เบรนท์ฟอร์ด

เบรนท์ฟอร์ด

เบรนท์ฟอร์ด

เบรนท์ฟอร์ด

เบรนท์ฟอร์ด

เบรนท์ฟอร์ด

“ผึ้งพิฆาต” เบรนท์ฟอร์ด สร้างประวัติศาสตร์เลื่อนชั้นขึ้นสู่พรีเมียร์ลีกได้เป็นครั้งแรก และถือเป็นการกลับขึ้นสู่ลีกสูงสุดอังกฤษได้เป็นครั้งแรกในรอบ 74 ปี นับตั้งแต่ตกชั้นลงจากดิวิชั่น 1 เดิมในฤดูกาล 1946-47 เมื่อสามารถเอาชนะ สวอนซี ซิตี้ ไป 2-0 ในศึกแชมเปี้ยนชิพ รอบเพลย์ออฟ นัดชิงชนะเลิศเมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา

ศึกแชมเปี้ยนชิพฤดูกาล 2020-21 ได้ทีมที่เลื่อนชั้นขึ้นสู่พรีเมียร์ลีกไปก่อนแล้ว 2 ทีม นั่นคือทีมที่เพิ่งตกชั้นลงมาเมื่อปีก่อนอย่าง นอริช ซิตี้ และ วัตฟอร์ด แต่ว่าโควตาสุดท้ายที่จะต้องแย่งตั๋วกันผ่านการเพลย์ออฟ ถือว่าแฟนบอลจำนวนไม่น้อยเอาใจช่วย เบรนท์ฟอร์ด เพราะเป็นสโมสรที่ไม่เคยปรากฏตัวในพรีเมียร์ลีกมาก่อนเลย

เบรนท์ฟอร์ด จบฤดูกาลปกติด้วยอันดับ 3 ทำให้พวกเขาได้พบกับทีมอันดับ 6 อย่าง บอร์นมัธ ในรอบรองชนะเลิศ ซึ่งถึงแม้ว่าทีมผึ้งพิฆาตจะออกไปแพ้ก่อน 1-0 ในเลกแรก แต่ก็กลับมาแก้ตัวด้วยการเปิดบ้านชนะคืน 3-1 ในเลกสอง จึงทะลุเข้ามาถึงรอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ

ขณะที่ สวอนซี ซิตี้ ซึ่งตกชั้นลงมาจากพรีเมียร์ลีกตั้งแต่ปี 2018 จบฤดูกาลปกติด้วยอันดับ 4 โดยรอบรองชนะเลิศ ทีมหงส์ขาวสามารถผ่าน บาร์นสลี่ย์ มาด้วยสกอร์รวม 2 นัด 2-1 หลังจากบุกชนะ 1-0 ในเลกแรก แล้วค่อยเสมอ 1-1 ในเกมเลกสองที่ ลิเบอร์ตี้ สเตเดี้ยม

สำหรับศึกแชมเปี้ยนชิพ รอบเพลย์ออฟเลื่อนชั้นนัดชิงชนะเลิศ ที่สนาม เวมบลีย์ สเตเดี้ยม เกมนี้มีแฟนบอลเข้าชมเกมถึง 12,000 คนเลยทีเดียว

เบรนท์ฟอร์ด อยู่ภายใต้การคุมทีมโดย โธมัส แฟร้งค์ กุนซือชาวเดนมาร์ก โดยมี อิวาน โทนี่ย์ กองหน้าเจ้าของตำแหน่งดาวซัลโวแชมเปี้ยนชิพฤดูกาลนี้ ที่ซัดไปถึง 31 ประตูในฤดูกาลปกติเป็นสตาร์ตัวชูโรง นอกนั้นยังมีนักเตะชาวเดนมาร์กฝีเท้าดีเป็นกำลังสำคัญหลายคน ไม่ว่าจะเป็นกองกลางอย่าง มัทเธียส เยนเซ่น, กองหลังอย่าง เฮนริค ดัลส์การ์ด และตัวรุกอย่าง เอมิเลียโน่ มาร์คอนเดส

