สโมสรฟุตบอลทอตนัมฮอตสเปอร์

สโมสรฟุตบอลทอตนัมฮอตสเปอร์

สโมสรฟุตบอลทอตนัมฮอตสเปอร์

สโมสรฟุตบอลทอตนัมฮอตสเปอร์

สโมสรฟุตบอลทอตนัมฮอตสเปอร์

ทอตนัมฮอตสเปอร์
Tottenham Hotspur.png
ฉายา สเปอร์, The Lilywhites
ไก่เดือยทอง (ไทย)
ก่อตั้ง ค.ศ. 1882 (ในชื่อ “สโมสรฟุตบอลฮอตสเปอร์)
สนาม สนามกีฬาทอตนัมฮอตสเปอร์
ความจุ 62,062
เจ้าของ อีเอ็นไอซีกรุ๊ป
ประธาน แดเนียล เลวี
ผู้จัดการ นูนู อึชปีรีตู ซังตู​
ลีก พรีเมียร์ลีก
2020–21 พรีเมียร์ลีก อันดับที่ 7 จาก 20

สโมสรฟุตบอลทอตนัมฮอตสเปอร์ (อังกฤษ: Tottenham Hotspur F.C.) เป็นสโมสรฟุตบอลอังกฤษซึ่งอยู่ในพรีเมียร์ลีก รู้จักในนามสั้น ๆ ว่า “สเปอร์” (Spurs) ก่อตั้งขึ้นใน ค.ศ. 1882 และแฟนคลับของสโมสรมีชื่อเรียกว่า “ยิดอาร์มี” (Yid Army) อันหมายถึง ชาวยิว อันเนื่องจากแฟนคลับแต่ดั้งเดิมของสโมสรเป็นชาวยิวที่ตั้งรกรากในกรุงลอนดอนตอนเหนือซึ่งเป็นที่ตั้งสโมสร

สโมสรมีคำขวัญทางการว่า “To dare is to do” (“กล้าที่จะทำ”) สีประจำสโมสรคือชุดเหย้าสีขาวและกางเกงขาสั้นสีน้ำเงินซึ่งใช้มาตั้งแต่ฤดูกาล 1898–99 สเปอร์ชนะเลิศเอฟเอคัพเป็นครั้งแรกใน ค.ศ. 1901 ส่งผลให้พวกเขาเป็นสโมสรจากลีกสมัครเล่นเพียงทีมเดียวถึงปัจจุบันที่คว้าแชมป์ได้นับตั้งแต่สมาคมฟุตบอลอังกฤษได้ก่อตั้งระบบการแข่งขันแบบลีกขึ้นใน ค.ศ. 1888 สเปอร์ยังถือเป็นสโมสรแรกในศตวรรษที่ 20 ที่ประสบความสำเร็จในการชนะเลิศฟุตบอลลีกและเอฟเอคัพในฤดูกาลเดียวกัน (ฤดูกาล 1960–61) และยังถือเป็นสโมสรแรกจากอังกฤษที่ชนะเลิศการแข่งขันของสหภาพสมาคมฟุตบอลยุโรป ภายหลังจากชนะเลิศ ยูฟ่าคัพวินเนอร์สคัพ ใน ค.ศ. 1963 รวมทั้งทำสถิติเป็นทีมจากอังกฤษทีมแรกที่ชนะเลิศการแข่งขันของทวีปยุโรปได้ 2 รายการแตกต่างกัน ภายหลังจากชนะเลิศยูฟ่าคัพ ใน ค.ศ. 1972 นอกจากนี้สเปอร์ยังเป็นเพียงหนึ่งในสองสโมสรของอังกฤษ (ร่วมกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด) ที่ชนะเลิศถ้วยรางวัลได้อย่างน้อย 1 รายการตลอดระยะเวลา 6 ทศวรรษติดต่อกัน (ค.ศ. 1950-2000)

