เกปา อาร์ริซาบาลากา

เกปา อาร์ริซาบาลากา

เกปา อาร์ริซาบาลากา

เกปา อาร์ริซาบาลากา

เกปา อาร์ริซาบาลากา

เกปา อาร์ริซาบาลาก้า ชื่อเต็ม เรบูเอลตา เกิดเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 1994 เขาเกิดในเมืองออนดาร์โรอา จังหวัดบิสกาย แคว้นบาสก์ ทางตอนเหนือของประเทศสเปน เขาเริ่มเล่นฟุตบอลตั้งแต่อายุ 10 ขวบ ในอคาเดมี่ของสโมสรแอธเลติก บิลเบา ในตำแหน่งผู้รักษาประตู

จากวันที่เริ่มเข้าสู่ทีมอคาเดมี่ของสโมสร แอธเลติก บิลเบา เขาใช้เวลาฝึกซ้อมอยู่กับสโมสร 8 ปี และได้รับสัญญาเป็นนักเตะอาชีพฉบับแรกจากทีมในระดับดิวิชั่น 3 ของลีกสเปนอย่าง คลูบ เดปอร์ติโบ บิสโคเนีย และยังเป็นทีมสำรองที่พัฒนานักฟุตบอลในระดับเยาวชนให้กับทางสโมสร บิลเบา แอธเลติก “บี” ซึ่งเป็นทีมสำรองของสโมสร แอธเลติก บิลเบา อีกที

ในกลางปี 2012 ได้รับโอกาสขึ้นมาเป็นสำรองของทีมชุดใหญ่ในเกมการแข่งขัน ลาลีกา สเปน ที่ แอธเลติก บิลเบา พบกับ เคตาเฟ่ ซึ่งในการแข่งขันนัดดังกล่าว เกปา ยังไม่ได้รับโอกาสในการลงสนาม แต่เพียงเท่านี้ก็ถือได้ว่าเป็นผลดีอย่างมากกับเด็กดาวรุ่งอย่างเขา ที่ได้มีโอกาสก้าวขึ้นมานั่งเป็นตัวสำรองและได้สัมผัสเกมอยู่ข้างสนาม

ในซีซั่นต่อมาเขาถูกเลื่อนขึ้นมาอยู่กับทางทีม บี ของสโมสร แอธเลติก บิลเบา ซึ่งในตอนนั้นเจ้าตัวมีอายุเพียง 19 ปี และได้ลงเล่นให้กับทีมสำรองของสโมสรจนอายุถึง 22 ปี ก่อนที่จะได้รับ

โอกาสก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่อย่างเต็มตัว

ถึงจะได้ก้าวขึ้นมาเล่นให้กับทีมชุดใหญ่แบบเต็มตัวแล้วก็จริง แต่ เกปา ก็ยังคงไม่ได้ลงเล่นในทันที แต่เป็นทาง พอนเฟร์ราดินา ซึ่งยืมตัวเขาไปในช่วงเปิดตลาดฤดูหนาวในปี 2015 ในการแข่งขันดิวิชั่น 2 เกปา ได้ลงเล่นให้กับทีมไปถึง 19 นัด และยังสามารถเก็บคลีนชีตไปได้ถึง 7 นัดด้วยกัน และเกปา ยังช่วยให้ พอนเฟร์ราดินา จบอยู่ในอันดับที่ 7 ของตารางและยังเป็นอันดับสูงที่สุดที่ พอนเฟร์ราดินา เคยทำได้ในประวัติศาสตร์ของสโมสร

หลังจากที่ เกปา กลับมาจากสโมสร พอนเฟร์ราดินา เขาได้ถูกดันขึ้นมาอยู่ในทีมชุดใหญ่ของสโมสรทุนที ในฤดูกาล 2016/2017 หลังจากกลับมาจากการยืมตัว 1 ปีเต็ม เพียงหนึ่งฤดูกาลแรกที่ขึ้นมาเล่นให้กับทีมชุดใหญ่ของสโมสร เขาก็สามารถก้าวขึ้นมาเป็นผู้รักษาประตูมือหนึ่งของสโมสร แทนที่ของ กอร์ก้า อิไรซอซ ได้ โดยฟอร์มการเล่นในฤดูกาลแรงของเขาส่งผลให้กับนายทวารตัวเก๋าอย่าง อิไรซอซ ต้องย้ายออกจากทีมไปเล่นให้กับสโมสร จิโรนา ในทันที

ในฤดูกาล 2017/2018 เกปา ได้โอกาสขึ้นมาเป็นผู้รักษาประตูมือหนึ่งของสโมสรได้แบบเต็มตัว ถึงแม้ว่าทีมจะมีผลงานจบเพียงแค่อันดับที่ 16 แต่ เกปา อาร์ริซาบาลาก้า กลับได้รับคำชมจากบรรดาสื่อและแฟนบอลอย่างมากมาย จนได้รับการต่อสัญญายาวออกไปในทันที ก่อนที่จะถูกปล่อยตัวให้กับสโฒสรเชลซีในเวลาต่อมา

