เขาทราย แกแล็คซี่

เขาทราย แกแล็คซี่ อดีตนักมวยแชมป์โลกคนที่ 9 ของไทย

เขาทราย แกแล็คซี่ อดีตนักมวยแชมป์โลกคนที่ 9 ของไทย

เขาทราย แกแล็คซี่ อดีตนักมวยแชมป์โลกคนที่ 9 ของไทย

เขาทราย แกแล็คซี่ อดีตนักมวยแชมป์โลกคนที่ 9 ของไทย

ชื่อจริง สุระ แสนคำ
ฉายา The Thai Tyson
น้ำหนัก แบนตัมเวท (118 ปอนด์)​
ซูเปอร์ฟลายเวท (115 ปอนด์)
ส่วนสูง 165 ซม. (5 ฟุต 5 นิ้ว)
เกิด 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2502 
จังหวัดเพชรบูรณ์
ชกทั้งหมด 50
ชนะ 49
ชนะน็อก 43
แพ้ 1 (แพ้คะแนน)
เสมอ 0

เขาทราย แกแล็คซี่ มีชื่อจริงว่า สุระ แสนคำ เป็นอดีตนักมวยแชมป์โลกชาวไทย เป็นแชมป์โลกคนที่ 9 ของไทย

และเป็นแชมป์โลกสมาคมมวยโลก (WBA) คนที่ 4 ของไทย ในรุ่นซูเปอร์ฟลายเวท (115 ปอนด์)

ทั้งนี้ ในช่วงที่เขาทรายครองตำแหน่งแชมป์โลกของ สมาคมมวยโลก (WBA) จะเรียกพิกัด 115 ปอนด์ว่า จูเนียร์แบนตัมเวท

เขาทรายครองตำแหน่งแชมป์โลกตั้งแต่วันที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2527 ถึงวันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2534

เขาทรายป้องกันตำแหน่งได้ถึง 19 ครั้งติดต่อกัน

มีสถิติป้องกันตำแหน่งโดยชนะน็อก 16 ครั้ง ชนะคะแนนเพียง 3 ครั้ง

และได้ประกาศแขวนนวมในฐานะแชมป์โลกผู้ไม่เคยแพ้ใคร ตลอดระยะเวลาที่ครองตำแหน่ง 2,628 วัน หรือ 7 ปี 2 เดือน 30 วัน

เป็นมวยถนัดซ้าย (Southpaw) ได้รับฉายาในไทยว่า ซ้ายทะลวงไส้

และสื่อต่างประเทศตั้งฉายาว่า The Thai Tyson  นอกจากนี้แล้ว

เขาทรายยังมีพี่ชายฝาแฝด ซึ่งเป็น อดีตแชมป์โลกเช่นเดียวกันคือ เขาค้อ แกแล็คซี่ อดีตแชมป์โลก WBA รุ่นแบนตั้มเวท

โดยมีระยะเวลาที่เป็นแชมป์โลกคู่กัน ซึ่งทำให้นับเป็นแชมป์โลกคู่แฝดรายแรกของโลกอีกด้วย

ในการที่เขาทรายสามารถป้องกันตำแหน่งได้ถึง 19 ครั้งติดต่อกัน

นับเป็นสถิติโลกสูงสุดในรุ่นซูเปอร์ฟลายเวทหรือจูเนียร์แบนตั้มเวท (115 ปอนด์) จนถึงปัจจุบัน

และเป็นสถิติสูงสุดอันดับ 7 ตลอดกาลในการป้องกันแชมป์โลกติดต่อกันของสถาบันเดียวกัน

 

โดยมีแชมป์โลกสถาบันหลัก (WBA, WBC, IBF, WBO) ที่ป้องกันได้มากกว่าหรือเทียบเท่าเขาทราย ดังนี้