ในการแข่งขันภายในประเทศ สเปอร์ชนะเลิศลีกสูงสุด 2 สมัย, เอฟเอคัพ 8 สมัย, ลีกคัพ 4 สมัย และ เอฟเอคอมมูนิตีชีลด์ 7 สมัย ในการแข่งขันระดับทวีป พวกเขาชนะเลิศ ยูฟ่าคัพวินเนอร์สคัพ 1 สมัย และ ยูฟ่าคัพ 2 สมัย และผ่านเข้าชิงชนะเลิศยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกได้เป็นครั้งแรกในฤดูกาล 2018-19 สเปอร์มีสโมสรคู่ปรับสำคัญคือ อาร์เซนอล โดยการแข่งขันระหว่างสองทีมเรียกว่า ดาร์บีลอนดอนเหนือ สโมสรมีกลุ่ม ENIC Group บริษัทด้านการลงทุนของประเทศอังกฤษเป็นเจ้าของทีมซึ่งเข้ามาซื้อกิจการตั้งแต่ ค.ศ. 2001 สเปอร์เป็นสโมสรที่มีมูลค่าทีมสูงเป็นอันดับที่ 10 ของโลก ด้วยมูลค่า 1.67 พันล้านปอนด์ ใน ค.ศ. 2021 และมีรายรับมากที่สุดเป็นอันดับ 9 ของโลกโดยทำรายได้ 390 ล้านปอนด์ ใน ค.ศ. 2020 ปัจจุบันสนามเหย้าของสเปอร์คือ สนามกีฬาทอตนัมฮอตสเปอร์

ประวัติ

ยุคก่อตั้งสโมสร (1882-1908)

ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1882 โดยกลุ่มเด็กนักเรียนมัธยม 11 คนซึ่งเป็นสมาชิกชมรมคริกเกต นำโดย บ็อบบี บัคเคิล โดยใช้ชื่อ ฮอตสเปอร์ เอฟซี โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้นักเรียนได้ออกกำลังกายในช่วงปิดภาคเรียนในฤดูหนาว หนึ่งปีต่อมากลุ่มนักเรียนได้ร้องขอให้ จอห์น ริพเชอร์ คุณครูสอนคัมภีร์ไบเบิลในโบสถ์ประจำโรงเรียนเป็นประธานสโมสรคนแรก โดยริพเชอร์ได้ช่วยเหลือทีมทั้งในเรื่องค่าใช้จ่ายและให้คำแนะนำด้านการฝึกซ้อม ใน ค.ศ. 1884 สโมสรได้เปลี่ยนชื่อเป็น ท็อตนัมฮอตสเปอร์ เอฟซี เพื่อให้ไม่เกิดความสับสนกับสโมสรอื่นๆในกรุงลอนดอนที่ใช้ชื่อว่าฮอตสเปอร์ และมีการตั้งชือเล่นให้กับสโมสรว่า “สเปอร์” และ “ดอกลิลลี่สีขาว (The Lily Whites)

ในช่วงแรกทีมยังไม่ลงแข่งขันรายการใดอย่างเป็นทางการโดยมีเพียงการเตะอุ่นเครื่องกับสโมสรท้องถิ่น การแข่งขันอาชีพนัดแรกของสเปอร์คือการพบกับทีมท้องถิ่นชื่อว่า Radicals ซึ่งพวกเขาแพ้ไป 0-2 ต่อมา สเปอร์ได้ร่วมแข่งขันรายการฟุตบอลถ้วยทางการครั้งแรกในถ้วยการกุศลของกรุงลอนดอน ในวันที่ 17 ตุลาคม ค.ศ. 1885 และเอาชนะทีม เซนต์ อัลบาน ไป 5-2 ต่อมา สเปอร์ได้จดทะเบียนเป็นสโมสรฟุตบอลอาชีพอย่างเต็มรูปแบบในวันที่ 20 ธันวาคม ค.ศ. 1895 และได้ร่วมแข่งขันลีกเป็นครั้งแรกในการแข่งขัน เซาเทิร์นฟุตบอลลีก (Southern Football League)

สโมสรมีสนามเหย้าแห่งแรกคือ ทอตนัม มาร์เชส แต่ใน ค.ศ. 1897 สนามได้ถูกระงับการใช้งานอย่างถาวร เนื่องจากเกิดปัญหาสงครามขึ้น โดยสเปอร์ได้เช่าบริเวณย่าน นอททัมเบอร์แลนด์ และขอเช่าสนาม นอททัมเบอร์แลนด์ พาร์ค เป็นเวลา 8 ปี ก่อนที่จะย้ายไปยังสนาม ไวต์ฮาร์ตเลน ในค.ศ. 1898 ในปีนั้นสเปอร์แต่งตั้ง แฟรงค์ เบรดเทลล์ ชาวอังกฤษเป็นผู้จัดการทีมคนแรก โดยนักเตะคนแรกที่เบรดเทลล์ซื้อมาร่วมทีมคือ จอห์น คาเมรอน จากสโมสรควีนส์พาร์ก และในปีเดียวกันนั้น สโมสรได้จดทะเบียนเป็นบริษัทมหาชนจำกัดอย่างเป็นทางการ หลังจากคุมทีมได้เพียงฤดูกาลเดียว เบรดเทลล์ได้ย้ายไปคุมสโมสรพอร์ตสมัท ใน ค.ศ. 1899 และผู้ที่มาคุมทีมแทนก็คือ จอห์น คาเมรอน ซึ่งเบรดเทลล์เพิ่งซื้อตัวเขามานั่นเอง ซึ่งคาเมรอนได้เซ็นสัญญาในฐานะผู้เล่น-ผู้จัดการทีม โดยนอกจากการทำหน้าที่คุมทีมแล้วเขายังลงเล่นให้กับสโมสรต่อในตำแหน่งกองหน้า

