เปิดประวัติ โค้ชของ “มาโน่ โพลกิ้ง”

เปิดประวัติ โค้ชของ “มาโน่ โพลกิ้ง”

เปิดประวัติ โค้ชของ “มาโน่ โพลกิ้ง”

เปิดประวัติ โค้ชของ “มาโน่ โพลกิ้ง”

เปิดประวัติ โค้ชของ “มาโน่ โพลกิ้ง”

ไม่น่าจะมีอะไรพลิกโผ และคงได้รับการแต่งตั้งในไม่ช้านี้ สำหรับหัวหน้าผู้ฝึกสอนของ ทีมชาติไทย ชุดใหญ่ คนใหม่ ที่จะมีชื่อว่า “มาโน่ โพลกิ้ง” อดีตเฮดโค้ชผู้มีประสบการณ์มากมายในศึกไทยลีก

โดยมีรายงานว่า มาโน่ จะได้รับสัญญาระยะสั้น คุมทีมชาติไทย เบื้องต้น ในศึก เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2020 ในช่วงเดือนธันวาคมที่จะถึงนี้ เพื่อประเมินผลงานกันก่อนศึกใหญ่อย่าง ศึกเอเชียน คัพ 2023 รอบคัดเลือก ที่จะเริ่มต้นแข่งขันตามปฏิทินฟีฟ่าในปีหน้า

และบทความนี้ เราขอพาทุกท่านไปพบกับประวัติ และผลงานการคุมของ มาโน่ โพลกิ้ง ตลอด 12 ปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่เริ่มต้นการเป็นโค้ชฟุตบอล…

อดีตนักเตะอาชีพในเยอรมัน

ก่อนอื่น เราขอพาทุกท่านไปพบกับประวัติคร่าวๆ ในช่วงก่อนเป็นโค้ชของ มาโน่ โพลกิ้ง กันซะก่อน

สำหรับ “มาโน่” นั้น เป็นชาวบราซิลโดยกำเนิด โดยเขาเกิดที่ประเทศบราซิล ในเดือนมีนาคม เมื่อปี 1976 หรือเมื่อ 45 ปีที่แล้ว ภายใต้ชื่อเต็มว่า “อเล็กซานเดร โพลกิ้ง” ก่อนจะย้ายมาเติบโตที่ประเทศเยอรมนี และเริ่มเล่นฟุตบอลอาชีพในตำแหน่งปีก และกองกลางตัวรุกในลีกเมืองเบียร์

อาร์มิเนีย บีเลเฟลด์ และ ดาร์มสตัดท์ คือ สองสโมสรชื่อดังในลีกเยอรมัน ที่เขาเคยเล่นฟุตบอลอาชีพ ก่อนระเห็จออกมาเล่นให้กับ โอลิมเปียกอส นิโคเซีย และ อาโปเอล นิโคเซีย สองทีมดังในลีกไซปรัส ก่อนจะไม่สามารถยึดตำแหน่งตัวจริงได้ และตัดสินใจเลิกเล่นฟุตบอลอาชีพในปี 2007 หรือในวัยเพียงแค่ 31 ปีเท่านั้น

ก่อนมุ่งหน้าทางสายโค้ชอย่างเต็มตัว ในปี 2008 ด้วยการเป็นผู้ช่วยของ วินฟรีด เชเฟอร์ เฮดโค้ชจอมเก๋าชาวเยอรมัน ที่เคยพา ทีมชาติแคเมอรูน คว้าแชมป์แอฟริกัน คัพ ออฟ เนชั่นส์ เมื่อปี 2002 และ รองแชมป์ฟีฟ่า คอนเฟดเดอเรชั่นส์ คัพ ในปี 2003

 

จากผู้ช่วย “วินนี่”

หลังจากตกลงปลงใจเป็นผู้ช่วยของ วินฟรีด เชเฟอร์ กุนซือชาวเยอรมัน ก็ได้ทำให้ มาโน่ โพลกิ้ง ได้ติดสอยห้อยตาม “วินนี่” ไปอยู่ในประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ในสมัยที่ วินนี่ คุมทีม อัล ไอน์ ซึ่งคว้าแชมป์ได้ 3 ถ้วย ในช่วงปี 2008-2009

ตามด้วยการย้ายมาเป็นผู้ช่วยของ “วินนี่” ในประเทศอาเซอร์ไบจาน ขณะที่คุมทีม เอฟซี บากู และจากนั้น ในปี 2011 ชะตาชีวิตของ มาโน่ ก็ได้เริ่มต้นทำงานที่ประเทศไทย หลังจากที่ วินฟรีด เชเฟอร์ ได้รับการแต่งตั้งให้คุมทัพ “ ช้างศึก ” เมื่อเดือนมิถุนายน ปี 2011 เป็นต้นมา