1.โจ หลุยส์ (สหรัฐฯ) อดีตแชมป์โลก NBA: National Boxing Association รุ่นเฮพวี่เวท ป้องกัน NBA รุ่นเฮพวี่เวท ได้ 24 ครั้งติดต่อกัน
2. ดาริอุสซ์ มิชาลเชวสกี (โปแลนด์) อดีตแชมป์โลก WBO รุ่นไลท์เฮฟวี่เวท ป้องกัน WBO รุ่นไลท์เฮฟวี่เวท ได้ 23 ครั้งติดต่อกัน เป็นสถิติการป้องกันตำแหน่งสูงสุดขององค์กรมวยโลก
3. ริการ์โด โลเปซ (เม็กซิโก) อดีตแชมป์โลก WBC, WBO, WBA รุ่นสตรอว์เวท ป้องกัน WBC รุ่นสตรอว์เวทได้ 21 ครั้งติดต่อกัน เป็นสถิติการป้องกันตำแหน่งสูงสุดของสภามวยโลก (ไม่นับครั้งที่ 22 เนื่องจากคู่ชกน้ำหนักเกิน จึงมีการตกลงชกที่น้ำหนัก 115 ปอนด์ สักขีพยาน WBC จึงไม่รับรองผลการชก แต่ WBA ถือว่าเป็นการชิงแชมป์โลกที่ว่างแทน)
4. โจ คัลซากี (เวลส์) อดีตแชมป์โลก WBO รุ่นซูเปอร์มิดเดิลเวท ป้องกัน WBO รุ่นซูเปอร์มิดเดิลเวท ได้ 21 ครั้งติดต่อกัน
5. สเวน ออตเก (เยอรมัน) อดีตแชมป์โลก IBF รุ่นซูเปอร์มิดเดิลเวท ป้องกัน IBF รุ่นซูเปอร์มิดเดิลเวท ได้ 21 ครั้งติดต่อกัน เป็นสถิติการป้องกันตำแหน่งสูงสุดของสหพันธ์​มวยนานาชาติ
6. เบอร์นาร์ด ฮอปกินส์ (สหรัฐฯ) อดีตแชมป์โลก IBF รุ่นมิดเดิลเวท ป้องกัน IBF รุ่นมิดเดิลเวท ได้ 20 ครั้งติดต่อกัน (รวมไฟต์ที่ไม่มีการตัดสิน 1 ไฟต์)
7. เอวเซบิโอ เปโดรซา (ปานามา) อดีตแชมป์โลก WBA รุ่นเฟเธอร์เวท ป้องกัน WBA รุ่นเฟเธอร์เวท ได้ 19 ครั้งติดต่อกัน เป็นคนแรกของสมาคมมวยโลก
8. เกนนาดี โกลอฟกิน (คาซัคสถาน) อดีตแชมป์โลก WBA รุ่นมิดเดิลเวท ป้องกัน WBA รุ่นมิดเดิลเวท ได้ 19 ครั้งติดต่อกัน (WBA 10 ครั้ง WBA ซูเปอร์​แชมป์​ 9 ครั้ง , ป้องกันติดต่อกัน 20 ครั้ง แต่อีก 1 ครั้งไม่ใช่การป้องกันตำแหน่งแชมป์สมาคมมวยโลก WBA)

 

ในปี พ.ศ. 2542 เขาทรายได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติเข้าสู่หอเกียรติยศ International Boxing Hall of Fame ประเภท Modern

จากการพิจารณาของ Boxing Writers Association of America (ฺBWAA) และนักประวัติศาสตร์มวยโลก

โดยได้รับการบรรจุชื่อในหอเกียรติยศนักมวยโลก ณ เมืองคานาสโตตา รัฐนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา

และในปี พ.ศ. 2554 ได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติเข้าสู่หอเกียรติคุณ Hall of Fame ของ สมาคมมวยโลก (WBA) ในงานประกาศเกียรติยศ “ดับเบิลยูบีเอ อวอร์ดส์”