ภายใต้การคุมทีมของคาเมรอน สเปอร์สามารถคว้าแชมป์เซาเทิร์นฟุตบอลลีกได้ใน ค.ศ. 1900 และตามด้วยการคว้าแชมป์เอฟเอคัพสมัยแรกใน ค.ศ. 1901 โดยเอาชนะสโมสรเชฟฟีลด์ยูไนเต็ด ในนัดแข่งใหม่ 3-1 หลังจากเสมอกันในนัดแรก 2-2 ทำให้สเปอร์เป็นสโมสรจากลีกสมัครเล่นเพียงทีมเดียวจนถึงทุกวันนี้ที่ได้แชมป์ เอฟเอคัพ นับตั้งแต่เริ่มมีการนำระบบลีกอาชีพมาใช้ใน ค.ศ. 1888 คาเมรอนยังพาสเปอร์ได้รองแชมป์ลีกอีก 2 ครั้งใน ค.ศ. 1902 และ 1904 ต่อมา ใน ค.ศ. 1908 คาเมรอนได้ลาออก และเฟรด เคิร์กแฮม เข้ามาคุมทีมต่อ ในปีนั้นสเปอร์ได้ย้ายไปเล่นในฟุตบอลลีกดิวิชั่น 2 และสามารถคว้ารองแชมป์ได้

ยุคตกต่ำและแชมป์ลีกสูงสุดสมัยแรก (1912-1957)

ในช่วงระหว่าง ค.ศ. 1912-27 สเปอร์มี ปีเตอร์ แม็ควิลเลียม อดีตนักฟุตบอลชาวสกอตแลนด์เป็นผู้จัดการทีม และสปอร์ต้องจบอันดับสุดท้ายในดิวิชั่นหนึ่ง ฤดูกาล 1914-15 ก่อนที่การแข่งขันฟุตบอลลีกจะหยุดไป 5 ปีเนื่องจากสถานการณ์สงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ต่อมา ฟุตบอลอังกฤษได้กลับมาแข่งขันในฤดูกาล 1919-20 โดยในปีนั้น สมาคมฟุตบอลอังกฤษ มีมติเพิ่มจำนวนทีมในลีกสูงสุดจากเดิม 20 ทีม เป็น 22 ทีม โดยสมาคมได้ให้สิทธิ์ทีมอันดับ 1-2 ในดิวิชั่นสองเลื่อนชั้นขึ้นมาโดยอัตโนมัติ ซึ่งได้แก่ ดาร์บีเคาน์ตี และเพรสตันนอร์ทเอนด์ และในส่วนของโควตาทีมสุดท้ายนั้น สมาคมได้โหวตเลือกสโมสรอาร์เซนอลซึ่งอยู่ในดิวิชั่น 2 เลื่อนชั้นขึ้นมาในลีกสูงสุด และให้สเปอร์ซึ่งได้อันดับ 20 ในดิวิชั่น 1 ฤดูกาลล่าสุดต้องตกชั้นไปเล่นดิวิชั่น 2 แทน แม้สเปอร์จะยื่นเรื่องฟ้องต่อศาลแต่ก็ไม่เป็นผล อย่างไรก็ตามสเปอร์สามารถเลื่อนขั้นกลับขึ้นมาลีกสูงสุดได้ในเวลาเพียงแค่หนึ่งฤดูกาล

