เท่ห์ เจริญศักดิ์ วงษ์กรณ์ ผมไม่เคยคิดว่าตัวเองเก่ง

เท่ห์ เจริญศักดิ์ วงษ์กรณ์ ผมไม่เคยคิดว่าตัวเองเก่ง

เท่ห์ เจริญศักดิ์ วงษ์กรณ์ ผมไม่เคยคิดว่าตัวเองเก่ง

เท่ห์ เจริญศักดิ์ วงษ์กรณ์ ผมไม่เคยคิดว่าตัวเองเก่ง

เท่ห์ เจริญศักดิ์ วงษ์กรณ์ ผมไม่เคยคิดว่าตัวเองเก่ง

กลายเป็นนักเตะไทยที่ได้รับการจับตามองมากที่สุดคนหนึ่งในช่วงออกสตาร์ตศึก รีโว่ ไทยลีก ฤดูกาล 2021/22 สำหรับ “เท่ห์” เจริญศักดิ์ วงษ์กรณ์ ปีกจรวดตัวเก่งของ สมุทรปราการ ซิตี้

หลังจากช่วงปิดซีซั่นที่ผ่านมาเกือบมีโอกาสได้ไปโลดแล่นในเวทีเจลีกตามรุ่นพี่ๆ

 

แข้งวัย 24 ปี ฉายฟอร์มการเล่นได้อย่างโดดเด่นจนเป็นกำลังหลักของทัพ “ เขี้ยวสมุทร ” ส่งให้ผงาดคว้ารางวัลนักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยม “เอฟเอ ไทยแลนด์ อวอร์ดส์ 2020”

ของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ รวมถึงผลงานระดับทีมชาติ รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ก็มีชื่อเข้าชิงดาวรุ่งเอเชียจากการจัดของเอเอฟซี

 

แต่กว่าจะมาถึงวันนี้ มิดฟิลด์ริมเส้นเจ้าของความสูงเพียง 167 เซนติเมตร เล่าย้อนถึงอดีตการเริ่มเล่นฟุตบอลตั้งแต่ยังจำความได้

 

“เท่าที่จำความได้ ผมเริ่มเล่นฟุตบอลตั้งแต่เด็กเลยครับ ตั้งแต่สมัยประถมศึกษา ทุกช่วงที่พักกลางวัน หรือหลังเลิกเรียน ผมไม่สามารถเอาตัวออกจากลูกฟุตบอลได้เลยครับ

บางทีช่วงเย็นเพื่อนผมกลับกันหมดแล้ว ผมก็จะเล่นคนเดียว ฝึกเลี้ยงลูกฟุตบอล ฝึกยิงประตู จนวันนึงคุณครูที่เขาเป็นโค้ช ก็ชวนมาเล่นตัวโรงเรียน ถ้าจำไม่ผิดน่าจะประมาณ ป.3 – ป.4

ก็ไปแข่งขันกับโรงเรียนอื่นๆ ในอำเภอ ชนะบ้าง แพ้บ้าง ปะปนกันไปครับ”

 

ด้วยใจที่รักฟุตบอลอย่างเต็มเปี่ยม หลังจบจากโรงเรียนบ้านไผ่สี “เจ้าเท่ห์” ได้ตัดสินใจไปเทสต์ฝีเท้าเข้าเรียนทุนในระดับมัธยมศึกษาที่โรงเรียนกีฬาเทศบาลนครปฐม และได้ลงเล่นทัวร์นาเมน

ต์ระดับนักเรียนรายการดังๆ เกือบครบ ก่อนฝีเท้าจะไปสะดุดตา “โค้ชเตี้ย” สะสม พบประเสริฐ กุนซือสโมสรแอร์ฟอร์ซ เซ็นทรัล ในขณะนั้น คว้าตัวดันขึ้นชุดใหญ่ทันทีในปี 2016 ซึ่งนับเป็นก้าว

แรกสู่การเป็นนักฟุตบอลอาชีพอย่างเต็มตัว จากนั้นได้ย้ายไปอยู่กับพัทยา ยูไนเต็ด ปี 2018 ก่อนจะมาระเบิดฟอร์มเปรี้ยงปร้างกับสมุทรปราการ ซิตี้ ในปัจจุบัน