เกปา อาร์ริซาบาลากา ได้รับการต่อสัญญากับทางสโมสร แอธเลติก บิลเบา ยาวไปจนถึงปี 2025 ส่งผลให้ค่าฉีกสัญญาของเจ้าตัวจึงมีจำนวนมหาศาลเป็นอย่างมาก แต่ถ้าด้านสโมสรเชลซี ในยุคของ เมาริซิโอ ซาร์รี่ ได้มองเห็นถึงศักยภาพของตัวผู้รักษาประตูรายนี้ จึงได้ทำการตัดสินใจและทุ่มเงินเป็นจำนวนถึง 71.6 ล้านปอนด์ เพื่อดึงตัวนายทวารดาวรุ่งคนนี้มาอยู่กับทางสโมสรในทันที

จำนวนเงินดังกล่าวส่งผลให้ เกปา กลายเป็นผู้รักษาประตูที่มีค่าตัวสูงเป็นสถิติโลก แซงหน้าผู้รักษาประตูร่วมลีกอย่าง อลิสซอน เบคเกอร์ ไปเพียง 5 ล้านปอนด์เท่านั้น และนั่นทำให้เจ้าตัวเริ่มเกิดอาการกดดันกับตัวเองมากยิ่งขึ้น เพราะไม่ใช่แค่จะต้องเข้ามาเป็นผู้รักษาประตูมือหนึ่งของสโมสรเชลซีเพียงเท่านั้น แต่ฟอร์มการเล่นของเขาจะต้องออกมาให้แฟนบอลเกิดความประทับใจอีกด้วย

หลังจากที่ เกปา ได้ย้ายเข้ามาเล่นให้กับสโมสรเชลซีในฤดูกาล 2018/2019 เขาก็ทำผลงานในสนามออกมาได้อย่างน่าประทับใจและกลายเป็นตัวหลักของสโมสรมาตลอดทั้งซีซั่น

จนกระทั่งเกมการแข่งขันนัดชิงฟุตบอล ลีกคัพ ที่ เชลซี พบกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เจ้าตัวได้โชว์ฟอร์มการเล่นออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมจนทำให้ทีมเสมอและต้องต่อเวลาต่อแข่งขันยาวออกไปได้อีก แต่ด้วยเทคติกของผู้จัดการทีมนั้นมีความต้องการที่จะทำการเปลี่ยนตัวเอาผู้รักษาประตูตัวเก๋าของทีมอย่าง วิลลี่ กาบาเยโร่ ลงสนามเพื่อมาเซฟจุดโทษแทนที่ของเขา แต่ทางด้านของ เกปา ที่มีความมั่นใจและคิดว่าตัวเองสามารถจะเล่นต่อไปจนถึงรอบการดวลจุดโทษได้ ทำให้เขาตัดสินใจที่จะปฏิเสธการเปลี่ยนตัวของผู้จัดการทีมอย่าง เมาริซิโอ ซาร์รี่ ในทันที ส่งผลให้ทีมต้องพ่ายแพ้ให้กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในการดวลจุดโทษไปด้วยสอร์ 3-4

เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ ซาร์รี่ รู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมาก และตัดสินใจทำโทษ เกปา ด้วยการแบนนักเตะรายนี้ไม่ให้ลงสนามเป็นจำนวน 2 เกม และเสียค่าปรับอีกจำนวนมหาศาล ซึ่งในเวลาต่อมาทั้ง เกปา และซาร์รี่ ได้ออกมาพูดถึงเหตุการณ์ดังกล่าวในทำนองที่ว่าทั้งสองคนสื่อสารและเข้าใจกันผิด ทำให้เกิดดังกล่าวขึ้น

แต่ถึงอย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเกมนัดชิงนั้น ได้เพิ่มประสบการณ์และบทเรียนที่สำคัญที่สุดในชีวิตค้าแข้งของเจ้าตัวเลยทีเดียว

หลังจากเหตุการณ์ที่เป็นบทเรียนสอนใจในชีวิตการค้าแข้งของเขาได้ผ่าน เกปา ได้มีโอกาสกลับมาลงสนามให้กับต้นสังกัดได้อีกครั้ง พร้อมทั้งยังสามารถพาสโมสรเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศในการแข่งขัน ยูโรป้า ลีก ได้สำเร็จ โดยในเกมนัดกล่าวคือเกมการแข่งขันของทั้งสองทีมแห่งเกาะอังกฤษอย่าง อาร์เซน่อล และ เชลซี ซึ่งในเกมนัดนี้ถือเป็นโอกาสที่เขาจะแก้ตัวจากความผิดพลาดของตัวเองจากนัดชิงลีกคัพได้

โดยในเกมนัดชิงชนะเลิศ ยูฟ่า ยูโรปา ลีก ครั้งนี้  เกปา อาร์ริซาบาลาก้า ทำผลงานออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมและช่วยให้ทีมเอาชนะทีมร่วมลีกอย่าง อาร์เซน่อล ไปได้ 4-1 ส่งผลให้เชลซีคว้าถ้วยรางวัลกลับสสโมสรได้อย่างสวยหรู