ในเดือนเมษายน ค.ศ. 1921 แม็ควิลเลียมพาสเปอร์คว้าแชมป์เอฟเอคัพได้เป็นสมัยที่สอง โดยเอาชนะ วุลเวอร์แฮมป์ตันวอนเดอเรอส์ 1-0 ตามด้วยการได้รองแชมป์ลีกในปี 1922 โดยเป็นรองเพียงลิเวอร์พูล โดยสเปอร์มีผู้เล่นชื่อดังในสมัยนั้นคือ อาเทอร์ กริมส์เดล กัปตันทีม แต่หลังจากนั้นพวกเขาเริ่มเข้าสู่ยุคแห่งความตกต่ำ โดยทำได้เพียงจบด้วยอันดับกลางตารางในอีก 5 ฤดูกาลถัดมา และตกชั้นอีกครั้งในฤดูกาล 1927-28 ส่งผลให้แม็คมิลานลาออก หลังจากนั้นในช่วงทศวรรษ 1930-40 สเปอร์เล่นอยู่ในดิวิชั่น 2 เป็นส่วนมาก (ยกเว้นในช่วง ค.ศ. 1933-35) ต่อมา ใน ค.ศ. 1949 สโมสรมีผู้จัดการทีมคือ อาเทอร์ โรเวย์ ผู้จัดการทีมชาวอังกฤษ และโรเวย์ถือเป็นผู้จัดการทีมที่เข้ามาปฏิวัติแผนการเล่นของทีมให้เน้นเกมรุกเอาใจแฟนๆ ด้วยลีลาการเล่นที่เร้าใจ จนได้รับฉายาว่า The “push and run”  โรเวย์พาสเปอร์เลื่อนชั้นกลับสู่ลีกสูงสุดได้อีกครั้งใน ค.ศ. 1950 และสามารถคว้าแชมป์ลีกสูงสุดได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ในฤดูกาล 1950-51 ต่อมา โรเวย์ได้ลาออกในฤดูกาล 1955 เนื่องจากปัญหาสุขภาพ

สโมสรฟุตบอลทอตนัมฮอตสเปอร์

ยุคทองแห่งความสำเร็จ (1958-1992)

บิล นิโคลสัน ตำนานของทอตนัมฮอตสเปอร์ ได้กลับเข้ามาคุมทีมอีกครั้งใน ค.ศ. 1958 หลังจากเลิกการเล่นฟุตบอลไปแล้ว โดยเขาได้นำสเปอร์ครองแชมป์ดิวิชั่นหนึ่ง 1 สมัย, แชมป์ เอฟเอคัพ 3 สมัย, ลีกคัพ 2 สมัย, เอฟเอคอมมูนิตีชีลด์ 3 สมัย และในระดับบอลถ้วยยุโรปเขาก็นำสเปอร์เป็นแชมป์ ยูฟ่าคัพ (ยูโรปาลีกในปัจจุบัน) 1 สมัย และแชมป์ ยูฟ่าคัพวินเนอร์สคัพ อีก 1 สมัย แต่นิโคลสันได้ถูกปลดจากการทำผลงานย่ำแย่ในฤดูกาล 1974-75 หลังจากยุคของ นิโคลสัน แล้วนั้น สเปอร์ก็ยังเล่นอยู่ในระดับสูงโดยสามารถสู้กับทีมใหญ่ๆได้ โดยในช่วงปี ค.ศ. 1981-82 สเปอร์เป็นแชมป์ เอฟเอคัพ 2 สมัยติดกันในช่วงยุคของ คีธ เบอร์คินชอว์ และเขายังนำสเปอร์ได้แชมป์ ยูฟ่าคัพ เป็นสมัยที่ 2 ใน ค.ศ. 1984 โดยเบอร์คินชอว์สร้างทีมด้วยนักเตะแกนหลักอย่าง เกล็น ฮอดเดิ้ล

ต่อมา เทอร์รี เวนาเบิลส์ อดีตนักฟุตบอลชาวอังกฤษได้เข้ามาคุมทีม ในช่วง ค.ศ. 1987-93 โดยสามารถพาสเปอร์คว้าแชมป์เอฟเอคัพและเอฟเอคอมมูนิตีชีลด์ได้ในฤดูกาล 1990-91 โดยเป็นทีมแรกของอังกฤษที่ได้แชมป์เอฟเอคัพครบ 8 สมัย นักเตะตัวหลักของทีมในยุคนั้นได้แก่ พอล แกสคอยน์ และ แกรี่ ลินิเกอร์ ในช่วงถัดมาตั้งแต่ฤดูกาล 1993-2000 สเปอร์สามารถคว้าแชมป์เพิ่มได้ 1 รายการคือลีกคัพในฤดูกาล 1998-99 ภายใต้การคุมทีมของ จอร์จ เกรแฮม โดยเอาชนะเลสเตอร์ซิตี 1-0

สโมสรฟุตบอลทอตนัมฮอตสเปอร์

ยุคพรีเมียร์ลีก (2000-ปัจุจบัน)