 

จากนักเตะโนเนม กระโดดขึ้นมาเป็นระดับท็อปของวงการ จนถึงขั้นมีทีมจากเจลีกให้ความสนใจ ย่อมไม่ธรรมดา แต่ “ เจ้าเท่ห์ ” กลับไม่คิดเช่นนั้น

“ผมไม่เคยคิดว่าตัวเองเก่ง ใครชมผมก็ขอบคุณครับ ขอบคุณครับอย่างเดียว เพราะหากผมเหลิงกับคำชม ผมคงจะหยุดการพัฒนาเพราะคิดว่าวันนี้เก่งแล้ว ผมจะคิดเสมอว่ายังมีคนเก่งกว่าเราอีก

เยอะแยะมากมาย ผมไม่สามารถหยุดพัฒนาได้ ผมรู้จุดบกพร่องตัวเอง ผมก็จะปรับ เช่น การครอสบอล ผมเป็นปีก ผมต้องเปิดบอลตลอด ผมจะซ้อมวันละสิบหรือร้อยครั้งเพื่อให้แม่นยำ

ฝึกซ้อมการใช้เท้าให้ได้ทั้งสองข้าง เพื่อการเล่นที่มีมิติหลายๆ อย่าง”

 

นอกเหนือจากการพัฒนาฝีเท้าของตัวเองตลอดเวลาจนได้รับโอกาสติดทีมชาติตั้งแต่รุ่นอายุไม่เกิน 19, 21 ปี และ 23 ปี กระทั่งก้าวขึ้นมาติดชุดใหญ่แล้วนั้น ยังมีอีกหนึ่งสิ่งที่ “เจ้าเท่ห์”

คอยเตือนตัวเองไว้เสมอ

 

“อีกสิ่งที่สำคัญมากสำหรับผมคือ สิ่งเร้าต่างๆ แน่นอนว่าเวลาเราเริ่มมีชื่อเสียง ติดทีมชาติ ทุกอย่างมันจะเข้ามา แต่ผมเป็นคนที่จริงจังกับฟุตบอลมากตั้งแต่เด็ก ผมไม่เคยนอกเส้นทาง เราต้องรู้

หน้าที่ตัวเองว่าเราทำอะไรอยู่ เขาจ้างเราเดือนละเป็นหมื่นเป็นแสน เราก็ต้องมีวินัย เลิกซ้อม ผมกินข้าวแล้วก็กลับบ้านพักผ่อน เพื่อให้ร่างกายได้หยุดการใช้งาน

เพื่อให้พร้อมที่สุดก่อนวันแข่งขัน”

แน่นอนว่านักเตะทุกคนย่อมมีไอดอล เช่นเดียวกับ “เจ้าเท่ห์” ที่นอกจากชื่นชอบในฝีเท้าแล้ว ยังคอยศึกษาดูวิธีการเล่นแล้วนำมาปรับใช้ในรูปแบบของตัวเอง

 

“ไอดอลจริงๆ แล้วผมมีหลายคนนะ แต่ถ้าให้เลือกคนไทยผมขอเลือกเป็น ธานัท จันทะยา เรามีสไตล์การเล่นที่ใกล้เคียงกัน ผมดูพี่เขาตลอด เป็นอีกหนึ่งนักเตะระดับคุณภาพเลยแหละครับ”

 

“ส่วนนักเตะระดับโลก คนแรกคือ ซีเนอดีน ซีดาน ผมจำได้ว่าผมมีโอกาสได้ดูฟุตบอลโลก 2006 รอบชิงชนะเลิศ ที่ ฝรั่งเศส พบกับ อิตาลี เชื่อมั้ยครับตอนนั้นผมยังเด็กมาก

ผมถามพ่อตั้งแต่เตะกันได้ไม่นานว่า พี่คนหัวโล้นคนนี้ใคร ทำไมเพื่อนถึงส่งบอลให้เยอะจัง แล้วก็เทคนิคดีมาก ก่อนที่เขาจะออกจากสนามไป ผมก็สงสัยว่าทำไมต้องทำใส่มาเตรัซซีขนาดนั้น

