนคุณแม่เป็นชาวจังหวัดสุรินทร์ โดยครอบครัวบัญชาเมฆ มีบุตร 5 คน ชาย 2 หญิง 3 โดยบัวขาว เป็นบุตรคนที่ 4[8] เกิดและเริ่มชีวิตอาชีพมวยไทย ตั้งแต่อายุ 8 ขวบ ที่อำเภอสำโรงทาบ จังหวัดสุรินทร์ จากนั้น เขาได้เข้ากรุงเทพมาสังกัดค่ายมวย ป.ประมุข เมื่ออายุ 15 ปี บัวขาว ได้รับเข็มขัดแชมป์มาครอง เป็นจำนวนมากภายหลังเริ่มอาชีพมวยไทย ที่กรุงเทพ ได้แชมป์เวทีมวยสยามอ้อมน้อย รุ่นเฟเธอร์เวท แชมป์ประเทศไทยรุ่นเฟเธอร์เวท และแชมป์ที่เวทีมวยสยามอ้อมน้อยอีกครั้ง ในรุ่นไลท์เวท ในปี พ.ศ. 2545 บัวขาว ชนะเลิศมวยไทยมาราธอนโตโยต้า รุ่น 140 ปอนด์ ที่สนามมวยเวทีลุมพินี ชนะโคบายาชินักชกชาวญี่ปุ่น

 

พ.ศ. 2547 บัวขาวชนะเลิศรายการ เค-วัน เวิลด์แมกซ์ 2004 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น โดยชนะ จอห์น เวย์น พาร์ นักมวยไทยชาวออสเตรเลีย โคะฮิรุมาคิ ทากะยูกิ และมาซาโตะแชมป์เก่าชาวญี่ปุ่น[9] และในปีต่อมา บัวขาวเกือบที่จะรักษาแชมป์รายการ เค-วัน ได้ โดยแพ้คะแนน แอนดี้ ซาวเวอร์ ในนัดชิงชนะเลิศอย่างน่ากังขา

 

พ.ศ. 2549 บัวขาวเข้าชิงชนะเลิศรายการ เค-วัน เวิลด์แมกซ์ ได้ติดต่อกันเป็นปีที่ 3 และเป็นแชมป์ได้อีกครั้ง[9] โดยเป็นนักมวยคนแรกในรายการนี้ที่ชนะเลิศสองสมัย

 

พ.ศ. 2550 บัวขาวเข้าแข่งขันรายการ เค-วัน เวิลด์แมกซ์ ในวันที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2550 บัวขาวสามารถผ่านเข้ารอบ 8 คนสุดท้ายโดยชนะคะแนน ไนกีย์ “เดอะ เนเจอรัล” โฮลต์ซเคน นักมวยชาวฮอลแลนด์

 

พ.ศ. 2551 บัวขาวเข้าแข่งขันรายการ เค-วัน เวิลด์แมกซ์ โดยบัวขาวแพ้น็อกให้กับ โยชิฮิโร ซาโตะ นักมวยชาวญี่ปุ่น แฟนมวยบางส่วนกังขาว่ามีการล้มมวยหรือไม่ แต่พิจารณาแล้วพบว่าบัวขาวแพ้น็อกจริง ๆ ด้วยเข่าของซาโตะทำให้จุกและโดนหมัดฮุคเข้ากกหูสลบคาเวที นับเป็นความเสียใจของผู้ชมชาวไทยครั้งหนึ่ง

พ.ศ. 2552 บัวขาวเข้าแข่งขันรายการ เค-วัน เวิลด์แมกซ์ โดยคราวนี้สามารถเข้าถึงรอบ 4 คนสุดท้าย แต่ต้องมาแพ้คะแนนให้แอนดี้ ซาวเวอร์ คู่ปรับเก่าอย่างน่ากังขาอีกหน บัวขาวถึงกับออกมาให้สัมภาษณ์ว่าอยากให้กรรมการชี้แจงผลการตัดสิน แฟนมวยเควันต่างพากันเห็นใจบัวขาวโดยมีหลักฐานคือผลโหวตนักสู้เค-วันแม็กซ์ของปีนี้ บัวขาวได้เป็นอันดับ 2 ด้อยกว่าเพียงจอร์จิโอ เปโตรเซียน ผู้เป็นแชมป์รายการเควันปีนี้เท่านั้น

 

พ.ศ. 2554 บัวขาวได้เข้าแข่งขันในรายการไทยไฟท์ โดยเป็นฝ่ายชนะน็อค ไมเคิล พิซิเทโล่ ซึ่งเป็นนักมวยไทยชาวฝรั่งเศสในรอบรองชนะเลิศ และได้พบกับแฟร้งค์ จอร์จี้ จากประเทศออสเตรเลียในรอบชิงชนะเลิศที่ลานพระบรมรูปทรงม้า ในวันที่ 18 ธันวาคม ของปีเดียวกันนี้[10] ซึ่งบัวขาวเป็นฝ่ายชนะ และครองแชมป์ในการแข่งขันครั้งนี้ 5

 

พ.ศ. 2555 บัวขาวตกเป็นข่าวฮือฮาเมื่อได้หายตัวออกจากค่ายอย่างเป็นปริศนา หลังจากนั้นไม่นาน บัวขาวก็ได้ปรากฏตัวพร้อมเผยว่า ที่ต้องหนีออกจากค่ายเนื่องจากไม่พอใจในหลาย ๆ อย่าง และต้องการเป็นอิสระ ซึ่งทางค่าย ป.ประมุขก็ได้เผยว่า หากบัวขาวขึ้นชกต่อไป จะถือว่าผิดสัญญาตามกฎหมาย และจะทำการฟ้องร้อง แต่ในในวันที่ 17 เมษายน บัวขาวได้ขึ้นชกในรายการไทยไฟท์ ในนัดเปิดรายการ ที่แหลมบาลีฮาย พัทยา ในรุ่น 70 กิโลกรัม ในฐานะแชมป์เก่า เป็นฝ่ายเอาชนะน็อก รัสเต็ม ซารีปอฟ นักมวยชาวรัสเซียไปได้ในยกที่ 2 ซึ่งหลังการชก บัวขาวเปิดเผยว่า ตนขึ้นชกโดยไม่กลัวว่าจะผิดกฎหมาย แม้จะต้องติดคุกก็ตาม [11] ปัจจุบัน ทำค่ายมวยที่บ้านเกิดบ้านสองหนอง อำเภอสำโรงทาบ จ.สุรินทร์ ค่ายบัญชาเมฆ เพื่อให้เยาวชนรุ่นใหม่ได้มีโอกาสศึกษาศิลปะแม่ไม้มวยไทย

About the Author

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

You may also like these

PowerFul By Rufeo