ในช่วงปลายทศวรรษ 90-ต้นทศวรรษ 2000 สเปอร์มีผู้เล่นชื่อดังในทีมหลายราย เช่น เท็ดดี้ เชอริงแฮม, เยือร์เกิน คลีนส์มัน และ ดาวีด ฌีโนลา และเล่นในลีก พรีเมียร์ลีก (ดิวิชั่น 1 เดิม) ได้อย่างมั่นคง โดยมักจะอยู่ในอันดับต้นๆของตาราง ทีมมีผู้จัดการทีมหลายคนเข้ามาคุมทีมในช่วงนั้น เช่น เกล็น ฮอดเดิล, ฌัก ซ็องตีนี, มาร์ติน โยล ในยุคของมาร์ติน โยล สเปอร์มีโอกาสที่จะเข้าไปเล่นยูฟ่าแชมเปี้ยนลีก แต่ก็ทำได้เพียงอันดับ 5 และในปี 2007 ได้มีการปลดมาร์ติน โยล ออกจากตำแหน่งจากผลงานอันย่ำแย่ ทั้งที่ใช้เงินลงทุนมหาศาลรวมถึงการซื้อดาร์เรน เบนท์ มาด้วยค่าตัว 16 ล้านปอนด์ซึ่งเป็นสถิติของสโมสรในขณะนั้น ต่อมา สโมสรได้แต่งตั้ง ฆวนเด รามอส อดีตผู้จัดการทีมหลายสโมสรในลาลิกาเข้ามาคุมทีมก่อนจะพาทีมได้แชมป์ฟุตบอลลีกคัพ ด้วยการชนะ เชลซี 2-1 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ และเป็นการยุติช่วงเวลา 9 ปี ที่ทีมไม่สามารถคว้าถ้วยรางวัลใดได้

อย่างไรก็ตาม ในฤดูกาล 2008-09 รามอสได้ถูกปลดเนื่องจากทำผลงานได้ย่ำแย่ สเปอร์ได้แต่งตั้ง แฮร์รี เรดแนปป์ กุนซือชาวอังกฤษเป็นผู้จัดการทีม เรดแนปป์ได้ซื้อผู้เล่นมาเสิรมทีมหลายคน และสามารถพาทีมเข้าชิงชนะเลิศลีกคัพ พบกับ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ได้ แต่ก็ต้องพ่ายการดวลจุดโทษไป 1-4 และจบเพียงอันดับที่ 8 ในพรีเมียร์ลีก ต่อมา ในฤดูกาล 2009-10 สเปอร์สามารถทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมโดยจบอันดับที่ 4 ได้ไปแข่งขัน ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ฤดูกาล 1961-62 ซึ่งสมัยนั้นยังใช้ชื่อว่ายูโรเปียน คัพ

ฤดูกาล 2010-11 สเปอร์ได้เล่นใน ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก โดยผ่านเข้าถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายก่อนจะแพ้ เรอัลมาดริด และจบอันดับ 5 ในพรีเมียร์ลีก ทีมชุดนั้นยังประกอบไปด้วยผู้เล่นชื่อดัง เช่น แกเร็ท เบล และ ลูกา มอดริช เรดแนปป์ได้ลาทีมในฤดูกาล 2012 เนื่องจากการเจรจาสัญญาฉบับใหม่ที่ไม่ลงตัว โดยต่อมา อังแดร วีลัช-โบอัช และ ทิม เชอร์วู้ด สองผู้จัดการทีมได้เข้ามาคุมทีมในช่วงสั้นๆในฤดูกาล 2012 และ 2013 แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จในรายการใด

เมาริซิโอ โปเชติโน เข้ามารับตำแหน่งใน ค.ศ. 2014 โดยสเปอร์ภายใต้ผู้นำทีมอย่าง แฮร์รี่ เคน กองหน้าคนสำคัญ สามารถคว้ารองแชมป์พรีเมียร์ลีกได้ในฤดูกาล 2016-17 ซึ่งเป็นอันดับที่ดีที่สุดของพวกเขานับตั้งแต่ฤดูกาล 1962-63 ในสมัยฟุตบอลดิวิชั่นหนึ่ง และโปเชติโนยังพาสเปอร์สเข้าชิงชนะเลิศยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกได้เป็นครั้งแรกในฤดูกาล 2018-19 ก่อนจะแพ้ลิเวอร์พูล 0-2 ต่อมาโปเชติโน่ได้ถูกปลดในช่วงกลางฤดูกาล 2019-20 และผู้ที่มารับตำแหน่งต่อคือ โชเซ มูรีนโย ผู้จัดการทีมชื่อดัง แต่มูรีนโยก็ถูกปลดหลังจากคุมทีมไปได้ 17 เดือนจากการทำผลงานย่ำแย่ในฤดูกาล 2020-21 แม้จะสามารถพาทีมเข้าชิงชนะเลิศอีเอฟแอลคัพได้ ไรอัน เมสัน อดีตผู้เล่นของสโมสรได้เข้ามาทำหน้าที่รักษาการจนจบฤดูกาล ปัจจุบันในฤดูกาล 2021-22 สเปอร์มี นูนู อึชปีรีตู ซังตู เป็นผู้จัดการทีม