พอผมโตขึ้นมา มาหาข่าวอ่านก็เลยแบบว่ามันคงร้ายแรงจริงๆ มันเป็นแบบนี้นี่เอง เสียดายครับที่ผมได้ดูเขาเล่นในวันสุดท้ายของเขา และเขาก็ไม่ได้แชมป์โลกด้วย

แต่ก็เป็นแรงบันดาลใจในการเล่นฟุตบอลของผม”

 

“อีกคน ผมยกให้เป็น เอด็อง อาซาร์ เพราะผมเป็นแฟนเชลซีอยู่แล้ว เขาเล่นตำแหน่งเดียวกับผม ผมดูเขาเยอะมาก พยายามทำให้ได้สักครึ่งนึงของเขา เสียดายมากๆ ที่เขาตัดสินใจย้ายออกไป

อยู่กับเรอัล มาดริด เพราะเขาก็ไม่เคยทำได้เหมือนอย่างที่อยู่เชลซีเลย แต่ผมก็เอาใจช่วยตลอดครับ”

ในฤดูกาล 2021/22 “เจ้าเท่ห์” ยังได้รับความไว้วางใจให้รับบทเป็นรองกัปตันทีมสมุทรปราการ ซิตี้ หลังจากที่พี่ชายสองคนทั้ง พีรดนย์ ฉ่ำรัศมี และ จักพัน ไพรสุวรรณ ที่สู้ด้วยกันมาตั้งแต่พัทยา

ยูไนเต็ด ตัดสินใจอำลาทีมไป ทำให้หลายคนมองว่า “เขี้ยวสมุทร” อาจต้องลุ้นหนีตกชั้น แต่ “รองเท่ห์” กลับมองว่าเป็นเรื่องปกติ เป็นวิถีของฟุตบอล ขอแฟนคลับอย่าวิตก

แค่ส่งกำลังใจให้พวกเขาตลอดไปก็เพียงพอแล้ว

 

“ถามว่าเสียดายมั้ย แน่นอนครับ ตั้งแต่พี่เคน (พิชา อุทรา) จนมาถึง พี่นิว (พีรดนย์) และ พี่นุุก (จักพัน) มันเสียดายหมดแหละครับ ที่เราต้องเสียตัวเก่งๆ ออกไป แต่ทุกอย่างต้องเดินหน้าต่อ

เรามีดาวรุ่งหลายคนที่พัฒนาขึ้นมา มีการเสริมต่างชาติดีๆ เข้ามา ผมยังมั่นใจว่าเราสู้ได้ทุกทีม ผมมองว่าดีนะ ที่สื่อหรือใครๆ มองว่าเราเป็นทีมหนีตกชั้น มันจะทำให้พวกผมยิ่งต้องฉายพลังออก

มาลบอะไรพวกนี้ แฟนๆ ไม่ต้องห่วงเลยครับ ขอแค่เชียร์เราเหมือนเดิมพวกเราก็ดีใจมากแล้ว เรารู้ว่าพวกคุณรักเรา เราก็รักพวกคุณมากเช่นกันครับ”

 

สุดท้าย “เจ้าเท่ห์” ไม่ลืมที่จะให้เครดิตกุนซือซามูไรอย่าง มาซาทาดะ อิชิอิ เป็นกุญแจสำคัญที่ดึงศักยภาพของเขาและเพื่อนร่วมทีมออกมา

 

“อิชิอิ คือคนที่ดึงจิตวิญญาณของผมออกมาแบบเต็มที่ เขาพยายามบอก พยายามสอนผมในทางที่ดีมาตลอด รวมถึงเพื่อนร่วมทีมทุกคนที่ได้เรียนจากโค้ชเก่งๆ แบบนี้

มันคือผลกำไรในการพัฒนาคุณแบบก้าวกระโดดแน่นอน”

 

ถึงตอนนี้ย่างก้าวของ “เท่ห์” เจริญศักดิ์ วงษ์กรณ์ จึงน่าจับตาอย่างยิ่งว่าจะไปได้ไกลแค่ไหนบนถนนลูกหนังสายนี้

About the Author

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

You may also like these

PowerFul By Rufeo