และให้เป็นนักมวยที่สมาคมมวยโลกยกย่องให้เป็นแชมป์โลกตลอดกาลในรุ่นซูเปอร์ฟลายเวท ที่ กรุงปานามา ซิตี ประเทศปานามา

นอกจากนี้ สื่อมวลชนและคอลัมนิสต์ของวงการมวยสากลอาชีพของโลกได้ให้การยอมรับและยกย่อง “เขาทราย แกแล็คซี่” ว่าเป็นหนึ่งในตำนานนักมวยที่ยิ่งใหญ่ของโลก

เขาทรายมีสถิติการชก 50 ครั้ง ชนะ 49 ครั้ง โดยชนะน็อกถึง 43 ครั้ง คิดเป็นสถิติชนะด้วยการน็อกเอาท์ถึง ร้อยละ 87.75

และเคยแพ้คะแนนเพียงครั้งเดียว

การชนะน็อกถึง 43 ครั้ง ยังนับเป็นสถิติโลกสูงสุด ในรุ่นซูเปอร์ฟลายเวทหรือจูเนียร์แบนตัมเวท จนถึงปัจจุบันอีกด้วย

 

วัยเด็ก

เขาทรายเป็นบุตรของนายขัน แสนคำ และนางคำ แสนคำ

เกิดวันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2502 ที่บ้านเฉลียงลับ ตำบลนาป่า อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ จังหวัดเพชรบูรณ์

จบการศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จากโรงเรียนเฉลียงลับวิทยา

ชั้นมัธยมศึกษา จากโรงเรียนประสิทธิวิทยา

และระดับอาชีวศึกษา ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) จากวิทยาลัยเทคนิคเพชรบูรณ์

 

การชกมวยไทย

เขาทรายเริ่มหัดชกมวยไทยครั้งแรกกับ ครูปราการ วรศิริ ขณะมีอายุได้ 14 ปี ด้วยน้ำหนักตัว 40 ปอนด์ ขึ้นชกมวยไทยอาชีพครั้งแรกเมื่อ ปี พ.ศ. 2515 ใช้ชื่อว่า “ดาวเด่น เมืองศรีเทพ” โดยมี ครูมานะ พรหมประสิทธิ์ เป็นเทรนเนอร์ ตระเวนชกในจังหวัดเพชรบูรณ์และจังหวัดใกล้เคียง โดยมีปัญหาในการชกมวยไทยเนื่องจากเสียเปรียบความสูง ทำให้ต้องลดน้ำหนักมากเพื่อชกกับมวยรุ่นเล็กกว่า เป็นสาเหตุให้หลายครั้งหมดแรงไม่สามารถชกมวยไทยได้ดีเท่าที่ควร

ในการชกมวยไทยอาชีพครั้งสุดท้ายกับ กังสดาล ส.ประทีป ต้องคุมน้ำหนักเพื่อชกในพิกัดรุ่น 108 ปอนด์ ทั้งที่ขนาดร่างกายต้องอยู่รุ่น 118 ปอนด์ แต่เพราะตัวเตี้ยเสียเปรียบจึงต้องชกในรุ่นต่ำกว่าเพื่อให้ได้คู่ชกที่ความสูงใกล้เคียงกัน การลดน้ำหนักครั้งนั้นทำให้หมดแรงและแพ้คะแนนขาดลอย นับเป็นการชกที่เจ็บตัวที่สุดในชีวิต แม้จะมีปัญหาเรื่องความสูงและต้องลดน้ำหนักอยู่เสมอ แต่ก็ยังมีสถิติการชกมวยไทยดีพอสมควรเนื่องจากพลังหมัดที่หนักหน่วง จากการชกมวยไทยรวม 54 ครั้ง สามารถชนะ 43 ครั้ง (น็อค 30 ครั้ง) แพ้ 8 ครั้ง และเสมอ 3 ครั้ง