ส่วน สวอนซี ซิตี้ ปัจจุบันคุมทีมโดย สตีฟ คูเปอร์ มีนักเตะที่ผ่านประสบการณ์ค้าแข้งในพรีเมียร์ลีกมาแล้วอย่าง ไคล์ นอห์ตัน และ อังเดร อายิว นำทัพ

ทีมผึ้งพิฆาตออกสตาร์ทเกมด้วยฟอร์มสุดร้อนแรงด้วยการออกนำ 2-0 ตั้งแต่ 20 นาทีแรก จากจุดโทษของ อิวาน โทนี่ย์ นาทีที่ 10 และประตูของ เอมิเลียโน่ มาร์คอนเดส ที่มาจากการต่อบอลอย่างมีประสิทธิภาพ และนั่นคือ 2 ประตูในครึ่งแรกของเกมนี้

เข้าสู่ครึ่งหลัง พอถึงนาที 65 สถานการณ์ของทีมหงส์ขาวแย่ลงไปอีก เมื่อ เจย์ ฟูลตัน ไปเสียบแบบขาคู่ใส่ มัทเธียส เยนเซ่น ต่อหน้าต่อตาผู้ตัดสิน จึงโดนใบแดงไล่ออกจากสนามทันที ทำให้ Brentford ยิ่งเล่นอย่างสบายใจขึ้นในช่วงเวลาที่เหลือ

หลังจากนั้นไม่มีฝ่ายไหนทำประตูเพิ่ม จบเกม Brentford จึงชนะ สวอนซี 2-0 คว้าตั๋วเลื่อนชั้นขึ้นสู่พรีเมียร์ลีกได้สำเร็จ

การเลื่อนชั้นครั้งนี้ ทำให้ Brentford หยุดสถิติเลวร้าย แพ้ในเกมเพลย์ออฟเลื่อนชั้นนัดชิงชนะเลิศ 4 ครั้งติดต่อกัน ทั้งในศึกดิวิชั่น 2/ ลีก วัน ในปี 1997, 2002 และ 2013 และพ่ายต่อ ฟูแล่ม ในเกมแชมเปี้ยนชิพรอบเพลย์ออฟเลื่อนชั้น นัดชิงชนะเลิศเมื่อปีที่แล้ว

และจากการเลื่อนชั้นขึ้นสู่พรีเมียร์ลีกได้เป็นครั้งแรกของทีมผึ้งพิฆาต ทำให้Brentford กลายเป็นสโมสรลำดับที่ 50 พอดีของพรีเมียร์ลีก หลังจากก่อนหน้านี้ สโมสรหน้าใหม่ทีมสุดท้ายคือ ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ ในปี 2017

เท่ากับว่า 3 ทีมที่เลื่อนชั้นจากแชมเปี้ยนชิพขึ้นสู่พรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2021-22 ประกอบด้วย นอริช ซิตี้ (แชมป์), วัตฟอร์ด (รองแชมป์) และ เบรนท์ฟอร์ด (แชมป์เพลย์ออฟ)

วันที่ 30 พ.ค. 64 ควันหลงศึกแชมเปียนชิพ เพลย์ออฟ รอบชิงชนะเลิศ ซึ่ง เบรนท์ฟอร์ด อันดับ 3 ฤดูกาลปกติ เอาชนะ สวอนซี ซิตี้ อันดับ 4 ไปได้ 2-0 คว้าสิทธิ์เลื่อนชั้นสู่พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2021-2022 เป็นทีมสุดท้ายต่อจาก นอริช ซิตี้ ทีมแชมป์ และ วัตฟอร์ด รองแชมป์ที่ได้เลื่อนชั้นอัตโนมัติไปก่อนหน้านี้

