เอ็มมานูเอล มาครง : สร้างความนิยมผ่านกีฬาเอื้อสู่ประธานาธิบดีฝรั่งเศสอีกสมัย

เอ็มมานูเอล มาครง

เอ็มมานูเอล มาครง การเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศส 2022 จบลงไปเป็นที่เรียบร้อย ด้วยชัยชนะของ เอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีคนปัจจุบันของฝรั่งเศส ส่งผลให้เขาครองตำแหน่งผู้นำประเทศเป็นสมัยที่สองได้สำเร็จ

ท่ามกลางความเข้มข้น ของการเลือกตั้ง เอ็มมานูเอล มาครง สวมนวม ออกหาเสียงขณะลง พื้นที่ยังสโมสรกีฬา ก่อนวันลงคะแนนเพียง 3 วัน ซึ่งก่อนหน้านั้นเจ้าตัวเคยกระโดดดีใจอย่างลืมตัว เมื่อครั้งที่ฝรั่งเศสคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกมาครองได้สำเร็จ

นี่คือเรื่องราวของกีฬา กับประธานาธิบดีคนปัจจุบัน ของฝรั่งเศส ที่ขยับเข้ามาใกล้คนจน มากขึ้นด้วยการบอกว่าตัวเอง ดูฟุตบอล และต่อยมวย พร้อมกับแสดงจุดยืนเรื่องสิ่งแวดล้อมผ่าน การสร้างโอลิมปิก เกมส์ ที่ไม่ทำลายธรรมชาติเป็นครั้งแรก

ติดตามเรื่องราวกับ ได้ที่นี่

ชอบดูฟุตบอล หลงรักกีฬามวย

ย้อนกลับไปยังปี 2017 มาครง สมัครลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดี ฝรั่งเศสเป็นครั้งแรก ท่ามกลางความฮือฮาในสังคมยุโรป เนื่องจากนักการเมืองจากพรรคออง มาร์ช (La Republique En Marche!) ที่เป็นเด็กหนุ่มในวงการเมืองระดับสูงด้วยวัยเพียง 40 ปี แถมยังมีประสบการณ์การทำงานในรัฐบาลเพียงสองปี ในฐานะรัฐมนตรีกระทรวงเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม

แม้จะเป็นที่รู้กันดีในหมู่ชาวฝรั่งเศสว่า มาครง มีความสามารถในเรื่องการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและบริหารจัดการงบประมาณของประเทศได้อย่างดีเยี่ยม แต่บารมีของเขายังคงไม่เพียงพอที่จะต่อสู้กับกระแสขวาจัดในฝรั่งเศสขณะนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อคู่แข่งของเขาคือ มารีน เลอแปน นักการเมืองหญิงที่ชูแนวคิดชาตินิยม และลงทำงานในวงการเมืองฝรั่งเศสมาตั้งแต่อายุ 18 ปี

เคราะห์ดีของมาครงที่กระแสผู้นำเสรีนิยมรุ่นใหม่กำลังเป็นที่สนใจในโลกตะวันตก ความสำเร็จของ จัสติน ทรูโด ที่สามารถคว้าตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแคนาดาเมื่อปี 2016 หรือ อันนาเลนา แบร์บ็อค ผู้นำพรรคกรีนของเยอรมนีที่ก้าวมาเป็นขวัญใจของคนรุ่นใหม่

นี่คือตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่า มาครง สามารถครองตำแหน่งประธานาธิบดีฝรั่งเศสได้ หากเขาแสดงให้คนทั่วไปเห็นว่าเจ้าตัวคือนักการเมืองที่เข้าใจปัญหารอบด้านและสามารถพัฒนาทุกภาคส่วนของประเทศ ไม่ใช่แค่เรื่องของเศรษฐกิจ

ปัญหาหนึ่งที่มาครงต้องเผชิญคือ เขาถูกนำเสนอด้วยภาพลักษณ์ของนักการเมืองที่เติบโตมาจากครอบครัวชนชั้นสูง แม้จะมีความฉลาดปราดเปรื่องจากการเรียนจบระดับบัณฑิตวิทยาลัย แต่สถาบันที่เขาจบมาคือ École nationale d’administration หรือ โรงเรียนการบริหารแห่งชาติ ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาในระบบพิเศษที่จำกัดไว้ให้กับชนชั้นสูงในฝรั่งเศสเท่านั้น

มาครงจำเป็นต้องลดความเป็นชนชั้นสูงของเขาให้น้อยลง เพื่อเจาะฐานเสียงชนชั้นกลางและคนรุ่นใหม่ที่ไม่เอียงซ้ายของฝรั่งเศส เขาจำเป็นต้องค้นหาชีวิตอีกด้านที่มีความเป็นชนชั้นแรงงานเข้ามาเคียงคู่กับภาพลักษณ์ของนักการเมืองไฮโซที่มีงานอดิเรกคือการเล่นเปียโน