หลังการชกกับ กังสดาล ส.ประทีป นิวัฒน์ เหล่าสุวรรณวัฒน์ (แชแม้) โปรโมเตอร์ชื่อดังที่ชักชวนให้มาชกที่กรุงเทพฯ ในชื่อ “เขาทราย วังชมภู” (ต่อมาเปลี่ยนชื่อหลังตามชื่อค่ายว่า “แกแล็คซี่” ซึ่งเป็นชื่อกิจการภัตตาคารของนักธุรกิจชื่อดังคือ นายอมร อภิธนาคุณ ซึ่งเป็นเพื่อนของนิวัฒน์) ได้สนับสนุนให้เขาทรายเปลี่ยนมาชกมวยสากลอาชีพ นับเป็นการเริ่มต้นตำนานแชมป์โลกของ เขาทราย แกแล็กซี่

 

การชกมวยสากล

ชีวิตการชก มวยไทย ของเขาทราย ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร จนได้รับการปรามาส จากแฟนมวยว่า “เขาควาย”

จึงเบนเข็มมาชกมวยสากล โดยฝึกมวยสากลจาก “ครูเฒ่า-ชนะ ทรัพย์แก้ว” และ “เกา คิม หลิน-ทวิช จาติกวณิช”

และเมื่อเป็นแชมป์โลกเปลี่ยนมาเป็น “โกฮง-พงษ์ ถาวรวิวัฒน์บุตร”

เมื่อเปลี่ยนมาชก มวยสากล เขาทรายสามารถชนะน็อก ด้วยหมัดซ้ายติดต่อกัน 5 ครั้ง ชนะคะแนนอีก 1 ครั้ง

เขาทรายมีโอกาสได้ขึ้นชิงแชมป์เวทีราชดำเนินรุ่นแบนตัมเวท กับ ศักดา ศักดิ์สุรีย์ (ศักดิ์ แกแล็คซี่) แชมป์ในขณะนั้น

เมื่อ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2524 ก่อนการชก ทุกฝ่ายมั่นใจว่าเขาทรายน่าจะเป็นฝ่ายชนะน็อกได้ไม่ยาก เพราะศักดาน้ำหนักเกินรุ่นแบนตั้มเวทไปมาก

ถึงวันชั่งน้ำหนักยังต้องอบตัวและออกวิ่งกว่าจะทำน้ำหนักตามพิกัดได้

เมื่อขึ้นเวทีชกกันจริง ๆ ปรากฏว่าเขาทรายเข้าไม่ติด ไม่สามารถใช้หมัดซ้ายชกศักดาได้จัง ๆ

เพราะเสียเปรียบช่วงชกมาก ศักดาใช้ช่วงชกที่ได้เปรียบชกทำคะแนนนำไปก่อนแม้จะอ่อนแรงในยกท้าย ๆ

และถูกเขาทรายต่อยจนแตกทั้งสองคิ้ว เมื่อเขาทรายชกศักดาลงไปให้กรรมการนับสิบไม่ได้ ครบสิบยก ศักดาจึงเป็นฝ่ายชนะคะแนนไป 

หลังจากชกแพ้ในครั้งนั้น นิวัฒน์ผู้จัดการจัดให้เขาทรายชกกับสึงูยูกิ โทมะ นักมวยสากลชาวญี่ปุ่นเป็นการแก้หน้าในครั้งต่อมา

ซึ่งเขาทรายเป็นฝ่ายชนะน็อกได้ในยกที่ 4

และในการชกครั้งต่อมาเขาทรายชนะน็อก ศักดิ์สมัย ช.ศิริรัตน์ ได้ครองแชมป์ แบนตั้มเวท เวทีมวยราชดำเนิน ที่ว่างอยู่เนื่องจากศักดาสละแชมป์ไป

