เอรียา จุฑานุกาล

เอรียา จุฑานุกาล

เอรียา จุฑานุกาล

เอรียา จุฑานุกาล

 

เอรียา จุฑานุกาล

ในวินาทีนี้คงไม่มีใครไม่รู้จักเธอคนนี้ โปรเม เอรียา จุฑานุกาล

นักกอล์ฟหญิงชาวไทยวัย 21 ปี ที่สร้างประวัติศาสตร์วงการกีฬาและกอล์ฟของไทย

ด้วยการก้าวขึ้นมาเป็นมือ 1 ของโลกได้สำเร็จ ด้วยการคว้าแชมป์ มานูไลฟ์ แอลพีจีเอ

คลาสสิก ที่ประเทศแคนาดา โดยเบื้องหลังความสำเร็จ กว่าจะมีวันนี้ของโปรเม ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเลย
โปรเม เอรียา จุฑานุกาล

หรือ เม เป็นลูกสาวคนเล็กของนายสมบูรณ์ และนางนฤมล จุฑานุกาล มีพี่สาวหนึ่งคน ชื่อ โมรียา จุฑานุกาล ซึ่งเป็นนักกอล์ฟ

อาชีพเช่นกัน เมกับโมเกิดและโตที่กรุงเทพฯ ตอนเมอายุ 5 ขวบครึ่ง คุณพ่อเปิดร้านโปรช็อปขายอุปกรณ์กอล์ฟ กลัวลูก ๆ จะไปกวน เลยยื่นไม้ให้อันหนึ่งเอาไปเขี่ยเล่นที่สนาม ขณะนั้นมีโปรกอล์ฟเดินไปเดินมาเห็นแล้วเอ็นดูเลยช่วยสอน นั่นเป็นจุดเริ่มนักกอล์ฟมือหนึ่งของโลกคนปัจจุบัน

เมเริ่มต้นชีวิตนักกอล์ฟด้วยการพบกับความพ่ายแพ้มาโดยตลอด แต่ก็นำมาเป็นแรงผลักให้ฮึดสู้ ตั้งใจซ้อม และพัฒนาทักษะการเล่นอย่างหนัก โดยมีโค้ชคนแรก คือ พ่อ นายสมบูรณ์ จุฑานุกาล ซึ่งเป็นโค้ชที่ดุและเข้มงวดมาก และเมื่อต้องฝึกปรือฝีมืออย่างจริงจัง นายสมบูรณ์จึงตัดสินใจเสาะหาโค้ชมือดีให้กับลูกสาว และออกไปแข่งรายการต่าง ๆ นับไม่ถ้วน

แต่กว่าจะมาถึงวันนี้ ครอบครัวจุฑานุกาล ต้องขายบ้าน ขายรถ ขายกิจการทุกอย่าง รวมกว่า 20 ล้านบาท เพื่อให้ลูกสาวทั้ง 2 คน ได้เดินบนเส้นทางกอล์ฟตามที่ฝัน ซึ่งคนส่วนใหญ่หรือแม้แต่ญาติแท้ ๆ ต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า บ้าไปแล้ว เพราะสิ่งที่ทำลงไปมันไม่คุ้มค่าเลยสักนิด และเป็นที่แน่นอนว่า เมื่อตัดสินใจ

เลือกเดินเส้นทางนี้แล้ว ย่อมไม่มีอะไรที่ได้มาอย่างง่าย ๆ อุปสรรคแรก คือ การเรียน โดยเมติดทีมชาติไทยช่วงระดับประถมศึกษา ทำให้มีตารางการซ้อมหนักมาก จนทำให้มีปัญหาเรื่องการเข้าเรียน จนกระทั่งจบ ม.6 จึงตัดสินใจยังไม่เรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย ขอมุ่งหน้าเทิร์นโปร ตั้งแต่อายุ 17 ปี เพื่อตามความฝันอย่างที่ตั้งใจไว้

โดยระหว่างชีวิตการเทิร์นโปรก็ไม่ง่ายเลย เมต้องเจอกับคำสบประมาทต่าง ๆ ทำให้กดดันพลาดแชมป์ไปอย่างน่าเสียดาย และการบาดเจ็บขณะฝึกซ้อม จนต้องหยุดพักรักษาตัวนานถึง 1 ปี รวมไปถึงช่วงปี 2015 เมประสบปัญหาฟอร์มตกอย่างหนัก ถึงขนาดตกรอบ 10 รายการรวด ซึ่งตอนนั้นเธอยอมรับว่าท้อ ไม่