กีฬา จึงกลายเป็นคำตอบของ เอ็มมานูเอล มาครง เขาเปิดเผยถึงชีวิต อีกด้านที่ไม่ต่างจาก คนเดินดินทั่วไป นั่นคือเขามีความนิยมชมชอบ ในกีฬาฟุตบอลและมวย ยิ่งไปกว่านั้น เจ้าตัวยังฝึกซ้อมกีฬาทั้งสองชนิดอยู่เป็นประจำ โดยเฉพาะกีฬามวยที่เจ้าตัวลงลึกเป็นพิเศษด้วยการเป็นหนึ่งในผู้คลั่งไคล้ มวยฝรั่งเศส กีฬาต่อสู้ที่คล้ายคลึงกับมวยสากล เพียงแต่สามารถใช้เท้าเป็นอาวุธได้

ในส่วนของกีฬาฟุตบอล มาครง ถือเป็นแฟนตัวยยง ของสโมสรโอลิมปิก มาร์กเซย ทีมฟุตบอลประจำเมืองมาร์กเซย ซึ่งเป็นที่รู้กันดีถึงฐานของแฟนบอลส่วนใหญ่ที่เป็นกลุ่มชนชั้นแรงงานในเมือง (แม้เจ้าตัวจะเกิดที่เมืองอาเมียงส์ ทางตอนเหนือของประเทศก็ตาม) มาครงยังได้ทวิตถึงเหตุผลที่เขาสนับสนุนทีมฟุตบอลแห่งนี้ เนื่องจากโอลิมปิก มาร์กเซย ได้สร้างแรงบันดาลใจให้กับเขาไม่ต่างจากชนชั้นล่างในเมือง

เอ็มมานูเอล มาครง

เอ็มมานูเอล มาครง “ทำไมผมถึงเชียร์โอลิมปิก มาร์กเซย เหรอ? นั่นเป็นเพราะพวกเขาทำให้ผมกล้าที่จะฝัน พวกเขาทำให้ผมร้องไห้ และบางครั้งพวกเขาก็ทำให้ผมลุ้นระทึก”

 มาครง กล่าวถึงเหตุผลที่ เขาสนับสนุนมาร์กเซยในทวิตเตอร์ หลังประกาศตัว เป็นแฟนคลับทีมดังกล่าวในงานปราศรัยที่เมืองมาร์กเซย

นี่คือนักการเมืองที่ติดตามกีฬาฟุตบอลไปพร้อมกับศึกษาปรัชญาของมาเคียเวลลีและเฮเกล นี่คือผู้นำรุ่นใหม่ที่เล่นสกีบนเทือกเขาพิเรนีสมาตั้งแต่เด็ก และไม่ลืมที่จะฝึกฝนกีฬาพื้นบ้านอย่างมวยฝรั่งเศส เอ็มมานูเอล มาครง จึงกลายเป็นผู้สมัครประธานาธิบดีที่เข้าถึงคนทุกกลุ่มได้อย่างแท้จริง

เมื่อการเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศส 2017 มาถึง มาครงครองตำแหน่ง ผู้ชนะทั้งสองรอบ โดยเฉพาะการเลือกตั้งรอบสองที่เขามีคะแนนเหนือ เลอแปน ด้วยคะแนน 66 ต่อ 34 เปอร์เซ็นต์ ส่งผลให้นักการเมืองหัวเสรีนิยมใหม่รายนี้ได้ฉลองวันเกิดครบรอบอายุ 40 ปีในฐานะประธานาธิบดีที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ของฝรั่งเศส

กีฬาคือเครื่องมือสำคัญทางการเมือง

หลัง มาครง เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดี ของฝรั่งเศส นโยบายด้านกีฬาที่ เขาประกาศเดินหน้าเต็มที่ คือการสนับสนุน ให้กรุงปารีส รับบทบาทเจ้าภาพมหกรรมกีฬาโอลิมปิก 2024 โดยช่วงเวลาเดียวกันนี้ ฝรั่งเศส จะยังรับบทบาทเป็นเจ้าภาพ การแข่งขันรักบี้ชิงแชมป์โลกในปี 2023 ซึ่งมาครงเห็นด้วยว่ารัฐบาลควรทุ่มงบประมาณอย่างเต็มที่ เพื่อทำให้อีเวนต์เหล่านี้ออกมาอย่างยอดเยี่ยมที่สุด