และนับจากชกชนะสึงูยูกิ เขาทรายไม่เคยแพ้ใครอีกเลยจนได้ชิงแชมป์โลก

หลังได้ครองแชมป์แบนตั้มเวท ราชดำเนิน เขาทรายลดรุ่นลงมาชกในรุ่นซูเปอร์ฟลายเวท

สามารถชกชนะติดต่อกัน 17 ครั้ง โดยเป็นการชนะน็อกถึง 15 ครั้ง

รวมทั้งชนะน็อก วิลลี เจนเซน รองแชมป์โลก WBA ซูเปอร์ฟลายเวท

ต่อมาได้ขึ้นชิงแชมเปี้ยนโลกของสมาคมมวยโลก (WBA) ซูเปอร์ฟลายเวท

เนื่องจากสมาคมมวยโลก (WBA) มีคำสั่งปลดจิโร วาตานาเบะเจ้าของตำแหน่งแชมป์โลก

ซึ่งไม่ยอมป้องกันไฟท์บังคับกับเขาทรายที่เป็นรองแชมป์โลก WBA อันดับ 1

แต่กลับไปล้มแชมป์โลกต่างสถาบันกับพเยาว์ พูลธรัตน์แชมป์โลกของสภามวยโลก (WBC)

โดยเขาทรายได้ชิงแชมป์โลกที่ว่างกับเอวเซบิโอ เอสปินัล นักชกชาวโดมินิกัน ซึ่งเป็นรองแชมป์โลก WBA อันดับ 2 ในรุ่นซูเปอร์​ฟลายเวท​ ที่เวทีมวยราชดำเนิน

และชนะน็อก 6 ได้ครองตำแหน่งแชมเปี้ยนโลก เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2527

และยังทำสถิติป้องกันแชมป์ได้ติดต่อกันถึง 19 ครั้ง มากที่สุดของทวีปเอเชีย

โดยทำลายสถิติเดิมของ ชัง ช็อน-กู นักมวยสากลชาวเกาหลีใต้ ที่ป้องกันได้ 15 ครั้ง และเป็นสถิติโลกในรุ่นซูเปอร์ฟลายเวท (115 ปอนด์) ด้วย

เทียบเท่ากับ เอวเซบิโอ เปรโดซา อดีตแชมป์โลก WBA รุ่นเฟเธอร์เวท ที่ทำสถิติป้องกันแชมป์เอาไว้ถึง 19 ครั้งเท่ากัน

จากการบันทึกข้อมูลสถิติการชกของเขาทรายโดย Boxing Writers Association of America (BWAA)

และนักประวัติศาสตร์มวยโลกได้บันทึกข้อมูลว่า เขาทรายทำสถิติการชกไว้ทั้งหมด 50 ครั้ง ชนะ 49 ครั้ง โดยชนะน็อกถึง 43 ครั้ง แพ้คะแนนเพียง 1 ครั้ง

และในการป้องกันแชมป์ 19 ครั้ง เป็นการชนะน็อกถึง 16 ครั้ง มีเพียง 3 ครั้งที่ชนะคะแนน (แต่ใน www.boxrec.com บันทึกสถิติเขาทรายว่าชกทั้งหมด 48 ครั้ง ชนะ 47 ครั้ง ชนะน็อค 41 ครั้ง แพ้คะแนน 1 ครั้ง ซึ่งไม่ใช่สถิติที่ถูกต้องของเขาทราย)

เขาทราย แกแล็คซี่ นับว่าเป็นนักมวยที่ได้รับความนิยมสูงสุดตลอดกาล ในสมัยที่ยังชกมวยอยู่

ได้รับฉายาจากแฟนมวยว่า “ซ้ายทะลวงไส้” จากหมัดซ้ายที่หนักหน่วง และการชกตัดลำตัวที่ยอดเยี่ยม

