แข่งรถ Formula1

แข่งรถ Formula1

แข่งรถ Formula1

แข่งรถ Formula1

แข่งรถ Formula1

เข้าสู่ฤดูกาลใหม่ของการแข่งขันรถสูตร 1 Formula 1 หรือเรียกกันง่าย ๆ ว่า F1 กันอีกแล้ว เรามาดูกันหน่อยดีกว่าว่า 10 ทีม 20 นักแข่งที่ลงชิงชัย

ในปีนี้มีใครบ้าง ติดตามกันได้เลยทีมแรกที่อยากแนะนำคือ ทีมแชมป์โลก ทีมล่าสุด นั่นคือทีม Mercedes-AMG Petronas F1 Team ซึ่งแน่นอนว่าเป็นทีมที่อยู่ภายใต้

หลังคาเดียวกันกับค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่ Mercedes-Benz ถึงแม้ว่าบริษัทแม่จะอยู่ที่เยอรมนี แต่ฐานของค่ายนี้อยู่ที่อังกฤษ เริ่มการแข่งขัน F1 ครั้งแรกจริง ๆ ตั้งแต่ปี 1954 โดยใช้ชื่อว่าทีม Daimler-Benz AG แต่ก็เลิกทีมไปในปี 1955 และเมื่อถึงปี 2010 ก็ได้กลับมาทำการแข่งขันอีกครั้งภายใต้ชื่อ Mercedes GP

ด้วยการซื้อทีมต่อจาก Brawn GP (ก่อนหน้านี้คือทีม Honda) ใช้เครื่องยนต์ของ Mercedes เองเป็นขุมพลัง โดยนับเฉพาะยุคใหม่

ตั้งแต่ปี 2010 เป็นต้นมา ทีมนี้สามารถคว้าแชมป์โลกภายใต้ทีมผู้ผลิตไปรวม 7 สมัย (2014, 2015, 2016, 2017, 2018, 2019, 2020) และนักแข่ง

คว้าแชมป์ไปได้ 7 ครั้ง (2014, 2015, 2016, 2017, 2018, 2019, 2020) ภายใต้นักขับ

คนเดียวที่ชื่อว่า Lewis Hamilton Mercedes-AMG Petronas F1 Teamมีผู้อำนวยการทีมเป็น Torger Christian Wolff หรือเรียก

กันง่าย ๆ ว่า Toto Wolff ชายชาวออสเตรียอายุ 49 ปี อดีตนักแข่งที่เข้ามาดูแลทีมตั้งแต่ปี 2013 หลังจากก่อนหน้านี้เป็นผู้อำนวยการบอร์ดของทีม Williams Formula One Team ตอนปี 2009 และขึ้นเป็นผู้อำนวยการใหญ่ปี 2012 และปัจจุบันเขาก็มีหุ้นอยู่ในทีมด้วย

นักแข่ง Lewis Hamilton

Lewis Hamilton เป็นนักแข่ง F1 ชาวอังกฤษ อายุ 36 ปี เริ่มต้นการขับรถสูตร 1 ตั้งแต่ปี 2007 กับทีม McLaren ด้วยการเปิดปีแรกอย่างสวยงาม เขาสามารถขึ้นโพเดียมได้

ในการแข่งขันรายการแรก และคว้าแชมป์ได้ในสนามที่ 6 เท่านั้น ก่อนที่จะคว้าแชมป์ไปรวม 4 สนาม และจบปีแรกด้วยการคว้าอันดับ 2 ของนักขับไปได้ โดยแพ้แชมป์โลกอย่าง Kimi Räikkönen ไปเพียง 1 คะแนนเท่านั้น และยังทำได้ดีในปีต่อมาด้วยการชนะไป 5 สนาม

ขึ้นโพเดียมไป 10 ครั้ง และคว้าแชมป์ไปครองได้สำเร็จกลายเป็นแชมป์โลกที่มีอายุน้อยที่สุด และเป็นแชมป์โลกชาวอังกฤษต่อจาก Damon Hill ที่ได้แชมป์ไปตั้งแต่ปี 1996 แต่ต่อมาช่วงปี 2009-2012 เขากลับไม่สามารถทำความสำเร็จได้อย่างต่อเนื่องได้ เพราะช่วงนั้นเป็นเวลาของ Sebastian Vettel ที่ไล่คว้าแชมป์

ไปได้อย่างต่อเนื่อง จนในที่สุด Hamilton ก็ตัดสินใจย้ายทีมไปร่วมกับ Mercedes ในปี 2013

โดยได้ร่วมทีมกับ Nico Rosberg ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงอย่างมาก เพราะ Mercedes เป็นทีมที่เพิ่งเริ่มกลับมาใหม่ และยังไม่มีความสำเร็จอย่างใดทั้งสิ้น และเริ่มต้นปีแรก

ไม่ค่อยดีนัก กับการคว้าเพียงแค่อันดับที่ 4 ไป ก่อนที่ยุคของเขาจะมาถึง เมื่อมีการเปลี่ยนกฎใหม่ให้ใช้งานเครื่องยนต์ Hybrid Turbo ได้ในปี 2014 ทำให้ทีม Mercedes คว้าแชมป์ไป

ในปีนั้นได้ 16 สนามจาก 19 สนาม และ Hamilton เข้าเส้นชัยเป็นคันแรกได้ 11 สนาม คว้าแชมป์ไปได้ทั้งนักขับและทีมผู้สร้าง ก่อนที่ปี 2015 ก็คว้าแชมป์โลกไปได้อีก ก่อนที่ปี 2016

