สุดเจ็บปวด”ลา ลีกา”อ่อนแอลงในบรรดาลีกใหญ่ทั่วโลก

สุดเจ็บปวด”ลา ลีกา”อ่อนแอลงในบรรดาลีกใหญ่ทั่วโลก

 

สุดเจ็บปวด"ลา ลีกา"อ่อนแอลงในบรรดาลีกใหญ่ทั่วโลก

 

สุดเจ็บปวด”ลา ลีกา”อ่อนแอลงในบรรดาลีกใหญ่ทั่วโลก

 

ลิโอเนล เมสซี่ ออกจากบาร์เซโลน่า, ซื้อนักเตะค่าตัวสูงสุด 35 ล้านยูโร, สโมสรติดหนี้รวม 1,704 ล้านยูโร และขาดทุน 959 ล้านยูโร นี่ คือเหตุการณ์ และ ข่าวคราว ทั้งหมด ที่ ถูกเปิดเผยออกมา ใน ช่วงหน้าร้อนปี 2021 อัน แสดงให้เห็นถึงขาลงของลา ลีกา ซึ่ง ครั้งหนึ่งเคย เป็น คู่แข่ง ที่ สูสี ของ พรีเมียร์ลีก แต่วันนี้กลับมีแต่ปัญหา และ สงครามระหว่างคนภายใน วงการฟุตบอลสเปน ไม่จบไม่สิ้น

สิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน แสดงให้ เห็นถึง โครงสร้าง ลา ลีกา ที่ ไม่แข็งแรง และ อ่อนแอลง ไป ใน ช่วงหลายปีหลัง Main Stand จะพาคุณไป ดู สาเหตุ ของ ปัญหาที่เกิดขึ้น ตั้งแต่จุดเริ่มต้น จากค่าลิขสิทธิ์ ถ่ายทอดสด ที่ ไม่เท่าเทียม จน การแข่งขัน ไม่ดึดดูดนักลงทุนต่างชาติ และ การใช้เงินเกินตัว ที่ กลับมา ทำร้ายสโมสรยักษ์ใหญ่ ใน ช่วงวิกฤตโควิด-19

 

ปัญหาจากการแบ่งรายได้จากค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด

 

เมื่อกล่าว ถึง โครงสร้าง ของ ลา ลีกา เรื่องแรกที่จำเป็นต้องพูดถึงคือ “การแบ่งรายได้จากค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด” ซึ่ง เป็นปัญหาเรื้อรัง ในลีก มา อย่างยาวนาน และอาจกล่าวได้ว่า เป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาทั้งหมดที่เราเห็นในปัจจุบัน

 

ย้อนกลับไปยังปี 2011 หลังความสำเร็จสะท้านโลกของบาร์เซโลน่า และ ลิโอเนล เมสซี่ รวมถึงการย้ายเข้ามาสู่ เรอัล มาดริด ของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ซูเปอร์สตาร์แห่งวงการลูกหนัง ฟุตบอล

ลีกสูงสุดของสเปน กลายเป็นการแข่งขันกีฬาที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก แต่เมื่อมองลึกไปยังรายรับรวมของลีก กลับ มีรายได้ส่วนหนึ่ง ที่แทบไม่เพิ่มขึ้นเลย นั่นคือ ค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด

 

แตกต่างจาก พรีเมียร์ลีก ที่ปรับตัวเป็นธุรกิจกีฬามาตั้งแต่ปี 1992 และ มอบสิทธิ์ให้องค์กรส่วนกลาง หรือ ผู้จัดการแข่งขัน ดูแล ผลประโยชน์ทั้งหมดของลีก (ประยุกต์มาจากโมเดลลีกกีฬาในสหรัฐอเมริกา) ลา ลีกา ยังคงเชื่อว่าฝ่ายจัดการแข่งขัน มีหน้า ที่ เพียงควบคุม การแข่งขัน ส่วนเรื่องธุรกิจ เป็นหน้าที่ ของแต่ ละสโมสรต้องจัดการกันเอง

 