ตราสัญลักษณ์ของสโมสร

ตราสัญลักษณ์ของสโมสรทอตนัมฮอตสเปอร์เป็นรูปไก่ตัวผู้ที่มีเดือยแหลมคมเหยียบลูกฟุตบอล จึงได้ฉายาในภาษาไทยว่า “ไก่เดือยทอง” ตราสัญลักษณ์นี้มีที่มาจากนัดชิงชนะเลิศเอฟเอคัพในปี 1901 เมื่อแฮร์รี เพอร์ซี ฮอตสเปอร์ บุคคลที่เชื่อกันว่าทางสโมสรได้นำนามสกุลของเขาตั้งขึ้นเป็นชื่อสโมสร ใส่รูปไก่ตัวผู้ลงไปในตราสัญลักษณ์เพื่อให้ผู้เล่นเกิดความฮึกเหิม ต่อมาอีก 8 ปี วิลเลียม เจมส์ สก๊อต อดีตผู้เล่นของสโมสรได้ทำรูปหล่อสำริดไก่ตัวผู้เหยียบลูกฟุตบอลขึ้นมา จึงได้กลายมาเป็นสัญลักษณ์ของสโมสรนับตั้งแต่บัดนั้น

โดยสัญลักษณ์รูปนี้ได้ทำการปรับเปลี่ยนมาหลายครั้งในหลายยุคสมัย โดยในยุคทศวรรษที่ 1920 เป็นรูปลักษณ์ที่เรียบ ๆ ต่อมาสมัยก็มีรูปลูกโลกรวมถึงสิงโตคู่ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของตระกูลนอร์ททัมเบอร์แลนด์ของแฮร์รี ฮอตสเปอร์ ทั้งปราสาทบรูซซึ่งตั้งอยู่ใกล้สนามไวท์ฮาร์ทเลน รวมทั้งต้นไม้ 7 ต้น สื่อถึงเซเวนซิสเตอร์ส์ ย่านหนึ่งในลอนดอนเหนือที่ตั้งของสโมสรด้วย พร้อมคติภาษาละตินที่ว่า “Audere Est Facere” (จงกล้าที่จะทำ) ต่อมาในยุคทศวรรษที่ 1980 ได้ตัดรายละเอียดต่าง ๆ ออกไป เหลือเพียงไก่กับสิงโตและคติภาษาละตินเท่านั้น

โดยสัญลักษณ์แบบปัจจุบันเกิดขึ้นในปี 2006

ตราสัญลักษณ์พิเศษ ในปี 1983

 

1983–2006

 

2006–ปัจจุบัน

สนามแข่งขัน สโมสรฟุตบอลทอตนัมฮอตสเปอร์

ในยุคแรก ทอตนัมฮอตสเปอร์มีสนามประจำสโมสรคือ ทอตนัม มาร์เชส แต่เนื่องจากเกิดปัญหาสงครามขึ้นใน ค.ศ. 1897 สนาม ทอตนัม มาร์เชส ได้ถูกระงับการใช้งานอย่างถาวร โดยสโมสรได้ไปเช่าบริเวณย่าน นอททัมเบอร์แลนด์ และขอเช่าสนาม นอททัมเบอร์แลนด์ พาร์ค เป็นเวลา 8 ปี ก่อนที่จะย้ายไปยังสนาม ไวต์ฮาร์ตเลน ใน ค.ศ. 1899 โดยสนามแห่งนี้มีความจุทั้งหมด 36,230 ที่นั่ง และยังได้รับเลือกให้เป็นสนามฟุตบอลที่มีความสะอาดและอุดุมสมบูรณ์ที่สุดในประเทศอังกฤษ โดยสนามมีพื้นที่เป็นพื้นหญ้ามีความยาว 100 เมตร ความกว้าง 67 เมตร ออกแบบโดยสถาปนิกชื่อ อาชิบัลด์ ลีตช์ ชาวสกอตแลนด์ และสโมสรได้ใช้สนามแห่งนี้เรื่อยมายาวนานจนถึงช่วงต้นทศวรรษที่ 2000 ผู้บริหารจึงมีแนวคิดที่จะสร้างสนามแห่งใหม่เพื่อรองรับแฟนบอลในกรุงลอนดอนที่เพิ่มจำนวนขึ้นทุกฤดูกาล โดยมีความพยายามที่จะย้ายสนามใหม่ตั้งแต่ ค.ศ.2001 โดยจะย้ายไปยังสนามกีฬาในเขตพิคเกตส์ล็อก ที่มีความจุ 43,000 คน แต่ไม่ได้รับอนุมัติจากนายกเทศมนตรีกรุงลอนดอนเนื่องจากสภาพการจราจรที่แออัด และในช่วงหลายปีถัดมาก็ได้มีการหาวิธีที่จะย้ายสนามมากมายรวมไปถึงการย้ายไปยังสนามกีฬาเวมบลีย์ ใน ค.ศ. 2007 แต่ก็ไม่เกิดขึ้น

