อลัน เชียร์เรอร์

อลัน เชียร์เรอร์

อลัน เชียร์เรอร์

อลัน เชียร์เรอร์

แอลัน เชียเรอร์ ( อังกฤษ: Alan Shearer) เกิดวันที่ 13 สิงหาคม ค.ศ. 1970 เป็นนักฟุตบอลระดับตำนานคนหนึ่งของวงการฟุตบอลอังกฤษ รวมถึงการก้าวขึ้นไปเป็นกัปตันทีมชาติ “ทรีไลออนส์” โดย  บิ๊กอัล เกิดในเมืองนิวคาสเซิล แต่ทีมที่เขาเริ่มต้นอาชีพนักฟุตบอลก็คือ เซาแทมป์ตัน เนื่องจากถูก “สาลิกาดง” ปฏิเสธที่จะเซ็นสัญญาด้วย แต่กับเซาแทมป์ตัน เขาสามารถสร้างชื่อได้ตั้งแต่นักแรกที่ลงสนามทันที ด้วยการยิงแฮตทริก ทำให้แบล็กเบิร์นโรเวอร์ส คว้าตัวเขาไปร่วมทีม และสามารถที่จะคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก กับทาง กุหลาบไฟ ได้สำเร็จ ซึ่งเป็นแชมป์แรกและแชมป์เดียวในชีวิตการค้าแข้งของแอลัน เชียเรอร์ ต่อมาด้วยค่าตัว 15 ล้านปอนด์ ทำให้เชียเรอร์ได้กลับมาเล่นในถิ่นเซนต์เจมส์พาร์ก และก็ค้าแข้งอยู่ทีมนิวคาสเซิลยูไนเต็ดเป็นเวลาเกือบสิบปี และก็ทำลายสถิติยิงประตูตลอดกาลของแจ็กกี มิลเบิร์น รวมถึงเป็นผู้ครองตำแหน่งยิงประตูมากที่สุดในศึกพรีเมียร์ชิพ อยู่ในปัจจุบันอีกด้วย ในส่วนของทีมชาติอังกฤษ ที่เขาเคยก้าวขึ้นไปทำหน้าที่กัปตันทีมนั้น เชียเรอร์ลงเล่นให้ทีมชาติ 63 นัด ยิงไป 30 ประตู ปัจจุบันเชียเรอร์ว่างงาน หลังจากดำรงตำแหน่งผู้จัดการทีม นิวคาสเซิลยูไนเต็ด ในวันที่ 1 เมษายน ค.ศ. 2009