การเจรจา เพื่อผลประโยชน์ จาก ค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด ก็ เช่นเดียวกัน แต่ ละสโมสร ในสเปน ต่างส่ง ตัวแทน ไป พูดคุย กับ ช่องโทรทัศน์ต่าง ๆ ทีมไหน มี ความน่าสนใจมาก มีแฟนบอลอยากดูเยอะ ย่อมได้สัญญาก้อนโต แต่ทีมไหนแฟนบอลน้อย ก็จะได้ สัญญา ที่มี มูลค่า แตกต่าง จากทีมใหญ่มาก ทั้งที่ลงแข่ง 38 เกมเท่ากัน

 

เรอัล มาดริด และ บาร์เซโลน่า จึง ถือเป็น เสือนอนกิน จากการ จัด การ ค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด ในรูปแบบ ดังกล่าว ก่อนจะมีการปรับระบบเหมือนในปัจจุบัน ทั้งสองทีมฟันเงินทีมละ 140 ล้านยูโร

จากค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดในแต่ละฤดูกาล โดยไม่ต้องสนใจว่ารายได้รวมของทั้งลีกจะมากน้อยแค่ไหน

 

นั่นจึงทำให้ เรอัล มาดริด และ บาร์เซโลน่า ร่วมกันการันตีส่วนแบ่ง 280 ล้านยูโร จาก ค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด ทั้งหมด ใน ลาลีกา โดยในฤดูกาล 2014-15 ที่รายได้รวมส่วนนี้อยู่ที่ 855 ล้านยูโร

เท่ากับว่า ส่วน แบ่ง ค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดราว 32 เปอร์เซ็นต์ ถูกมอบให้กับ 2 สโมสร ส่วนอีก 68 เปอร์เซ็นต์ ถูกหารให้กับอีก 18 ทีมที่เหลือ

 

นี่คือ ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ที่เกิดขึ้นใน ลา ลีกา เห็นได้ชัดจากทีมอันดับสามอย่าง แอตเลติโก มาดริด ที่ได้รับส่วนแบ่ง จากค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด ใน ฤดูกาล 2015-16 เพียง 69 ล้านยูโร

หรือ ไม่ถึงครึ่งหนึ่งของเรอัล มาดริด และ บาร์เซโลน่า ส่วน ลาส พัลมาส ซึ่งจบที่อันดับ 11 ของฤดูกาล แต่เป็นโชคร้าย ที่น้องใหม่ ที่เพิ่งขึ้นสู่ลีกสูงสุด ครั้งแรก ในรอบ 14 ปี ได้รับ ส่วนแบ่ง ค่า

ลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด ในซีซั่น ดังกล่าว ไปเพียง 28 ล้านยูโร

 

ความเปลี่ยนแปลง ตรงนี้ กลายเป็นดาบสองคม ของ ลา ลีกา ทางหนึ่งมัน สร้างความเท่าเทียม ในลีก ขึ้นอย่างชัดเจน แต่อีกทาง การแบ่งค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดตรงนี้ กลับทำลายความ

แข็งแกร่งทางการเงินของสองทีมใหญ่ ซึ่งเป็นหัวหอกของฟุตบอลสเปนในการเจาะตลาดโลก หากย้อน กลับไป ยังปี 2012 ที่ เรอัล มาดริด และ บาร์เซโลน่า กวาดเงินไปทีมละ 140 ล้านยูโร

บรรดา Big 6 ในพรีเมียร์ลีก มีรายได้ จาก ค่าลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดเพียงราว ๆ 80-70 ล้านยูโร หมายความว่า บางทีม มียอดตามหลังยักษ์ใหญ่ จาก สเปนเกือบครึ่ง แต่เมื่อเวลาผ่านไปจนถึงปี

2018 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีรายได้จากค่าลิขสิทธิ์ถึง 149 ล้านปอนด์ หรือราว 173 ล้านยูโร แซงหน้าสองทีมจาก ลา ลีกา เป็นที่เรียบร้อย

About the Author

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

You may also like these

PowerFul By Rufeo