“การแข่งขันกีฬาเหล่านี้คืองานสุดพิเศษ คุณสามารถเปลี่ยนหน้าตา ของประเทศได้ในทันที เพราะคุณสามารถสร้างพื้นฐานที่มีโครงสร้างแข็งแกร่ง และยังเปิดโอกาสให้ทุกคนได้เข้ามามีส่วนร่วมกับงานเหล่านี้เพื่อผลักดันศักยภาพตัวคุณไปอีกขั้น”

“เราจำเป็นต้องผลักดันให้ฝรั่งเศสเป็นเจ้าภาพอีเวนต์ กีฬาขนาดใหญ่อย่าง รักบี้ชิงแชมป์โลกในปี 2023 และโอลิมปิก เกมส์ 2024 เพราะพวกเรารู้ว่าต้องจัดงานเหล่านี้อย่างไร เรามีทีมงานที่ยอดเยี่ยม นักกีฬาความสามารถสูง และความภูมิใจในชาติอย่างเต็มเปี่ยม”

มาครงให้ความสำคัญกับการพัฒนา โครงสร้างกีฬาของฝรั่งเศสทั้งระบบ เขากล่าวถึงเป้าหมายในการ ยกระดับมาตรฐานของกีฬาอาชีพในฝรั่งเศสเพื่อพัฒนานักกีฬาสู่ระดับยุโรปและระดับโลก นอกจากนี้ ยังส่งเสริมการสนับสนุนการพัฒนาสโมสรกีฬาระดับกลางและระดับท้องถิ่นที่ยังขาดแคลนอุปกรณ์ต่างๆ

มาครงยังมองเห็นความสำคัญ ของการพัฒนาระบบกีฬาสมัครเล่น โดยในช่วงเวลา ที่เขาเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดี มีรายงานว่าชาวฝรั่งเศสราว 42 เปอร์เซ็นต์ไม่เคยเล่นกีฬาใดเลยในชีวิต เนื่องจากขาดการสนับสนุนในระดับชุมชน และไม่มีการปลูกฝังให้เด็กเล่นกีฬาในโรงเรียน โดยกลุ่มคนที่เล่นกีฬาน้อยที่สุดคือ กลุ่มแม่บ้านพ่อบ้าน แรงงานปกน้ำเงิน (กลุ่มแรงงานทั่วไป) กลุ่มคนรับเงินบำนาญ และคนตกงาน

เห็นได้ชัดว่า มาครง มองเห็นความสำคัญ ของกีฬาต่อคุณภาพชีวิต ของประชาชน เขาพูดตั้งแต่ก่อนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีแล้วว่า ภาคการเมืองและภาคเศรษฐกิจสามารถพัฒนาศักยภาพของวงการกีฬาฝรั่งเศสได้ ซึ่งถ้าเรามองไปที่ผลงานตลอด 5 ปีแรกในฐานะผู้นำประเทศของเขาจะเห็นว่าเขาพยายามสอดแทรกจุดยืนทางการเมืองของเขาลงไปในแวดวงกีฬาอย่างเปิดเผย

ยกตัวอย่าง นโยบายการจัดปารีส เกมส์ 2024 ด้วยความตั้งใจที่จะให้เป็นมหกรรมกีฬาโอลิมปิกครั้งแรกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่ง มาครง ได้ประกาศตัวตั้งแต่ต้นว่า เขามีความพยายามจะแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมและสนับสนุนแนวคิดเสรีนิยมสีเขียว ดังนั้นแล้ว การสร้างต้นแบบโอลิมปิกสีเขียวโดยปารีส เกมส์ จึงได้รับแรงสนับสนุนอย่างเต็มที่จากรัฐบาลฝรั่งเศส

รวมถึงการออกมาต่อต้านฟุตบอล ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ลีก โดยมาครงได้โจมตีว่าฟุตบอลรายการนี้ขัดต่อความเป็นหนึ่งเดียว และหลักการพื้นฐานของกีฬา ซึ่งถ้ามองลงไปให้ลึกกว่านั้นแล้ว การยืนตรงข้ามซูเปอร์ลีก ของมาครงมีเหตุผลมาจากการปกป้องผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของฝรั่งเศส ซึ่งถือเป็นแนวคิดหลักในการบริหารประเทศของมาครง

ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมาในฐานะประธานาธิบดีฝรั่งเศส เอ็มมานูเอล มาครง ได้แสดงให้เห็นถึงจุดยืนที่ชัดเจนในฐานะผู้นำที่หัวรั้น มาครงไม่ลังเลที่จะแสดงออกหรือแสดงความคิดเห็นใดตามที่ตัวเองต้องการ