เปิดฉาก

แอลัน เชียเรอร์ เกิดที่เมืองนิวคาสเซิล เติบโตขึ้นในย่านกอสฟอร์ธ (Gosforth) ในครอบครัวชั้นแรงงาน เริ่มให้ความสนใจกับเกมฟุตบอลตั้งแต่อายุเพียง 6 ขวบเท่านั้น แอลันไม่ต่างอะไรจากเด็กในวัยเดียวกัน ใช้ชีวิตเตะฟุตบอลกระทบกำแพง เล่นบอลกับเพื่อนๆ บนถนนคอนกรีตของเมืองนิวคาสเซิล เขาฝึกฝนทุกวัน โดยมากกับเด็กโตกว่ามาก การที่เขามีพ่อเป็น ทูน อาร์มี ขนานแท้ ฟุตบอลจึงไม่เคยห่างไกลจากชีวิตของเชียเรอร์เลย เขาจึงเป็นแฟนของนิวคาสเซิลเช่นเดียวกับผู้เป็นพ่อ และฝันว่าสักวันหนึ่งจะได้ลงสนามภายใต้เสื้อสีขาว – ดำ มันไม่ใช่แค่ความฝันลมๆ แล้งๆ ของเด็กชายตัวผอม ตั้งแต่วินาทีแรกที่เท้าของเขาได้สัมผัสลูกฟุตบอล เขาก็ต้องการลงแข่งในเกมจริงๆ และการที่มีใจมั่นคงต่อการจะเป็นนักเตะอาชีพให้ได้นี่เอง ทำให้เวลาต่อมาเขาเริ่มฉายแสงความสามารถออกมาให้เห็น มากพอที่จะทำให้เขารู้ตัวว่า เขาต้องทำได้แน่ถ้ามุ่งมั่นทุ่มเทให้กับมัน จากแค่เล่นฟุตบอลในยามว่าง เขาจริงจังกับมันมากขึ้น เริ่มเล่นฟุตบอลกับทีมโรงเรียนกอสฟอร์ธ ไฮ ตอนอายุ 12 เป็นกัปตันทีมและเล่นได้หลายตำแหน่ง โดยมากจะเป็นมิดฟิลด์ แต่ศูนย์หน้า คือตำแหน่งที่เขาทำได้ดีที่สุด ครั้งหนึ่งเขาเคยทำได้ถึง 13 ประตูในเกมเดียวให้กับทีม สิ่งที่ชัดเจนคือ เชียเรอร์มีอะไรพิเศษในตัว จึงได้รับการสนับสนุนให้ไปลองทีมกับ วอลเซนด์ บอยส์ คลับ เป็นการก้าวอีกระดับจากแค่ฟุตบอลระดับโรงเรียน และที่นี่เองก็เป็นจุดเริ่มต้นของนักเตะดังๆ หลายคน เช่น ปีเตอร์ เบียดสลีย์, สตีฟ บรูซ และรุ่นหลังๆ อย่าง สตีฟ วัตสัน, ลี คล๊าก, ร็อบบี้ เอลเลียต, ไมเคิล คาร์ริค และ แอลัน ธอมป์สัน และเชียเรอร์ก็พาชื่อตัวเองไปอยู่ในลิสต์เช่นกัน เขาเป็นนักเตะคนสำคัญของทีม ก่อนที่จะเปลี่ยนมาเล่นให้กับ แครมลิงตัน จูเนียร์ส เอฟซี ภาพลักษณ์ของเด็กชายตัวผอม ผมหยิกสีบลอนด์ ไม่ได้ทำให้ใครสะดุดตา แต่พลังในการวิ่งในสนาม ความแข็งแกร่ง และความสามารถยามอยู่หน้าประตูต่างหาก ที่ทำให้บรรดาผู้สันทัดกับเกมในแถบตะวันออกเฉียงเหนือ สะดุดใจกับเด็กผู้ชายคนนี้ การมีส่วนร่วมในทีมท้องถิ่น เป็นเพียงการรอเวลาให้ทีมเยาวชนของนิวคาสเซิลยูไนเต็ดเรียกเขาเข้าไปทดสอบฝีเท้า แต่ขณะทดสอบ อาการบาดเจ็บที่รบกวนนักเตะร่วมแคมป์คนอื่นๆ ทำให้เชียเรอร์ไม่สามารถโชว์ฟอร์มเก่งได้เท่าที่ควร เขาถูกจับไปเล่นในตำแหน่งผู้รักษาประตูเป็นบางครั้ง ทำให้ช่วงทดสอบฝีเท้ากับทีมรักไม่ประสบผลสำเร็จ เชียเรอร์ถูกปฏิเสธจากนิวคาสเซิลยูไนเต็ด และนี่เป็นการปฏิเสธที่นิวคาสเซิลต้องเสียใจในภายหลัง และต้องจ่ายหนักเพื่อชดเชยกับการตัดสินใจที่ผิดๆ ของทีม ถึงจะถูกนิวคาสเซิลปฏิเสธ แจ็ค ฮิกซ์สัน แมวมองที่เชียเรอร์ให้ความเคารพก็ยังดูแลเชียเรอร์เป็นอย่างดี เขารู้ดีว่าเขาต้องได้เป็นส่วนหนึ่งของสโมสรอาชีพสักแห่งเป็นแน่ ด้วยความมั่นใจในสายตาของฮิกซ์สัน ที่มองเห็นแววของเชียเรอร์ตั้งแต่อายุเพียง 13 ปี การใส่ใจที่ฮิกซ์สันมีมอบให้ ประกอบกับความใกล้ชิดกับครอบครัว ทำให้เขาได้รับความไว้วางใจให้เป็นตัวแทนของเชียเรอร์ ตัวแจ็คเองก็ไม่ต่างอะไรกับแอลัน เขาเป็นชาวจอร์ดี้ที่มีความผูกพันกับเกมมากมาย ทำงานกับหลายสโมสรในฐานะแมวมอง และสิ่งที่เขามองเห็นในตัวเชียเรอร์นั้นก็เหนือกว่าแค่พรสวรรค์ ทั้งสองจึงเข้ากันได้ดี แจ็คจึงเปรียบเสมือนสมาชิกคนนึงในครอบครัวบิ๊กอัล ในเวลาต่อมา ไม่เพียงแต่จะถูกปฏิเสธจากนิวคาสเซิลยูไนเต็ด เท่านั้น เชียเรอร์ยังถูกปฏิเสธจาก เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน, ซันเดอร์แลนด์ และ แมนเชสเตอร์ซิตี อีกด้วย แต่ในที่สุดแจ็คก็ผลักดัน จนให้เชียเรอร์ได้มีโอกาสทดสอบฝีเท้ากับเซาแทมป์ตันจนได้ ผลที่ตามมาคือเขาต้องย้ายจากถิ่นไทน์ไซด์ที่คุ้นเคย จากครอบครัว และเพื่อน เพื่อแลกกับก้าวย่างที่สำคัญที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิต แต่อย่างไรก็ตามความท้าทายที่รออยู่ข้างหน้า และความมุ่งมั่นที่จะคว้าโอกาสมาให้จงได้ ทำให้เชียเรอร์ทุ่มไปทั้งหมดที่เขามี