 

โดนแฟนบอลวิจารณ์ยับหลังตกรอบ ยู-22

ในช่วงปี 2012 หรือเมื่อ 9 ปีที่แล้ว มาโน่ โพลกิ้ง ในฐานะผู้ช่วยโค้ชหนุ่มไฟแรง วัยเพียง 36 ปี ได้รับการแต่งตั้งให้คุมทีม “ช้างศึกชุดเล็ก” ในศึกฟุตบอล ยู-22 ชิงแชมป์เอเชีย 2013 รอบคัดเลือก ภายใต้นักเตะดาวรุ่งชั้นนำมากมาย และมีหลายคนที่เพิ่งก้าวขึ้นมาจาก ชุดอายุไม่เกิน 19 ปี

ไม่ว่าจะเป็น ชนาธิป สรงกระสินธ์ , ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ , ปกเกล้า อนันต์ , อดิศักดิ์ ไกรษร , ชนานันท์ ป้อมบุบผา , ชิติพัทธ์ แทนกลาง และ นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม ฯลฯ

 

แต่ทว่ารายการนั้น มาโน่ โพลกิ้ง กลับถูกวิจารณ์ยับเยิน เพราะเขาพาทีมชาติไทย ตกรอบคัดเลือก ในทัวร์นาเมนต์ดังกล่าวที่แข่งในประเทศลาว โดยมีผลงาน แพ้ เกาหลีเหนือ 2-4 , ชนะ กัมพูชา 4-0 , แพ้ สปป.ลาว 0-1 , เสมอ จีน 1-1 ก่อนจะปิดท้ายที่การถล่ม ฮ่องกง 4-0 แต่ก็ต้องตกรอบไปในท้ายที่สุด เพราะมีแต้มน้อยกว่า เกาหลีเหนือ และ ทีมชาติจีน รวมถึงมีแต้มเท่ากับ สปป.ลาว ด้วย

 

เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2012

จากนั้นในศึกเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2012 มาโน่ โพลกิ้ง ก็ยังได้ทำงานร่วมกับ วินฟรีด เชเฟอร์ นายใหญ่ของทัพ “ช้างศึก” ในช่วงเวลานั้น

 

โดยในศึกฟุตบอลอาเซียน คัพ ครั้งนั้น ทีมชาติไทย โชว์ผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในรอบแรก ด้วยการเก็บชัยชนะได้ทั้ง 3 เกมต่อ ฟิลิปปินส์ 2-1 , เมียนมา 4-0 และ เวียดนาม 3-1 ก่อนจะผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศไปชนะ มาเลเซีย 3-1 จากการรวมผลสองนัด

ซึ่งเป็นการปลุกกระแสฟุตบอลไทยกลับมาได้อย่างยอดเยี่ยม โดยในรอบชิงชนะเลิศ ทีมชาติไทย บุกไปแพ้ สิงคโปร์ มาก่อน 1-3 แบบมีข้อกังขาเล็กน้อยเพราะเสียจุดโทษตั้งแต่ 10 นาทีแรก ทำให้ตั๋วการแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศที่สนามศุภชลาศัย เต็มอย่างรวดเร็ว เพียงแค่ไม่กี่นาทีเท่านั้น หลังจากเปิดให้ซื้อบัตร

โดยในรอบชิงชนะเลิศ เกมที่สอง ทีมชาติไทย ทำได้เพียงเอาชนะ สิงคโปร์ 1-0 เท่านั้น ทำให้ได้เพียงแค่รองแชมป์ หลังจากรวมผลสองเกม พ่ายแพ้ไปด้วยสกอร์รวม 2-3

และหลังจากนั้นไม่นาน วินฟรีด เชเฟอร์ ก็ได้กลายเป็นอดีตกับทีมชาติไทย โดยมี “โค้ชซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เข้ามารับช่วงต่อแทน ทั้งในชุดอายุไม่เกิน 23 ปี และ ชุดใหญ่

แม้ “วินนี่” จะก้าวออกจากทีมชาติไทย และรับงานคุมทีม เมืองทอง ยูไนเต็ด ในเวลาต่อมา แต่ผู้ช่วยของเขาอย่าง “มาโน่ โพลกิ้ง” ที่มีอายุ 37 ปีในขณะนั้น ก็ไม่ได้ตามไปด้วย เนื่องจากคิดว่า ตนเองนั้น มีความเหมาะสม และมีประสบการณ์เพียงพอที่จะคุมทีมเต็มตัวแล้ว

