ฮานอยเกมส์ “เจ้าภาพไม่นำชนิดกีฬาโปโลน้ำบรรจุในการแข่งขัน”

ฮานอยเกมส์

ฮานอยเกมส์ :สมาคมกีฬาว่ายน้ำแห่งประเทศไทย ทำใจรับสภาพเวียดนาม ชาติเจ้าภาพ ” ฮานอยเกมส์ ” ไม่นำชนิดกีฬาโปโลน้ำบรรจุในการแข่งขัน จัดเพียงว่ายน้ำและกระโดดน้ำ ไทยส่งบัญชีรายชื่อว่ายน้ำ 21 คน ลงสู้ศึก ส่วนกระโดดน้ำ ส่งชื่อ 4 ราย ตั้งเป้าภาพรวมการทำผลงานให้ดีกว่า ซีเกมส์ฟิลิปปินส์

 

   ร.ต.อ.วัลลภ จิราทรวัฒนะ รองเลขาธิการ สมาคมกีฬาว่ายน้ำเเห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า   การแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ที่ประเทศเวียดนาม “ฮานอยเกมส์”     12-23  พฤษภาคม  ที่ประเทศเวียดนาม ทางเจ้าภาพคือ  เวียดนาม จัดการแข่งขันกีฬาทางน้ำเพียง2 ประเภท คือว่ายน้ำ และกระโดดน้ำ โดยตัดกีฬาโปโลน้ำออกไป

 

สำหรับกีฬาโปโลน้ำถือเป็นกีฬาความหวังของไทย  ต่อการทำผลงานเหรียญทองในกีฬาซีเกมส์  ทำให้ทางสมาคมฯ ต้องเน้นหนักกับการฝึกซ้อม  “ว่ายน้ำทีมชาติไทย”  ใน  2 ชนิด  คือว่ายน้ำ และกระโดดน้ำ

 

สำหรับกีฬาว่ายน้ำ  ใน“ฮานอยเกมส์” ทางสมาคมกีฬาว่ายน้ำแห่งประเทศไทย ได้ส่งชื่อนักกีฬา“ว่ายน้ำทีมชาติไทย” ทั้งหมด 21 คน  ความหวังอยู่ในประเภทหญิง  จาก  “จอย” เจนจิรา ศรีสอาด ในระยะสั้นทุกประเภท และประเภทเดี่ยวผสม ได้ส่งนักกีฬาไปฝึกซ้อมต่างประเทศ  3 คน ส่วนการเตรียมนักกีฬาในประเทศ  ได้แบ่งนักกีฬาออกเป็น 2 ชุด  เเยกการฝึกซ้อมที่สระว่ายน้ำ ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จำนวน 11 คน โดยมีผู้ฝึกสอน ชาวออสเตรเลีย คอยดูแลอย่างใกล้ชิด

 

ขณะที่อีกชุด จำนวน 7 คน เเยกไปฝึกซ้อมตามสโมสรต้นสังกัดของนักกีฬา ซึ่งได้ติดตามพัฒนาการของนักกีฬาอย่างต่อเนื่อง แต่ปัญหาที่พบคือ การระบาดของโควิด-19 ทำให้นักกีฬาไม่สามารถลงฝึกซ้อมได้  เพิ่งมีการลงเเข่งขันอย่างจริงจัง ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ซึ่งผลงานยังออกมาได้ไม่ดี เพราะเป็นกีฬาที่ต้องใช้ปอด นักกีฬาหลายคนที่เป็นความหวัง ติดแล้วหายกลับมา ก็ไม่สามารถฝึกซ้อมได้เต็มที่