เกปา ถูกเรียกตัวติดทีมชาติตั้งแต่ต้นปี 2017 ในเกมการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกที่ทีมชาติสเปน พบกับ ทีมชาติ อิสราเอล ถึงแม้จะติดทีมชาติมาในฐานะผู้รักษาประตูสำรองเท่านั้น โดยต่อมาไม่นานเจ้าตัวได้ถูกส่งลงงสนามเป็นตัวจริงในเกมการแข่งขันนัดกระจับมิตรกับทีมชาติ คอสตาริกา

หลังจากที่ เกปา สามารถทำผลงานกับทาง แอธเลติก บิลเบา ออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมส่งผลให้เจาตัวตกเป็นข่าวอย่างหนาหูกับทางสโมสร เรอัล มาดริด ก่อนจะถูกเรียกตัวไปติดทีมชาติสเปน ในชุดลุยศึกฟุตบอลโลก 2018 ในฐานะผู้รักษาประตูอันดับที่ 3 ถัดมาจาก ดาบิด เด เคอา และ เปเป้ เรนา

เกปา อาร์ริซาบาลากา” นายด่านสำรอง “เชลซี” ออกมาย้อนเหตุการณ์ที่ตัวเขาไม่ยอมเปลี่ยนตัวออกจากสนามในนัดชิงชนะเลิศ “คาราบาวคัพ” เมื่อปี 2019

วันที่ 27 ก.ค. 64 เกปา อาร์ริซาบาลากา ผู้รักษาประตูชาวสเปนของ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี ทีมดังแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ออกมาย้อนเหตุการณ์ที่ตัวเขาไม่ยอมเปลี่ยนตัวออกจากสนามในนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลถ้วยอย่าง “คาราบาว คัพ อังกฤษ” เมื่อปี 2019 จนตกเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์เป็นวงกว้างในโลกโซเชียล

ทั้งนี้เกมดังกล่าว ทั้ง “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี และ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทำอะไรกันไม่ได้ในหลังช่วงต่อเวลาจบ 120 นาที สกอร์ยังอยู่ที่ 0-0 และนั่นต้องตัดสินด้วยการยิงจุดโทษและเป็น ยอดทีมสีฟ้าแห่งเมืองแมนเชสเตอร์ ยิงได้แม่นกว่าเอาชนะไปได้ 4-3 ส่งผลให้คว้าแชมป์เป็นสมัยที่สองติดต่อกันในเวลานั้น

อย่างไรก็ตามในเกมนี้มีดราม่ากลบประแสเมื่อย้อนกลับไปช่วงก่อนหมดเวลา เมาริซิโอ ซาร์รี เทรนเนอร์สายควันของ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี จะเปลี่ยนตัวเขาที่เหมือนจะมีอาการบาดเจ็บเล็กน้อยออกพร้อมกับเตรียมจะส่ง วิลลี กาบาเยโร ลงไปเซฟจุดโทษกับทีมเก่าของเขา แต่ทว่านายด่านเจ้าของค่าตัว 71 ล้านปอนด์ดันเมินที่จะออกสนามซะอย่างนั้นเล่นเอา เมาริซิโอ ซาร์รี โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ

แต่ทว่าล่าสุด เกปา อาร์ริซาบาลากา ออกมา เล่าย้อนถึงเหตุการณ์ในวันนั้นว่า “เราจะพูดถึงเรื่องนี้กันสักครั้งและมันจะเป็นเพียงครั้งเดียวเท่านั้น ผมอยากจะบอกว่าวันนั้นมันคือความเข้าใจผิด จังหวะนั้นผมเซฟไปหนึ่งครั้งโดยที่หลังจากนั้นผมรู้สึกเหมือนมีอาการบาดเจ็บที่ขา ผมจึงส่งสัญญาณเรียกทีมแพทย์เข้ามาแต่มันก็ไม่มีอะไรและอีกอย่างผมอยากให้ทีมเราได้พักหายใจหายคอบ้าง และผมก็เห็น เมาริซิโอ ซาร์รี จะส่ง วิลลี กาบาเยโร ลงมาเพราะเขาคิดว่าผมเล่นต่อไม่ไหวแต่จริงๆ แล้วผมทำเพื่อฆ่าเวลาเท่านั้น ผมพยายามส่งสัญญาณว่าผมโอเคแต่เขาก็อาจจะไม่มั่นใจผม ตอนที่ผมเห็นป้ายเปลี่ยนตัวที่ข้างสนามผมรู้ว่าผมต้องออกมาซึ่งผมขอโทษที่ไม่ได้ทำตามนั้น ผมเป็นคนผิดเองและก็ขอโทษทุกคนที่เกี่ยวข้องทั้ง เมาริซิโอ ซาร์รี ที่ผมทำให้เขาเสียหน้าต่อคนดูสนาม 80,000 คน เพื่อนร่วมทีม รวมถึงแฟนบอลด้วย”.

 

About the Author

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

You may also like these

PowerFul By Rufeo