ชัยชนะดังกล่าวทำให้ “เดอะ บีส์” ลบความผิดหวังที่เคยแพ้ ฟูแลม ในเกมเพลย์ออฟ รอบชิงชนะเลิศ เมื่อปีที่แล้วได้สำเร็จ พร้อมกับได้ขึ้นสู่ลีกสูงสุดของอังกฤษเป็นครั้งแรกในรอบ 74 ปีของสโมสร และยังการันตีรายได้มหาศาลถึง 178 ล้านปอนด์ (7,832 ล้านบาท) อีกด้วย

หลังจบเกม โธมัส แฟรงค์ กุนซือBrentford ถูกผู้สื่อข่าวถามว่า วางแผนอย่างไรกับการขึ้นมาเล่นในพรีเมียร์ลีกครั้งแรก ซึ่งผู้จัดการทีมชาวเดนมาร์กวัย 47 ปี ก็ตอบว่า “แน่นอนว่านี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์ของสโมสร ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับเราด้วยในการเดินทางสู่ก้าวต่อไปในฤดูกาลหน้า แต่ตอนนี้ผมไม่อยากพูดอะไรมาก ผมอยากเมาให้เต็มที่ในงานฉลองของสโมสรก่อน แล้วค่อยนึกถึงเรื่องอื่นทีหลัง”

เผยเงินรางวัล เบรนท์ฟอร์ด ที่ได้รับหลังจากซิวแชมป์เพลย์ออฟ แชมเปี้ยนชิพ ขึ้นสู่ พรีเมียร์ลีก

Brentford ได้รับเงินรางวัลก้อนโตประมาณ 170 ล้านปอนด์ (ประมาณ 6,800 ล้านบาท) หลังจากที่ “เดอะ บีส์” ปราบ “หงส์ขาว” สวอนซี ซิตี้ ไป 2-0 จนได้เลื่อนชั้นสู่เวที พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสร และเป็นการกลับขึ้นไปเล่นลีกสูงสุดของประเทศในรอบ 74 ปี โดยครั้งสุดท้ายต้องย้อนกลับไปฤดูกาล 1946-1947 สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เลยทีเดียว

ทีมของ โธมัส แฟร้งค์ กุนซือชาวเดนมาร์กวัย 47 ปีโชว์ฟอร์มได้อย่างดุดันด้วยการปราบ สวอนซี ซิตี้ 2-0 ในเกม อีเอฟแอล แชมเปี้ยนชิพ เพลย์ออฟ รอบชิงชนะเลิศ ณ สนาม เวมบลีย์ สเตเดี้ยม กรุงลอนดอน เมื่อวันเสาร์ที่ 29 พฤษภาคม ที่ผ่านมา โดยได้ประตูจากดาวซัลโวของทีมอย่าง อิวาน โทนี่ย์ ในนาทีที่ 10 และ เอมิเลียโน่ มาร์คอนเดส ในนาทีที่ 20
โดยความสำเร็จในครั้งนี้ ถือเป็นประวัติศาสตร์ของ Brentford ยอดทีมจากฝั่งตะวันตกของกรุงลอนดอน เมื่อพวกเขาได้หวนคืนสู่ลีกสูงสุดเมืองผู้ดีเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่สมัยที่ลีกสูงสุดยังใช้ชื่อว่า ดิวิชั่น 1 อยู่ พร้อมทั้งได้เงินรางวัลจากการเป็นแชมป์เพลย์ออฟเข้ากระเป๋าเพื่อใช้สำหรับสู้ศึก พรีเมียร์ ลีก สูงถึงจำนวน 170 ล้านปอนด์ (ประมาณ 6,800 ล้านบาท) เลยทีเดียว

นอกจากนี้แมตช์ดังกล่าวมีแฟนบอลได้รับอนุญาตให้เข้าไปชมเกมเป็นสักขีพยานภายในสนามเวมบลีย์จำนวน 12,000 คน (แบ่งเป็นฝั่งละ 6,000 คน) ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีในการกลับมาของผู้ชมในสนามอย่างเต็มรูปแบบ หลังถูกการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โควิด-19 แพร่กระจายอย่างหนักในช่วงที่ผ่านมา

 

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

You may also like these

PowerFul By Rufeo