ส่วนกีฬากระโดดน้ำ ส่งไป 4 คน ความหวังอยู่ที่ประเภทสปริงบอร์ดชาย ซึ่งครั้งที่แล้ว ทำผลงานเหรียญเงินได้ มา  “ความหวังในซีเกมส์ครั้งนี้ สมาคมฯ ตั้งเป้าไว้ให้ทำผลงานออกมาดีกว่าเดิม โดยในซีเกมส์ครั้งก่อน ที่ฟิลิปปินส์ ว่ายน้ำได้ 1 เหรียญทอง จากเจมส์บอนด์ ณัฐพงษ์ เกษอินทร์ ในท่ากบ 200 เมตรเเละอีก 8 เหรียญเงิน 6 เหรียญทองแดง รวมถึงกีฬากระโดดน้ำ ที่ทำได้ 1 เงิน 1 ทองแดง” 

 

กว่าจะเป็นโปโลน้ำ ไทยต้องแลกด้วยหยดน้ำตา กีฬาโปโลน้ำ ไทย ที่ถูกตัดออกจาก ฮานอยเกมส์

กฎกติกามารยาท ในการแข่งขันโปโลน้ำ เมื่อเริ่มเล่นแต่ละทีม จะต้องว่ายไปแย่งบอล ที่กลางสนามซึ่งมีความยาว 30 เมตร ฝ่ายที่ได้บอลจะมีเวลาในการบุก 30 วินาที แต่ถ้าภายใน 30 วินาทีทำประตูไม่ได้จะต้องรีบว่ายลงมาตั้งรับเพราะอีกฝ่ายหนึ่งกำลังจะบุก

 

และกติกาอีกข้องหนึ่งคือ ผู้เล่นต้องถือบอล ด้วยมือข้างเดียว แต่คนเป็นผู้รักษาประตูจะสามารถถือบอลได้สองมือ โดยทั้งหมดมีข้อห้ามอยู่ 1 ข้อ คือ ห้ามเอาบอลกดน้ำ เพื่อหลบหลีกคู่ต่อสู้ และการตัดสินผล แพ้ชนะจะตัดสินจากจำนวนประตู

ทว่า…กีฬาโปโลน้ำในไทยนั้น กว่าจะก่อร่างสร้างฐาน ให้คนรุ่นหลังได้ต่อยอด จนประสบความสำเร็จนั้น มาจากหยาดเหงื่อแรงกายและหยดน้ำตาของนักกีฬารุ่นเก่า ที่กีฬาชนิดนี้ ถูกมองข้ามตลอดเวลา ถึงแม้ว่าจะมีผลงานก็ตามที โดยสมัยยุคก่อตั้งสมาคมว่ายน้ำสมัครเล่นแห่งประเทศไทยกีฬาโปโลน้ำ ไม่ได้เป็นที่นิยมมากนัก เพราะเป็นกีฬา ที่เอาไว้เล่นเพื่อผ่อน คลายสนุกสนานไปวันๆ

กลุ่มคนที่จะเล่นกีฬาชนิดนี้ จะเห็นได้ตามมหาวิทยาลัยต่างๆ อาทิ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, มหาวิทยาลัยขอนแก่น หรือที่ ราชนาวีสโมสร ทำให้คนที่เล่นจะมีไม่เยอะนักและจะหน้าเดิมๆเป็นส่วนใหญ่ทำให้ไม่มีการพัฒนาต่อยอดเหมือนกับ ว่ายน้ำ และ กระโดดน้ำ

จากคำบอกเล่านั้นมีอยู่ว่า…ในการแข่งขันกีฬา แหลมทอง ครั้งที่ 3 ที่มาเลเซีย เป็นการแข่งขันครั้งแรกของโปโลน้ำทีมชาติไทย ซึ่งเป็นที่รู้กันว่า 1 ทีมจะต้องมีผู้เล่น 7 คน แต่ครั้งนั้นทีมชาติไทยส่งไปเพียง 6 คน คือ นายสุพจน์ เฟื่องฟูพงศ์, นายอัศจรรย์  สุขธำรงค์, นายจิระ จินตนุกูล, นายประวิทย์ กฤตยานวัช, นายสมชาย ลิมปิชาติ และ นายพรชัย สุขุมาลานนท์ แต่ก็ยังคว้าเหรียญทองแดงมาได้ โดยในยุคแรกนั้น กีฬาโปโลน้ำยังไม่เป็นที่นิยม เวลาแข่งขันจึงดึงนักกีฬาว่ายน้ำไปร่วมแข่งด้วย อีกทั้งงบสนับสนุนยังไม่ทัดเทียมกีฬาประเภทอื่น