ในเดือนตุลาคม ค.ศ. 2008 สโมสรประกาศแผนการสร้างสนามกีฬาแห่งใหม่ทันทีทางทิศเหนือแทนที่สนามกีฬาไวท์ฮาร์ทเลน เนื่องจากผู้บริหารของสเปอร์ต้องการเพิ่มความจุและความทันสมัยให้แก่แฟนบอล โดยทางใต้ของสนามใหม่จะมีเนื่อที่ครึ่งหนึ่งทับซ้อนกันกับทางตอนเหนือของเดอะเลน โครงการดังกล่าวมีชื่อว่า “นอร์ธัมเบอร์แลนด์” สโมสรเริ่มดำเนินการในเดือนตุลาคม 2009 แต่หลังจากปัญหาต่างๆทั้งด้านทำเลที่ตั้งและเรื่องค่าใช้จ่าย สโมสรก็ถูกเพิกถอนโครงการชั่วคราว อย่างไรก็ตามผู้บริหารสเปอร์ได้เสนอแผนงานใหม่อีกครั้งโดยมีการเสนอแผนไปที่องค์การอนุรักษ์แห่งอังกฤษและเลขานุการของรัฐบาล โดยบอริส จอห์นสัน นายกเทศมนตรีกรุงลอนดอนในขณะนั้นได้อนุมัติแผนดังกล่าวในวันที่ 25 พฤศจิกายน ค.ศ. 2010 และต่อมาในวันที่ 20 กันยายน 2011 ได้มีการอนุมัติโครงการพัฒนานอร์ธัมเบอร์แลนด์ อย่างเป็นทางการ

ใน ค.ศ. 2011 ระหว่างการดำเนินการโครงการ นอร์ธัมเบอร์แลนด์ ผู้บริหารของสเปอร์มีแนวคิดที่จะย้ายไปยังสนามกีฬาโอลิมปิกลอนดอน ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อการแข่งขันโอลิมปิกฤดูร้อน ค.ศ. 2012 และในปีเดียวกัน ได้มีการยื่นข้อเสนอขอใช้สนามกีฬาโอลิมปิกจากสองสโมสรคือสเปอร์กับเวสต์แฮมยูไนเต็ด โดยสเปอร์ได้ชนะในการเสนอราคาครั้งแรก แต่ได้ตัดสินใจถอนตัวในภายหลังเนื่องจากค่าใช้จ่ายที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้เวสต์แฮมยูไนเต็ดได้ใช้สนามกีฬาโอลิมปิกลอนดอนแทนด้วยสัญญา 99 ปี และสเปอร์จึงกลับไปพัฒนาโครงการนอร์ธัมเบอร์แลนด์ต่อ

ภายหลังจากความล่าช้าในการเจรจาข้อตกลงต่างๆ ในที่สุด การก่อสร้างสนามแห่งใหม่ได้เริ่มขึ้นในปี 2016 และสนามกีฬาแห่งใหม่มีกำหนดเปิดในช่วงฤดูกาล 2018–19 ขณะที่กำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง เกมในบ้านของสเปอร์ทั้งหมดในฤดูกาล 2017–18 ได้ย้ายไปเล่นที่สนามกีฬาเวมบลีย์ หลังจากการทดสอบระบบที่ประสบความสำเร็จสองครั้ง ทอตนัมฮอตสเปอร์ ได้ย้ายเข้าสู่สนามใหม่อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 3 เมษายน 2019 ในการแข่งขันพรีเมียร์ลีกกับคริสตัล พาเลซ ซึ่งสเปอร์ชนะ 2–0 สนามกีฬาแห่งใหม่นี้มีชื่อว่า สนามกีฬาทอตนัมฮอตสเปอร์ และเป็นบ้านหลังใหม่ของทีมสเปอร์มาถึงปัจจุบัน