เป็นนักมวยที่ไปชกป้องกันตำแหน่งนอกประเทศหลายครั้ง

รวมทั้งเคยป้องกันกับนักมวยชาวไทยด้วยกัน คือ ก้องธรณี พยัคฆ์อรุณ

และแทบทุกครั้งของการชก เขาทรายจะได้รับชัยชนะอย่างงดงาม

ความนิยมในตัวเขาทรายมีถึงขนาดที่ว่า เมื่อใดที่เขาทรายชก ถนนในกรุงเทพฯจะว่าง เพราะทุกคนรีบกลับบ้านไปดูเขาทราย

อีกทั้งยังเป็นนักมวยรายแรกด้วย ที่เป็นจุดเริ่มต้นของประเพณีการมอบทองและของรางวัลก่อนการชกบนเวที

ซึ่งเริ่มมาจากการป้องกันตำแหน่งครั้งที่ 9 ที่จังหวัดสมุทรปราการ โดยครั้งนั้นมีวัฒนา อัศวเหม เป็นประธานจัด ซึ่งก็เป็นจุดเริ่มของการจัดชกมวยของนักการเมืองด้วย

 

เกียรติยศ เขาทราย แกแล็คซี่ อดีตนักมวยแชมป์โลกคนที่ 9 ของไทย

เขาทราย แกแล็คซี่ เป็นนักมวยที่ได้รับการกล่าวขานมาก จนอาจเรียกว่าเป็นนักกีฬาชาวไทยที่ได้รับเกียรติยศมากที่สุดก็ว่าได้ เขาทราย แกแล็คซี่ เป็นทั้งสุดยอดตำนานมวยสากลอาชีพของประเทศไทยและระดับโลก การได้รับรางวัลและการได้รับการยกย่องต่างๆ มีดังนี้

1. เขาทรายได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติเข้าสู่หอเกียรติยศ International Boxing Hall of Fame ประเภท Modern ในปี พ.ศ. 2542  จากการพิจารณาของ Boxing Writers Association of America (BWAA) และนักประวัติศาสตร์มวยโลก โดยได้รับการบรรจุชื่อในหอเกียรติยศนักมวยโลก ณ เมืองคานาสโตตา รัฐนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา ทั้งนี้ นักมวยคนใดได้รับการจารึกชื่อถือว่าเป็นหนึ่งในนักชกที่ยิ่งใหญ่ของวงการมวยโลก

2. อดีตแชมป์โลกของสมาคมมวยโลก (WBA) ในรุ่นซูเปอร์ฟลายเวท ที่สร้างสถิติโลกในการป้องกันตำแหน่งแชมป์โลกได้ 19 ครั้ง สูงสุดเป็นสถิติโลกของรุ่น 115 ปอนด์ ในทุกสถาบันมวยโลก

3. นิตยสาร เดอะ ริง จัดอันดับให้เขาทรายเก่งที่สุด (อันดับที่ 1 ของรุ่น) ในรุ่น 115 ปอนด์เป็นคนแรกของโลก ในปี พ.ศ. 2532 โดยครองอันดับที่ 1 ของรุ่น 115 ปอนด์ 2 ปีซ้อน ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2532-2533
*****หมายเหตุ: นิตยสาร เดอะ ริง เริ่มจัดนักมวยเก่งที่สุดในแต่ละรุ่น เมื่อปี พ.ศ. 2467 โดยมีการนำรุ่น 115 ปอนด์ มาร่วมจัดอันดับนักมวยเก่งที่สุดในแต่ละรุ่นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2532

4. นิตยสาร เดอะ ริง จัดให้เป็นนักชกที่เก่งอันดับที่ 10 เมื่อเทียบปอนด์ต่อปอนด์ ในปี พ.ศ. 2533 และจัดให้เป็นนักมวยที่เก่งอันดับที่ 8 เมื่อเทียบปอนด์ต่อปอนด์ ในปี พ.ศ. 2534
*****หมายเหตุ: นิตยสาร เดอะ ริง เริ่มจัดอันดับปอนด์ต่อปอนด์เมื่อปี พ.ศ. 2532 โดยมีการนำรุ่น 115 ปอนด์ มาร่วมจัดอันดับปอนด์ต่อปอนด์ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2532