เขายังปรับเปลี่ยนและสร้างสรรค์แนวคิด เสรีนิยมใหม่ในรูปแบบของตัวเอง ซึ่งให้ความสำคัญกับความรักประเทศชาติและความภูมิใจในฝรั่งเศส ไปพร้อมกับการชื่นชมความเป็นหนึ่งเดียวของยุโรปและเศรษฐกิจโลกาภิวัตน์

นี่คือเหตุผลว่าทำไมมาครงถึงดีใจอย่างสุดเหวี่ยงหลัง ทีมชาติฝรั่งเศสคว้า แชมป์ฟุตบอลโลก 2018 ไม่ใช่ เพราะเขาเป็นแค่แฟนฟุตบอล แต่รวมถึงเป็นการเน้นย้ำจุดยืนทางการเมืองของตน ที่ต้องการขับเน้นความภูมิใจ ในชาติโดยแสดงออกในฐานะผู้นำประเทศ ที่สนับสนุนกิจกรรมนานาชาติไปพร้อมกัน

การใช้กีฬาเพื่อเป็นหนึ่งใน เครื่องมือสนับสนุนความนิยมทางการเมืองของมาครงเริ่มต้นมา ตั้งแต่ก่อนเขาเข้า รับตำแหน่งประธานาธิบดี และยังดำเนินต่อไปถึงปัจจุบันเมื่อ การเลือกตั้งผู้นำประเทศในปี 2022 มาถึง เขาไม่ลังเล ที่จะหาเสียงด้วยการสวมนวมชกมวย เพื่อแสดงให้เห็นถึงมุมอันขี้เล่นซุกซนและความติดดินของผู้นำรายนี้อีกครั้งเหมือนกับที่เขาเคยทำในปี 2017

ปัญหาคือ มาครง ไม่ได้น่ารักหรือเข้า ถึงง่ายแบบนี้ ทุกวัน ตลอดเวลา 5 ปีที่ผ่านมาเขาถูกวิจารณ์ ในเรื่องของความไม่จริงใจและความหยิ่งยโส ทั้งเรื่องการหมางเมินในการแก้ปัญหาขบวนการเสื้อกั๊กเหลืองที่ออกมาต่อต้านรัฐบาลบนท้องถนน ก่อนจะแก้ปัญหาแบบขอไปทีด้วยนโยบายประชานิยมที่ไม่ตอบโจทย์ระยะยาว แต่ความบ้าอำนาจในการออกนโยบายแบบไม่เห็นใจประชาชนยังคงอยู่เหมือนเดิม รวมถึงการออกมาแสดงจุดยืนตรงข้ามกับชาวมุสลิมและกลุ่มหัวก้าวหน้า เพียงเพราะหวังฐาน เสียงจากกลุ่มคนเอียงขวาซึ่งมีเยอะขึ้นทุกขณะในฝรั่งเศส

จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เมื่อยิ่งเวลาผ่านไป มาครง จะยิ่งถูกเกลียดชังโดยผู้คนในประเทศ เพราะกลุ่มการเมืองปีกซ้ายมองมาครงเป็นปีศาจที่พยายามรื้อระบบรัฐสวัสดิการและเดินหน้าลดภาษีคนรวยเพิ่มภาษีคนจน ส่วนกลุ่มชาตินิยมขวาจัดก็มองมาครงเป็นคนเชื่อถือไม่ได้ กระโดดไปซ้ายทีขวาที แถมยังสนับสนุนสหภาพยุโรปกับเสรีนิยมใหม่ ซึ่งไม่ตรงกับโจทย์ของประชานิยมฝ่ายขวาที่ผลประโยชน์ของชาติต้องมาก่อน

การคว้าตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยสองแบบหืดจับของ มาครง สะท้อนให้เห็นถึงผลงานในช่วง 5 ปีแรกของเขาอย่างชัดแจ้ง ถึงแม้การยืนอยู่ตรงกลางทางการเมืองแบบสุดโต่งจะทำให้ฝ่ายซ้ายและฝ่ายขวาเดินไปสุดโต่งเช่นเดียวกัน แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า มาครง ยังดีพอที่จะเอาชนะใจชาวฝรั่งเศสส่วนใหญ่

และท่านสามารถ ติดตามข้อมูล ข่าวสาร ต่าง ๆ  ทั่วมุมโลก ข่าวสด รวดเร็วกว่า อีกทั้ง ข่าวฟุตบอล ตารางการแข่งขัน  ข่าวกีฬาอัปเดต

ผลบอล และการ วิเคราะห์บอล // ทีเด็ดบอล ไฮไลบอล แทงบอล แทงบอลออนไลน์ และยังมี บาคาร่า รูเล็ต  UFABET

 

About the Author

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

You may also like these

PowerFul By Rufeo