ซึ่งทีมแรกที่เขาคุมทีมเต็มตัวในบทบาทหัวหน้าผู้ฝึกสอน ก็คือ สโมสรในตำนานของไทยลีกอย่าง อาร์มี่ ยูไนเต็ด นั่นเอง

 

7 ปีเต็มในไทยลีก

มาโน่ เริ่มต้นคุมทีม อาร์มี่ ยูไนเต็ด ในซีซั่น 2013 และทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม โดยจบอันดับที่ 6 ของตารางไทยลีก 2013 เหนือกว่าทีมดังอย่าง บีอีซี เทโรศาสน (โปลิศ เทโร เอฟซี ในปัจจุบัน) , โอสถสภา , เพื่อนตำรวจ และ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด

ทำให้ในช่วงต้นปี 2014 ทีมใหญ่อย่าง สุพรรณบุรี เอฟซี ได้ตัดสินใจดึงตัว มาโน่ โพลกิ้ง เข้ามาคุมทีม “ช้างศึกยุทธหัตถี” โดยหมายมั่นปั้นมือว่าจะพาทีมขึ้นไปเทียบชั้นทีมบิ๊กเนมหัวตาราง แต่ทว่าเพียงแค่ 5 เดือนเท่านั้น มาโน่ โพลกิ้ง ก็ถูกปลดออกจากตำแหน่ง หลังจากที่ สุพรรณบุรี เอฟซี อยู่ในอันดับ 9 หลังจากผ่านไป 12 เกมแรก

ทว่า มาโน่ ก็ตกงานเพียงแค่ 1 เดือนเท่านั้น เพราะหลังจากในเดือนมิถุนายน มาโน่ โพลกิ้ง ก็ได้รับการแต่งตั้งให้คุมทีม ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด แทนที่ของ “โค้ชวัง” ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล

 

และที่สโมสร “แข้งเทพ” ก็มีตำนานเล่าขานมากมายเกี่ยวกับ “มาโน่ โพลกิ้ง”

“มาโน่ ไทม์” และจอมอกหักแห่งศึกไทยลีก

กว่า 6 ปีครึ่งในรัง ทรู สเตเดี้ยม ของ มาโน่ โพลกิ้ง เขาคุมทีม “แข้งเทพ” ลงสนามไปทั้งหมด ทุกรายการ 221 นัด พาทีมเก็บชัยชนะได้ทั้งหมด 126 นัด เสมอ 43 นัด และแพ้อีก 52 นัด นับว่ามีผลงานไม่เลวเลยทีเดียว

 

แต่หากเทียบกับ เป้าหมายของทีม “บียู” และการลงทุนอย่างหนักของ คุณขจร เจียรวนนท์ ก็ต้องถือว่า เป็นผลงานที่อยู่ในขั้นน่าผิดหวัง เพราะสิ่งเดียวที่ มาโน่ ยังเสกให้กับ “บียู” ไม่ได้คือ “โทรฟี่แชมป์”

โดย แบงค็อก ในยุคของ มาโน่ โพลกิ้ง ก้าวไปสูงสุด คือ การเป็นรองแชมป์ทั้งหมด 3 ครั้ง ในรายการระดับเมเจอร์ของประเทศไทยแบบ 3 ปี ติดต่อกัน จนคนขนานนามว่าเป็น “จอมอกหักแห่งไทยลีกเลยทีเดียว” เริ่มจากการเป็นรองแชมป์ไทยลีก เมื่อปี 2016 (เมืองทอง เป็นแชมป์) ตามด้วยการเป็นรองแชมป์ เอฟเอคัพ เมื่อปี 2017 (สิงห์ เชียงรายฯ เป็นแชมป์) และกลับมาเป็นรองแชมป์ไทยลีก อีกสมัย ในปี 2018 (บุรีรัมย์ เป็นแชมป์)

แถมในถ้วย เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบคัดเลือก ที่เคยไปแข่งสองครั้ง ก็ต้องตกรอบคัดเลือกรอบที่สองคาบ้านของตัวเองทั้งสองครั้ง โดยแพ้การดวลลูกโทษกับ ยะโฮร์ ดารุล ต๊ะซิม ในปี 2017 และ แพ้ ฮานอย เอฟซี 0-1 ในปี 2019

 

ซึ่งตลอดเวลาในการคุมทีม “บียู” นั้น มาโน่ โพลกิ้ง ถูกยกย่องมากในเรื่องของการเล่นฟุตบอล เอนเตอร์เทน และกมรุกจัดจ้าน โดยมีบ่อยครั้งที่ทีมกลับมาเอาชนะ หรือตีเสมอได้แบบสะใจแฟนบอล จนถูกยกย่องว่าเป็น “มาโน่ ไทม์” เลยทีเดียว