อยากตีกอล์ฟแล้ว แต่ก็สามารถฮึดขึ้นสู้ได้อีกครั้ง เพราะคนรอบข้างเชื่อถือในตัวเธอ ทำให้รู้ว่าไม่ว่าใครจะเชื่อมั่นในตัวเราแค่ไหน มันก็ไม่มีค่าเท่ากับเราเชื่อมั่นในตัวเอง จึงทำให้เมฮึดขึ้นสู้อีกครั้ง

ด้วยความเพียรพยายาม และขยันฝึกซ้อมอย่างหนัก ทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอและครอบครัวช่วยกันลงทุนลงแรงไป วันนี้สามารถพิสูจน์ให้ทุกคนได้เห็นแล้วว่า ไม่ได้สูญเปล่าไปอย่างที่ใคร ๆ ครหา เมื่อเธอผงาดขึ้นไปนั่งแท่นโปรกอล์ฟอันดับ 1 ของโลก ได้อย่างภาคภูมิใจ พร้อมสร้างประวัติศาสตร์วงการกีฬาให้คนไทยทั้งประเทศได้ชื่นชม

จุฑานุกาล สร้างประวัติศาสตร์เป็นนักกอล์ฟ

ไทยคนแรกที่คว้าแชมป์ ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ ได้สำเร็จ หลังมาแรงวันสุดท้ายหวด 9 อันเดอร์พาร์ 63 รวมสี่วัน 22 อันเดอร์พาร์ 266 แซงคว้าชัยชนะไปครองที่สนามสยามคันทรีคลับ พัทยา โอลด์คอร์ส จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 9 พ.ค. ที่ผ่านมา โดยเฉือนชนะ “โปรจีน” อาฒยา ฐิติกุล ไปเพียงสโตรกเดียว

แอลพีจีเอทัวร์ดวลเอเชียนสวิงรายการที่สองศึก “ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2021” ชิงเงินรางวัลรวม 1.6 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 50 ล้านบาท ที่สนามสยามคันทรีคลับ พัทยา โอลด์คอร์ส ระยะ 6,576 หลา 72 จังหวัดชลบุรี ระหว่างวันที่ 6-9 พฤษภาคม ที่ผ่านมา มีนักกอล์ฟ 72 คน โดยเป็นผู้เล่นชาวไทย 10 ราย ลงชิงชัยแบบไม่มีการตัดตัว และไม่เปิดให้แฟนกอล์ฟเข้าชมที่สนาม

รอบสุดท้ายของการชิงชัย ปรากฏว่า โปรเม-เอรียา จุฑานุกาล ซึ่งออกสตาร์ทที่อันดับ 9 ด้วยสกอร์ตามหลังผู้นำ 5 สโตรก มาแรงหวดวันเดียว 9 อันเดอร์พาร์ 63 จากการทำ 9 เบอร์ดี ไม่มีโบกี จบด้วยสกอร์รวม 22 อันเดอร์พาร์ 266 ขึ้นนำบนคลับเฮาส์ก่อนที่การแข่งขันต้องหยุดพัก เนื่องจากมีประจุไฟฟ้าในอากาศไปราว 1

ชั่วโมง 15 นาที ขณะที่ โปรจีน-อาฒยา ฐิติกุล เหลือการเล่นอีกเพียงหลุมเดียว มีสกอร์ตามหนึ่งสโตรก หลังพลาดเสียโบกีในหลุม 17 และปิดเกมด้วยพาร์ในหลุมสุดท้าย จบเข้ามา 4 อันเดอร์พาร์ 68 พลาดโอกาสเพลย์ออฟไปด้วยสกอร์รวม 21 อันเดอร์พาร์

267 โดย เอรียา ปลดล็อกให้กับตัวเองพร้อมกับรับเงินรางวัลแชมป์ไป 240,000 เหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 7.5 ล้านบาท