จะกลายเป็นเพื่อร่วมทีมอย่าง Nico Rosberg เป็นคนที่คว้าแชมป์ไปแทน แต่กลับมาในปี 2017-2020 เขาก็กวาดแชมป์รวดได้ทุกปี รวมทั้งทีมก็ได้แชมป์

อย่างต่อเนื่องเช่นกัน สร้างสถิติไว้ให้วงการแข่งรถ F1 มากมาย โดยปีล่าสุดได้ทำสถิติคว้าแชมป์ไปแล้ว 95 ครั้ง แซงหน้า Michael Schumacher ที่ทำไปได้ 91 ครั้ง เหลือสถิติเดียว

ที่เขาต้องการทำในปีนี้ คือการคว้าแชมป์โลกสมัยที่ 8 ที่จะแซงหน้า Michael Schumacher เช่นกันที่ทำไปได้ 7 ครั้งแล้ว

Valtteri Bottas

คู่หูของแชมป์โลกคนปัจจุบันในทีม Mercedes-AMG Petronas F1 Team เป็นนักแข่งชาวฟินแลนด์ชื่อว่า Valtteri Bottas อายุ 31 ปี เริ่มต้นอาชีพนักขับ F1 ในปี 2013 กับทีม Williams เปิดฤดูกาลแรกได้ดีที่สุด

คือการทำเวลารอบคัดเลือกในสนาม Canadian Grand Prix เป็นอันดับที่ 3 คว้าคะแนนแรกในสนาม United States Grand Prix ด้วยการจบอันดับที่ 8 และจบปีแรกด้วยการเก็บได้เพียง 4 คะแนนเท่านั้น

ก่อนที่ปีต่อมาจะเริ่มฉายแวว ด้วยการระเบิดฟอร์มจบฤดูกาลด้วยอันดับที่ 4 มากกว่าอดีตแชมป์โลกอย่าง Sebastian Vettel และ Fernando Alonso ด้วยซ้ำ ก่อนที่จะจบอันดับที่ 5 และ 8 ใน 2 ปีต่อมา และในที่สุดเขาก้ได้เข้าร่วมกับทีมแชมป์โลกอย่าง  Mercedes-AMG Petronas F1 Team ในปี 2017 ขับร่วมกับแชมป์โลกอย่าง Lewis Hamilton แชมป์โลกคนปัจจุบัน เข้ามาแทนที่ Nico Rosberg ที่คว้าแชมป์และประกาศเลิกแข่งไปทันที

แต่แน่นอนว่าการเข้ามาอยู่เป็นนักแข่งเบอร์ 2 ของทีม แถมเบอร์ 1 ยังเป็นแชมป์โลกอีกต่างหาก มันไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างแน่นอน แต่ก็ถือว่าเริ่มต้นได้ไม่เลว เพราะสามารถคว้า

อันดับที่ 3 ไปได้ เป็นรองเพียง Hamilton และ Vettel เท่านั้น โดยสามารถคว้าแชมป์ไปได้ถึง 3 สนาม ก่อนที่ปี 2018 จะฟอร์มตก กลายเป็นนักแข่งคนแรกของ Mecedes ที่จบฤดูกาลแล้วไม่สามารถคว้าแชมป์สนามได้เลย

ตั้งแต่ Michael Schumacher ในปี 2012 จบที่ 2 ไปถึง 7 สนาม ก่อนที่ปีล่าสุด 2020 ที่สามารถคว้าแชมป์ไปได้ถึง 2 สนาม ขึ้นโพเดียม 11 ครั้ง จบฤดูกาลด้วยการคว้า

อันดับที่ 2 ประเภทนักแข่งไป ถือเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยทีมคว้าแชมป์ประเภททีมผู้สร้างไปด้วย

Red Bull Racing

ทีมที่เกิดจากยี่ห้อเครื่องดื่มบำรุงกำลัง ไม่ได้เกิดจากค่ายรถยนต์อย่าง Red Bull Racing มีฐานสำนักงานใหญ่อยู่ที่อังกฤษ (แต่ Red Bull มีสำนักงานใหญ่อยู่ออสเตรีย และเรียกที่นั่นว่า Home Race) เริ่มเข้า

ทำการแข่งขัน F1 ตั้งแต่ปี 2005 โดยการซื้อทีมต่อมาจาก Ford Motor Company ชื่อทีมว่า Jaguar Racing โดยปีแรกนั้น มีการใช้งานเครื่องยนต์ของ Cosworth ก่อนที่ปีต่อมา

จะหันไปใช้บริการของ Ferrari แต่ก็ได้เพียงปีเดียว เพราะปี 2007 ทีมหันไปใช้เครื่องยนต์ของ Renault ยาวนานถึง 12 ปี

แต่แล้วก็มาถึงจุดแตกหัก เมื่อทีมคิดว่า Renault มีเครื่องยนต์ที่ไม่ดีพอจะพาทีมไปคว้าแชมป์ได้ จึงได้ตัดสินใจเลือกใช้เครื่องยนต์ของทาง Honda แทนในฤดูกาล 2019

โดยทีม Red Bull Racing เริ่มต้นได้ไม่ดีนัก เมื่อ 4 ปีแรกที่เข้าร่วมการแข่งขัน จมอยู่เป็นทีมท้ายแถวเป็นส่วนใหญ่ แต่พอถึงปี 2009

เมื่อได้นักแข่งอย่าง Sebastian Vettel มาร่วมทีม จับคู่กับเบอร์ 1 อย่าง Mark Webber ทุกอย่างก็เริ่มเปลี่ยนไป

 

About the Author

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

You may also like these

PowerFul By Rufeo