 

โดยแบงค็อก ยูไนเต็ด ในช่วงที่เขาคุมทีมนั้น เคยยิงได้ถึง 97 ประตู จาก 34 เกม ในศึกไทยลีก 2017 โดย ดราแกน บอสโควิช ยิงได้ถึง 38 ประตูในฤดูกาลดังกล่าว

 

แต่ในทางกลับกัน “บียู” ในยุคของ มาโน่ โพลกิ้ง ก็เป็นทีมที่เสียประตูเยอะเช่นเดียวกัน จากสไตล์การทำทีมที่เน้นเกมรุกดุดัน แต่มีปัญหาเรื่องเกมรับไม่น้อย

 

ซึ่งด้วยเกมรับที่ยังมีปัญหา ก็ทำให้เขายังไปไม่สุดทางในไทยลีก และท้ายที่สุด ก็ต้องอำลาจากทีม ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ในท้ายที่สุด

ไทยลีก ออลสตาร์

หลังจากที่แยกทางกับ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ทางด้าน มาโน่ โพลกิ้ง เคยร่วมงานกับนักเตะไทย และสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย เป็นเวลาสั้นๆ อีกครั้ง เมื่อปลายปี 2020 ที่ผ่านมา ในบทบาทของ มาโน โพลกิ้ง หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีม “ไทยลีก ออลสตาร์” ที่ทำการแข่งขันฟุตบอลกระชับมิตร กับ ทีมชาติไทย ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน

ซึ่งผลสกอร์ของเกมวันนั้น ทีมไทยลีก ออลสตาร์ เสมอกับ ทีมชาติไทย 2-2 จากการทำประตูของ บาร์รอส ทาร์เดลลี่ และ เลอานโดร อัสซัมเซา โดยเกมดังกล่าว มาโน่ ก็ได้ส่งนักเตะไทยลงสนามหลายคน ในฐานะทีมไทยลีกออลสตาร์ ทั้ง กัมพล ปฐมอรรฆย์กุล , เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว , สหรัฐ สนธิสวัสดิ์ , รังสรรค์ วิรุฬห์ศรี , จักรกฤษ ลาภตระกูล และ เชาว์วัฒน์ วีระชาติ ฯลฯ

 

“โฮจิมินห์ ซิตี้” ที่ไม่สวยงามอย่างที่คิด

หลังจากนั้น โชคชะตา ก็นำพาให้ มาโน่ โพลกิ้ง ได้งานใหม่ในประเทศที่เขาไม่เคยคิดว่า จะได้ไปคุมทีมระดับสโมสร นั่นก็คือ สโมสร โฮจิมินห์ ซิตี้ ในศึกวีลีก เวียดนาม

 

แต่การออกสตาร์ท 12 เกมแรกของเขากับ โฮจิมินห์ ซิตี้ ในศึกวีลีก กลับไม่ได้สวยงามอย่างที่คิด เพราะเก็บชัยชนะเพียงแค่ 4 นัด เสมอ 2 นัด และแพ้ไปถึง 6 นัด ทำให้มีเพียงแค่ 14 แต้ม น้อยกว่าทีมจ่าฝูงอย่าง ฮอง อันห์ ยาลาย ที่คุมทัพโดย “โค้ชซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ถึง 15 แต้มด้วยกัน

ทำให้ มาโน่ เองก็ต้องตัดสินใจแยกทางกับ โฮจิมินห์ ซิตี้ ในเวลาต่อมา หลังจากที่สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศเวียดนาม ตัดสินใจเลื่อนการแข่งขันวีลีก เวียดนาม ออกไปถึง 6 เดือน เพราะสาเหตุของการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 สายพันธุ์เดลต้า รุนแรงอย่างหนัก ในประเทศเวียดนาม และจะกลับมาแข่งขันกันใหม่ในเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า

 

ก่อนที่สุดท้ายแล้ว “มาโน่ โพลกิ้ง” เฮดโค้ชชาวบราซิล วัย 45 ปี จะกลายเป็นเต็งหนึ่ง ที่จะเข้ามาคุมทัพ ทีมชาติไทย ชุดใหญ่ ในตอนนี้ และเชื่อว่า จะมีการประกาศรายชื่ออย่างเป็นทางการในอีก 1-2 วันข้างหน้า.

 

About the Author

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

You may also like these

PowerFul By Rufeo