แฟนคลับและความนิยม 

สโมสรฟุตบอลทอตนัมฮอตสเปอร์สเปอร์เป็นสโมสรเก่าแก่ที่มีผู้ติดตามมายาวนาน และมีฐานแฟนคลับที่ใหญ่ในกรุงลอนดอน พวกเขาเคยมียอดผู้ชมเกมในสนามเฉลี่ยมากทีสุดในประเทศในช่วง ค.ศ. 1950-62 และมียอดจำหน่ายบัตรเข้าชมมากที่สุดเป็นอันดับ 9 ของพรีเมียร์ลีกประจำฤดูกาล 2008-09 และสเปอร์เป็นหนึ่งในสโมสรที่มีผู้ติดตามมากที่สุดในโลกจากทุกทวีป แฟนคลับรุ่นบุกเบิกของสโมสรมีชื่อเรียกว่า “ยิดอาร์มี” (Yid Army) ซึ่งหมายถึงชาวยิว เนื่องจากแฟนคลับแต่ดั้งเดิมของสโมสรเป็นชาวยิวที่ตั้งรกรากในกรุงลอนดอนตอนเหนือ แฟนฟุตบอลที่มีชื่อเสียงของสเปอร์ได้แก่ เจสซี เจ นักร้องชื่อดังชาวอังกฤษ และ เจ. เค. โรว์ลิง นักเขียนนวนิยาย

สเปอร์มีเพลงประจำสโมสรที่แฟนๆมักร้องเชียร์ในสนามคือ “Glory Glory Tottenham Hotspur” เริ่มใช้ครั้งแรกใน ค.ศ. 1961 ภายหลังจากที่ทีมคว้าดับเบิลแชมป์ได้ในฤดูกาลดังกล่าว และได้ไปแข่งขันฟุตบอลยุโรปเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร

สโมสรคู่อริ สโมสรฟุตบอลทอตนัมฮอตสเปอร์

ทอตนัมฮอตสเปอร์ เป็นคู่แข่งโดยตรงกับอาร์เซนอล ซึ่งตั้งอยู่ในย่านลอนดอนเหนือด้วยกัน โดยการแข่งขันระหว่างสองทีมเรียกว่า ดาร์บีลอนดอนเหนือ โดยมีจุดเริ่มต้นมาจากการย้ายจากลอนดอนตะวันออก มายังลอนดอนเหนือของอาร์เซนอลใน ค.ศ. 1913 โดยแต่เดิมนั้น สเปอร์เป็นสโมสรเดียวที่ตั้งอยู่ในย่านลอนดอนเหนือ พวกเขาเปรียบเสมือนความภาคภูมิใจและเป็นสโมสรตัวแทนของคนในย่านนี้ การย้ายมาของอาร์เซนอลจึงเปรียบเสมือนการมาแย่งพื้นที่และฐานแฟนคลับของสเปอร์ ยิ่งไปกว่านั้น จากการมีมติเพิ่มจำนวนทีมในลีกสูงสุดจากเดิม 20 ทีม เป็น 22 ทีมในฤดูกาล 1919-20 โดยสมาคมฟุตบอลอังกฤษได้ให้สิทธิ์ทีมอันดับ 1 และ 2 จากดิวิชั่นสองเลื่อนชั้นขึ้นมาโดยอัตโนมัติ (ดาร์บีเคาน์ตี และ เพรสตันนอร์ทเอนด์) และในโควตาทีมสุดท้ายนั้น สมาชิกสมาคมได้โหวตเลือกให้อาร์เซนอลซึ่งอยู่ในดิวิชั่น 2 เลื่อนชั้นขึ้นมาในลีกสูงสุด (ดิวิชั่น 1) และให้สเปอร์ซึ่งได้อันดับ 20 ในดิวิชั่น 1 ตกชั้นไปเล่นดิวิชั่น 2 แทน ถือเป็นเหตุการณ์สำคัญครั้งประวัติศาสตร์ที่สร้างความโกรธแค้นให้แก่สเปอร์และทำให้ความเป็นอริกันของสองสโมสรทวีความรุนแรงมาจนถึงทุกวันนี้

สโมสรในลอนดอนอื่นๆที่เป็นคู่แข่งกับสเปอร์ได้แก่ เชลซี และ เวสต์แฮม แต่ความเป็นอริและบรรยากาศการเผชิญหน้ากันทุกครั้งนั้นไม่ดุเดือดเท่าการพบกับอาร์เซนอล

 

 

About the Author

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

You may also like these

PowerFul By Rufeo