เมห์ดี ซาตูต์

เมห์ดี ซาตูต์

เมห์ดี ซาตูต์

เมห์ดี ซาตูต์

เมห์ดี ซาตูต์

เมห์ดี ซาตูต์ : แชมป์โลกมวยไทยชาวฝรั่งเศส ที่ปั้นแบรนด์สินค้ากีฬาจนเป็นพาร์ทเนอร์ UFC

ผมรู้จักมวยไทยตั้งแต่อายุ 10 ขวบ และผมเริ่มฝึกมวยไทยอย่างจริงจังเมื่อผมอายุได้ 12 ปี

หลังจากนั้นผมใช้ชีวิตอยู่กับมวยไทยมาตลอด ตั้งแต่ปี 1996 ผมเดินทางมาประเทศไทยเรื่อย ๆ ทั้งเพื่อฝึกซ้อมและขึ้นชก

กระทั่งปี 2014 ผมตัดสินใจพาครอบครัวของผม ประกอบด้วยภรรยา และลูกอีก 2 คน ย้ายมาอยู่ประเทศไทยเป็นการถาวร เพื่อเปิดร้านขายสินค้าเกี่ยวกับกีฬามวยไทย

แน่นอนว่า การย้ายมาอยู่ประเทศไทยไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะคุณต้องทิ้งทุกอย่างไว้เบื้องหลัง โดยไม่หันกลับไปคิดถึงมันอีก

แต่สิ่งสำคัญคือ คุณต้องเชื่อมั่นในตัวเอง และเดินไปตามเส้นทางนั้น

 

สำหรับชาวต่างชาติคนหนึ่งที่คิดจะเปิดร้านขายสินค้าในประเทศไทย

การเปิดร้านขายสินค้าในประเทศไทยไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะผมเป็นชาวต่างชาติ และลูกค้าของผมคือชาวไทย ผมต้องเรียนรู้อะไรหลายอย่าง

ไม่ว่าจะเป็นการผลิตสินค้าคุณภาพสูง แต่มีราคาที่เหมาะสม หรือการตกแต่งร้านให้สวยงาม เพื่อดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาซื้อสินค้าในร้าน

มันคือช่วงเวลาที่ยากลำบากสำหรับผม เพราะตอนนั้นผมเองไม่มีชื่อเสียงมากนักในประเทศไทย และก็ไม่มีคอนเนคชั่นด้วยเช่นกัน ทุกอย่างจึงต้องเดินไปทีละก้าว

แม้ผมจะขายสินค้าเกี่ยวกับมวยไทย แต่ผู้คนในเมืองไทยก็ไม่รู้จักสินค้าของผมมากนัก เพราะเราไม่ใช่แบรนด์ใหญ่ในเมืองไทยแบบ ท็อปคิงส์ หรือ แฟร์เท็กซ์

 

เหตุผลที่ทำให้แบรนด์ระดับโลกอย่าง Venum ตัดสินใจร่วมงานกับนักมวยที่ย้ายมาใช้ชีวิตในประเทศไทย

ก่อนย้ายมาอยู่เมืองไทย ผมได้รับการสนับสนุนจาก Venum ในฐานะนักกีฬาคนหนึ่ง เพราะผมคือชาวฝรั่งเศส และ Venum ก็เป็นแบรนด์จากประเทศฝรั่งเศส

หลังจากนั้น ผมมีโอกาสทำงานร่วมกับ Venum ในเรื่องของการออกแบบและแก้ไขผลิตภัณฑ์ พวกเขาจึงเสนองานให้ผมดูแลโรงงานของ Venum ที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย

ผมจึงผมเข้าไปทำงานให้กับ Venum อย่างเต็มตัว

ส่วนร้านค้าของผมเปลี่ยนมาใช้ชื่อ Venum Thailand เพื่อให้แบรนด์ของเรา เจาะตลาดคนไทยที่สนใจสินค้าเกี่ยวกับมวยไทย

ไม่ว่าจะเป็นเครื่องแต่งกายหรืออุปกรณ์ รวมถึงเสื้อผ้าด้านฟิตเนส

 

หน้าที่ในปัจจุบัน

ปัจจุบัน ผมมีงานประจำอยู่ทั้งหมด 3 งาน งานหลักของผมคือตำแหน่งผู้จัดการโรงงานผลิตสินค้าของ Venum ในประเทศไทย

ซึ่งปัจจุบันเรามีอยู่สามแห่ง ที่กรุงเทพฯ, เชียงใหม่ และแม่สอด (จ.ตาก)

ผมมีหน้าที่ดูแลคุณภาพของสินค้าชนิดต่าง ๆ ที่เราผลิตออกไป ไม่ว่าจะเป็น นวมมวยไทย, เป้าล่อชก, กระสอบทราย หรือ เวทีมวย

นอกจากนี้ ผมยังมีหน้าที่ดูแลการออกแบบสินค้าในแต่ละคอลเลคชั่นก่อนจะวางขาย นี่คืองานหลักของผม

ส่วนอีกสองงานคือ การบริหารร้าน Venum Thailand และ Venum Training Camp ซึ่งงานสองส่วนนี้จะแยกกัน

สำหรับ Venum Thailand ผมมีหน้าที่กระจายสินค้าของแบรนด์ออกไปทั่วประเทศไทย

ส่วน Venum Training Camp คือการบริหารแคมป์ฝึกซ้อมที่นี่ รวมถึงดูแลนักมวยและลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ

 

ผลกระทบจาก COVID-19

รายได้ส่วนใหญ่ของผมมาจาก Venum Training Camp ตั้งแต่มีโควิดขึ้นมา ผมสูญเสียรายได้เดือนละหลายแสนบาท

ถ้าคุณมาที่นี่ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ปีที่แล้ว คุณจะเจอนักท่องเที่ยวราว 40-50 คน ฝึกซ้อมร่วมกันอยู่ในแคมป์ของผม แต่ตอนนี้คุณดูสิเรามีลูกค้ากี่คน ? … “0”

ทุกวันนี้ ผมไม่มีลูกค้าที่เข้ามาฝึกมวยไทยกับผมแม้แต่คนเดียว ตอนนี้เรามีลูกค้าสองคนที่เข้ามาฝึกทุกวัน

พวกเขาคือชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย แต่พวกเขาไม่ได้มาทุกวัน ส่วนคนไทยแค่มาเล่นฟิตเนสในแคมป์ของผมเท่านั้น

ผมยอมรับว่า กลุ่มลูกค้าของผมคือชาวต่างชาติมาโดยตลอด

แต่ผมต้องเอาตัวรอดจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทุกวันนี้ เพราะฉะนั้น ลูกค้าชาวไทยคือกลุ่มเป้าหมายของผมในปัจจุบัน

 

About the Author

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

You may also like these

PowerFul By Rufeo