5. นิตยสาร เดอะ ริง จัดให้เป็นนักมวยที่เก่งที่สุด “ตลอดกาล” ในรุ่น 115 ปอนด์ ในปี พ.ศ. 2543

6. นิตยสาร เดอะ ริง จัดให้เป็นนักมวยที่ยิ่งใหญ่ “ตลอดกาล” อันดับที่ 43 ในรอบ 80 ปี ที่ผ่านมา ในประเภท fighter (นักชก) ในปี พ.ศ. 2545

7. นิตยสาร เดอะริง จัดให้เป็นนักมวยที่ยิ่งใหญ่ “ตลอดกาล” อันดับที่ 19 ประเภท punchers (หมัดหนัก) ในปี พ.ศ. 2546

8. นิตยสาร เดอะริง จัดให้เป็นนักมวยที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศไทย “ตลอดกาล” จากการจัดอันดับนักมวยที่ดีที่สุดของแต่ละประเทศ จำนวน 20 ประเทศ ในปี พ.ศ. 2562 โดยคนที่เก่งอันดับรองจากเขาทราย ได้แก่ โผน กิ่งเพชร, ชาติชาย เชี่ยวน้อย, สด จิตรลดา, ศรีสะเกษ ศ.รุ่งวิสัย และ พงษ์ศักดิ์เล็ก ศิษย์คนองศักดิ์ 

9. สมาคมมวยโลก (WBA) ยกย่องให้เป็นนักมวยยอดเยี่ยมของ WBA (2 ปีซ้อน) ในปี พ.ศ. 2532-2533

10. สมาคมมวยโลก (WBA) ยกย่องให้เป็นนักมวยที่เก่งที่สุดของรุ่น 115 ปอนด์ ในรอบทศวรรษ ในปี พ.ศ. 2543

11. สมาคมมวยโลก (WBA) ยกย่องให้เป็นนักมวยที่ดีที่สุด “ตลอดกาล” ของรุ่นซูเปอร์ฟลายเวท เข้าหอเกียรติคุณ Hall of Fame ของ WBA ในปี พ.ศ. 2554 (รับรางวัล 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 ในงานประกาศเกียรติยศ “ดับเบิลยูบีเอ อวอร์ดส์” ที่กรุงปานามา ซิตี ประเทศปานามา)

12 คอลัมนิสต์ Graham Houston (www.espn.com) จัดให้เป็นนักมวยที่ดี่ที่สุด “ตลอดกาล” ของรุ่นซูเปอร์ฟลายเวท อันดับที่ 2 ในปี พ.ศ. 2551

13. คอลัมนิสต์ Dave Carlson (www.bleacherreport.com) จัดให้เป็นนักมวยที่ยิ่งใหญ่ “ตลอดกาล” อันดับที่ 81 ในปี พ.ศ. 2554

14. คอลัมนิสต์ Kevin Mcrae (www.bleacherreport.com) จัดให้เป็นนักมวย “ตลอดกาล” ที่ชกได้ตื่นเต้นที่สุด อันดับที่ 1 ในรุ่น 115 ปอนด์ ในปี พ.ศ. 2556

15. คอลัมนิสต์ Ted Sares, Jarrett Hurd และ Julian Williams (www.boxing.com) จัดให้เป็นนักมวยสุดยอดปอนด์ต่อปอนด์ ที่ชกตั้งแต่ ปี ค.ศ.1945 (พ.ศ. 2488) อันดับที่ 15 ในปี พ.ศ. 2556

16. คอลัมนิสต์ Andrew Kang (www.roundbyroundboxing.com) จัดให้เป็น 1 ใน 10 สุดยอดนักมวยของทวีปเอเชีย “ตลอดกาล” อันดับที่ 2 (รองจากแมนนี ปาเกียว) ในปี พ.ศ. 2559