เชียเรอร์ เทพบุตรแห่งเดอะ เดล

เชียเรอร์ได้เซ็นสัญญาเป็นนักเตะฝึกหัดกับเซาแทมป์ตัน ทีมดิวิชั่น 1 ในขณะนั้นด้วยวัยเพียง 15 ปี แม้ว่าจะต้องอยู่ไกลจากบ้านเกิด มีทีมโค้ชที่เป็นชาวจอร์ดี้หลายคน ไม่ว่าจะเป็น เดฟ เมอร์ริงตัน และมิดฟิลด์ของทีมอย่าง ทอมมี วิดดริงตัน ทำให้เชียเรอร์รู้สึกสบายใจที่นั่นไม่ต่างจากเป็นบ้าน และทุกครั้งที่เชียเรอร์เกิดคิดถึงบ้านขึ้นมา สโมสรก็อนุญาตให้เขากลับบ้านที่นิวคาสเซิลได้ทุกๆ สุดสัปดาห์ และเนื่องจากเซาแทมป์ตัน มีชื่อเสียง ในเรื่องการดูแลนักเตะเยาวชนในทีมเป็นอย่างดี เป็นสาเหตุสัญคัญที่ทำให้เชียเรอร์เซ็นสัญญากับทีมนี้ 15 เดือนแรกในรัง เดอะ เดล คือช่วงเวลาแห่งการเติบโตเป็นผู้ใหญ่ มีความรับผิดชอบที่จะดูแลตัวเอง และที่นี่เอง ที่ทำให้เขาได้พบกับภรรยาในอนาคต เขาและเลนย่า พบกันที่ผับแห่งหนึ่ง แต่อย่างไรก็ดี สิ่งที่อยู่ในสมองของเชียเรอร์คือฟุตบอล มากกว่าความรัก ความรักเมื่อแรกพบครั้งนั้น ช่วยให้ชีวิตเขาที่เมืองแห่งนี้เข้าที่เข้าทางได้เร็วขึ้น เมื่อไม่มีปัญหาความรัก กองหน้าคนเก่งทำงานอย่างหนักในแต่ละวัน นอกจากฝึกหนักกับสโมสรตามปกติแล้ว  เตรียมพร้อมทางด้านจิตใจให้กับตัวเอง เพื่อให้พร้อมรับความกดดันสำหรับการก้าวขึ้นสู้ทีมชุดใหญ่ แม้จะมีอายุเพียงเท่านี้ แต่เชียเรอร์มีความเชื่อมั่นอย่างสูงว่าเขาจะประสบความสำเร็จ แต่กระนั้นตัวเขาเองก็อดที่จะเซอร์ไพรซ์ไม่ได้ เมื่อการได้ลงเล่นเป็นตัวจริงให้กับเซาแทมป์ตัน เกิดขึ้นหลังจากเขาจากบ้านเกิดเพียงแค่ 2 ปีเท่านั้น 9 เมษายน ค.ศ. 1988 เซาแทมป์ตันต้อนรับการมาเยือนของอาร์เซนอล ที่กำลังลุ้นแชมป์ในขณะนั้น แถมยังมี โทนี่ อดัมส์ ทำหน้าที่เสริมความแกร่งสุดยอดให้กับแผงหลังของทีมอีกด้วย เช้าวันเดียวกัน โอกาสมาถึงมือเชียเรอร์จนได้ เมื่อ แดนนี่ วอลแลนซ์ กองหน้าของทีมเกิดไม่ผ่านการทดสอบความฟิต คริส นิโคล ผู้จัดการทีมไม่มีทางเลือกมากนัก นอกจากตบไหล่เชียเรอร์ แล้วบอกให้เขาเตรียมพร้อมที่จะลงสนามในฐานะตัวจริง

About the Author

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

You may also like these

PowerFul By Rufeo