 

หลายต่อหลายครั้งที่กีฬาโปโลน้ำ ถูกมองข้ามแต่บรรดานักกีฬาที่มี อยู่อย่างจำกัดและน้อยนิดก็ไม่คิดย่อท้อ ต่างก็กัดฟันต่อสู้มาตลอด แต่…จุดที่รู้สึกจุกและเจ็บจี๊ดคือการแข่งขันกีฬาแหลมทองครั้งที่ 5 ที่พม่า

ในครั้งนั้นเกิดสภาวะปัญหา ด้านการเงินในไทย ส่งผลให้ทีมโปโลน้ำไทย ไม่ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากภาครัฐ แต่ด้วยสมาคมว่ายน้ำสมัครเล่นแห่งประเทศไทย ได้พยายามอย่างเต็มที่ผลักดันให้ทีมโปโลน้ำไทยเข้าแข่งขันให้ได้ โดยส่งไปทั้งหมด 7 คน และไม่ขอชุดเบรเซอร์ แต่ขอสิทธิพิเศษ เข้าพักห้องในบ้านนักกีฬา และ อาศัยนักกีฬาว่ายน้ำ มาช่วยลงแข่ง ปรากฎว่า ไทย สามารถชนะ พม่า ได้เหรียญทองแดง

 

ซึ่งต้องบอกว่าทีมโปโลน้ำพม่า ในยุคนั้นถือว่าแข็งแกร่งมาก แต่หนุ่มไทยก็ยังเอาชนะได้ ทำให้รัฐบาลจ่ายค่าเบี้ยเลี้ยงย้อนหลังให้ โดยทีมชุดนั้นประกอบด้วย สวัสดิ์ โภชนสมบูรณ์, เถลิง พร้อมสถิตย์, นภดล เรียบเลิศหิรัญ, พิพัฒ พะเนียงเวทย์, เมธี เอกสิงห์, ประวิทย์ กฤตยานุวัชร์, จิระ จินตนุกูล, วิเศษ มั่นตระกูล, จงรักษ์ พงษ์รัตน์, วิทยา เอกกาญจนวานิช และ พิศิษฐ โภชนสมบูรณ์

หลายคนมองว่าหากในยุคนั้นทีมโปโลน้ำไทยมีศักยภาพที่ดีและสามารถไปต่อได้ เพราะนักกีฬาส่วนใหญ่มีพื้นฐานจากการว่ายน้ำที่ดีมาก เพียงแต่ไม่มีงบที่จะพัฒนากีฬาชนิดนี้ ทำให้การแข่งขันในแต่ละครั้งก็เหมือนเป็นการรวมตัวเฉพาะกิจ ซึ่งแตกต่างจากในปัจจุบันที่มีเป็นศูนย์ฝึกมีทั้งระดับเยาวชนและทีมชาติชุดใหญ่

 

ทำให้สมัยยุคแรก ทีมโปโลน้ำไทย ในการแข่งขันกีฬาแหลมทอง มักจะได้เหรียญทองแดง ก็น่าเสียดายว่าหากมีการฝึกซ้อมที่ดี มีโค้ชที่เก่ง ก็อาจจะพาทีมโปโลน้ำ ชุดนั้นเป็นเจ้าอาเซียนเลยก็ได้

 

และท่านสามารถ ติดตามข้อมูล ข่าวสาร ต่าง ๆ  ทั่วมุมโลก ข่าวสด รวดเร็วกว่า อีกทั้ง ข่าวฟุตบอล ตารางการแข่งขัน

ผลบอล และการ วิเคราะห์บอล // ทีเด็ดบอล ไฮไลบอล แทงบอล แทงบอลออนไลน์ และยังมี บาคาร่า รูเล็ต  UFABET

About the Author

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

You may also like these

PowerFul By Rufeo