โปรเม-เอรียา มืออันดับ 33 ของโลกวัย 25 ปี รองแชมป์เมื่อปี 2013 เผยว่า “วันนี้เล่นได้ดีมาตลอด ส่วนในหลุมสุดท้ายทีช็อตออกไปได้ดีมาก ทำให้เก็บเบอร์ดีได้ ช่วงที่เกมหยุดพักก็ได้แต่รอ อยากรู้ผลเร็วๆ คิดว่าต้องเพลย์ออฟแน่นอน จริงๆ ก็อยากออกไปดูอาฒยาที่หลุม 18 แต่แคดดีห้ามไว้ เลยได้แต่คอยฟังเสียง

เชียร์อย่างเดียว วันนี้ไม่ได้วางแผนอะไรเลย ก่อนออกไปก็บอกกับตัวเองให้ลองเล่นแบบไม่ต้องคิดถึงผลที่จะออกมา อยู่กับช็อตที่เราจะทำข้างหน้า และตั้งใจทำให้ดีที่สุด แทบไม่ได้คิดเลยว่าจะตีตรงไหม จะลงไหม ชัยชนะครั้งนี้รอมานานมาก ตั้งแต่ปี 2013 ก็อยากได้แชมป์ที่นี่มากๆ ที่ผ่านมา มีช่วงหนึ่งที่เมต้องสู้กับ

อะไรค่อนข้างเยอะ แต่เมยังเชื่อในตัวเอง ไม่หยุดที่จะทำทุกอย่างให้ดี แชมป์ครั้งนี้สอนให้เมรู้จักคำว่าพยายายามและการรอคอย ไม่เปรียบเทียบตัวเองกับใคร วันนี้เมรู้สึกภูมิใจในตัวเองมาก ขอบคุณแฟนๆ ที่คอยเชียร์เมมาตลอด แม้ในช่วงที่เมตีไม่ดี ทุกคนก็คอยเป็นกำลังใจให้เสมอ”

ขณะที่ “โปรเหมียว” ปภังกร ธวัชธนกิจ โปรสาวมือ 12 ของโลก ผู้นำมาตลอดสามวัน ฟอร์มแผ่วตีเข้ามา 2 อันเดอร์พาร์ 70 จากการทำ 6 เบอร์ดี แต่พลาดเสีย 1 ดับเบิลโบกี กับ 2 โบกี หล่นไปอยู่อันดับ 3 ร่วมกับ เอมี หยาง แชมป์ 3 สมัยของรายการนี้ กับ รวิ โซยอน สองโปรจากเกาหลีใต้ และ แองเจล ยิน จากสหรัฐฯ

สำหรับนักกอล์ฟไทยอีก 7 รายทำผลงานดังนี้ โปรเมียว-ปาจรีย์ อนันต์นฤการ ฟอร์มแรงวันสุดท้ายหวด 9 อันเดอร์พาร์ 63 รวมสี่วัน 15 อันเดอร์พาร์ 273 พุ่งขึ้นมาจบอันดับ 13 ร่วม, โปรโม-โมรียา จุฑานุกาล หวด 3 อันเดอร์พาร์ 69 สกอร์รวม 13 อันเดอร์พาร์ 275 อันดับ 17 ร่วม, โปรแจน-วิชาณี มีชัย ทำอีก 2 อันเดอร์พาร์

70 สกอร์รวม 6 อันเดอร์พาร์ 282 เท่ากับ โปรแหวน-พรอนงค์ เพชรล้ำ ที่พลาดตีเกินไป 1 โอเวอร์พาร์ 73 รั้งอันดับ 43 ร่วม, โปรจัสมิน-ธิฎาภา สุวัณณะปุระ ตีเข้ามา 3 อันเดอร์พาร์ 69 สกอร์รวม 4 อันเดอร์พาร์ 284 อยู่ที่ 54 ร่วม, โปรพราว-ชเนตตี วรรณแสน หวดอีก 4 อันเดอร์พาร์ 68 สกอร์รวม 3 อันเดอร์พาร์ 285 รั้ง

อันดับ 57 ร่วม และ โปรมายด์-กานต์พนิตนันท์ เมืองคำสกุล ทำ 1 อันเดอร์พาร์ 71 สกอร์รวม 4 โอเวอร์พาร์ 292 จบอันดับ 69 ร่วม

 

About the Author

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

You may also like these

PowerFul By Rufeo