17. คอลัมนิสต์ Andrew Kang (www.roundbyroundboxing.com) จัดให้เป็น 1 ใน 50 นักมวยที่ยิ่งใหญ่ “ตลอดกาล” อันดับที่ 25 ในรอบ 50 ปีที่ผ่านมา ในปี พ.ศ. 2561

18. คอลัมนิสต์ Robert Portis (www.thefightcity.com) จัดให้เป็น 1 ใน 12 นักมวยถนัดซ้าย (Southpaw) ที่ยิ่งใหญ่ “ตลอดกาล” อันดับที่ 11 ในปี พ.ศ. 2561

19. คอลัมนิสต์ Kyle McLachlan (www.boxingmonthly.com) จัดให้เป็นนักมวย TOP 10 รุ่นซูเปอร์ฟลายเวท “ตลอดกาล” อันดับที่ 5 ในปี พ.ศ. 2561 

20. คอลัมนิสต์ Michael Luciano (www.12up.com) จัดให้เป็นนักมวยที่ยิ่งใหญ่ “ตลอดกาล” ของรุ่น 115 ปอนด์ ในปี พ.ศ. 2562 (ร่วมกับนักมวยอีก 2 คน คือ ศรีสะเกษ ศ.รุ่งวิสัย และ จอห์นนี่ ทาเปีย)

21. คอลัมนิสต์ Neil Francis Milbert (www.britannica.com) จัดให้เป็นนักมวยที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศไทย ใน ปี พ.ศ. 2564 

22. เว็บไซต์ www.fightsportasia.wordpress.com จัดให้เป็น 1 ใน 3 นักมวยที่ยิ่งใหญ่ของเอเชีย “ตลอดกาล” (แมนนี่ ปาเกียว นักมวยชาวฟิลิปปินส์ ยิ่งใหญ่ที่สุดอันดับที่ 1 รองลงไป คือ เขาทราย แกแล็คซี่ นักมวยชาวไทย และ ปานโช วิลลา นักมวยชาวฟิลิปปินส์ ครองอันดับที่ 2 ร่วมกัน) ในปี พ.ศ. 2555

23 . เว็บไซต์ www.biggerbetterbeards.org จัดให้เป็นสุดยอด 1 ใน 5 นักมวยของทวีปเอเชียที่คุณควรรู้จัก ร่วมกับ แมนนี ปาเกียว, ยู มย็อง-อู, เกนนาดี โกลอฟกิ้น และ ฟรานซิสโก กูลเลโด (ที่รู้จักกันในนามว่า ปานโช วิลลา) ในปี พ.ศ. 2562 

24. เว็บไซต์ www.ranker.com จัดให้เป็น 1 ใน 8 นักมวยสากลอาชีพจากประเทศไทยที่มีชื่อเสียง ในปี พ.ศ. 2562

25. เว็บไซต์ www.boxrec.com จัดให้เป็นนักมวยรุ่น ซูเปอร์ฟลายเวท ที่ยังชกอยู่ในปัจจุบันหรือแขวนนวมไปแล้ว ในอันดับที่ 1 ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548 จนถึงปัจจุบัน

26. เขาทรายชนะมวยระดับแชมป์โลกสถาบันหลักมา 8 คน (ป้องกันแชมป์โลกชนะน็อก 7 คน อุ่นเครื่องชนะคะแนน 1 คน)

27. รางวัลนักกีฬาขวัญใจมหาชน จากการโหวตของแฟนกีฬาชาวไทยของบริษัทสยามสปอร์ต จำกัด ในการประกาศผลรางวัลสยามกีฬา อวอร์ดส์ ครั้งที่ 1 จัดในวันที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2550

28. เขาทรายเข้าหอเกียรติยศในพิพิธภัณฑ์กีฬาแห่งชาติของ การกีฬาแห่งประเทศไทย

29. เขาทรายได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก (ต.ช.)

About the Author

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

You may also like these

PowerFul By Rufeo