สารัช อยู่เย็น

สารัช อยู่เย็น

สารัช อยู่เย็น

สารัช อยู่เย็น

สารัช อยู่เย็น

 

เกิดเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2535 ที่จังหวัดสมุทรปราการ เริ่มเข้าเรียนชั้นอนุบาลที่โรงเรียนอนุบาลเจริญพงษ์

จ.สมุทรปราการ ก่อนที่จะย้ายเข้าไปเรียนที่โรงเรียนอัสสัมชัญสมุทรปราการในระดับชั้นประถมศึกษา

จากนั้นได้เข้าศึกษาต่อในระดับมัธยมศึกษาตอนต้นที่โรงเรียนอัสสัมชัญนครราชสีมา 

และศึกษาต่อระดับมัธยมศึกษา ตอนปลาย ที่โรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี 

ก่อนจะศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีที่คณะสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

สารัชเริ่มเล่นฟุตบอลมาตั้งแต่อายุ 7 ขวบ โดยเล่นเพื่อความสนุกสนานกับคุณพ่อและเพื่อนๆ

และได้ตามไปดูคุณพ่อเล่นฟุตบอลบ่อยครั้งจนทำให้เขาเริ่มลงสนามฝึกซ้อมอย่างจริงจังตอนอายุ 10 ขวบ

ขณะเรียนอยู่ชั้น ป.5 ที่โรงเรียนอัสสัมชัญสมุทรปราการ โดยมีมาสเซอร์ นฤพล มาฬมงคล เป็นโค้ชคนแรก

เส้นทางฟุตบอลอาชีพของเขานั้นเริ่มต้นขึ้นขณะที่เรียนชั้น ม.6

ช่วงใกล้ที่จะเรียนจะจบได้มีโอกาสเข้ามาเป็นนักเตะเยาวชนของสโมสรฟุตบอลเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด

เงินเดือนที่ได้รับครั้งแรกกับอาชีพนักฟุตบอลคือ 15,000 บาท

ซึ่งในช่วงระยะเวลาที่เขาเป็นเด็กเยาวชนของสโมสรเมืองทองนั้นได้ถูกคาดหวังจากทางสตาฟ

โค้ชว่าจะได้เป็นกำลังหลักของสโมสรเมืองทองในภายภาคหน้าด้วยเหตุผลนี้ทำให้ทางสโมสรเอสซีจีเมืองทอง ยูไนเต็ด ส่งตัวเจ้าตังไปเก็บประสบการณ์กับทีมต่างๆอาทิเช่น ภูเก็ต เอฟซี

และนครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ในที่สุดเขาก็กลับมาเป็นตัวหลักให้สโมสรเอสซีจีเมืองทอง ยูไนเต็ด ได้อย่างดีเยี่ยม

ชื่อเล่นว่า ตัง เกิดเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2535 ที่จังหวัดสมุทรปราการ

เริ่มเข้าเรียนชั้นอนุบาลที่โรงเรียนอนุบาลเจริญพงษ์ จ.สมุทรปราการ

ก่อนที่จะย้ายเข้าไปเรียนที่โรงเรียนอัสสัมชัญสมุทรปราการในระดับชั้นประถมศึกษา

จากนั้นได้เข้าศึกษาต่อในระดับมัธยมศึกษาตอนต้นที่โรงเรียนอัสสัมชัญนครราชสีมา

และศึกษาต่อระดับมัธยมศึกษาตอนปลายที่โรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี

ก่อนจะศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีที่คณะสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

สารัชเริ่มเล่นฟุตบอลมาตั้งแต่อายุ 7 ขวบ โดยเล่นเพื่อความสนุกสนานกับคุณพ่อและเพื่อนๆ

และได้ตามไปดูคุณพ่อเล่นฟุตบอลบ่อยครั้งจนทำให้เขาเริ่มลงสนามฝึกซ้อมอย่างจริงจังตอนอายุ 10 ขวบ

ขณะเรียนอยู่ชั้น ป.5 ที่โรงเรียนอัสสัมชัญสมุทรปราการ โดยมีมาสเซอร์ นฤพล มาฬมงคล เป็นโค้ชคนแรก

เส้นทางฟุตบอลอาชีพของเขานั้นเริ่มต้นขึ้นขณะที่เรียนชั้น ม.6

ช่วงใกล้ที่จะเรียนจะจบได้มีโอกาสเข้ามาเป็นนักเตะเยาวชนของสโมสรฟุตบอลเอสซีจี

เมืองทอง ยูไนเต็ด เงินเดือนที่ได้รับครั้งแรกกับอาชีพนักฟุตบอลคือ 15,000 บาท

ซึ่งในช่วงระยะเวลาที่เขาเป็นเด็กเยาวชนของสโมสรเมืองทอง

นั้นได้ถูกคาดหวังจากทางสตาฟโค้ชว่าจะได้เป็นกำลังหลักของสโมสรเมืองทองในภายภาคหน้าด้วยเหตุผลนี้ทำให้ทางสโมสรเอสซีจีเมืองทอง ยูไนเต็ด ส่งตัวเจ้าตังไปเก็บประสบการณ์กับทีมต่างๆอาทิเช่น ภูเก็ต เอฟซี และนครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ในที่สุดเขาก็กลับมาเป็นตัวหลักให้สโมสรเอสซีจีเมืองทอง ยูไนเต็ด ได้อย่างดีเยี่ยม

ในนามทีมชาติ สารัช อยู่เย็น ได้ติดทีมชาติไทยในชุดเยาวชนทุกชุด และเข้าสู่อายุ 19 ปี สารัชก็ติดทีมชาติไทยชุดซีเกมส์ ครั้งที่ 26 ที่ประเทศอินโดนีเซีย

ในขณะที่ถูกยืมตัวไปเป็นผู้เล่นให้กับสโมสรฟุตบอลจังหวัดภูเก็ต โดยมีประพล พงษ์พานิช เป็นผู้ควบคุมทีมชาติในขณะนั้น ผลงานของสารัชในนามทีมชาติไทยมีชื่อติดเรื่อยมา จนปี ค.ศ. 2013 ก็สามารถคว้าแชมป์ฟุตบอล แม่โขง คัพ แต่สารัชไม่มีชื่อติดในทีมชาติไทยชุดซีเกมส์ 2013 ที่ประเทศเมียนมาร์ และ

ในปีนั้นสารัชได้สร้างผลงานให้กับสโมสรฟุตบอลนครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ได้อย่างยอดเยี่ยมจนเป็นที่รักใคร่ของแฟนบอลชาวนครราชสีมา

ต่อมาในปี ค.ศ. 2014 สารัชเข้าสู่ทีมชาติไทยชุดเอเชียนเกมส์ 2014 ที่เมืองอินชอน ประเทศเกาหลีใต้ หลังจากมีผลงานที่ดีกับสโมสรฟุตบอลเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด จน เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เรียกเข้าไปติดทีมชาติและได้พาทีมชาติไทยสร้างประวัติศาสตร์เข้าสู่รอบสี่ทีมสุดท้ายอีกครั้ง

 

และในปลายปี ค.ศ. 2014 ในการแข่งขันเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2014 สารัช อยู่เย็น ก็ร่วมเป็นหนึ่งในทีมชาติสามารถคว้ารางวัลชนะเลิศมาได้

โดยเขาเคยกล่าวไว้ว่า

 

จุดสูงสุดของการค้าแข้งของผมอยากจะเป็นตัวหลักของทีมชาติไทย และสโมสรใหญ่ๆให้ได้นานที่สุดครับ สโมสรฟุตบอลต่างประเทศที่ชอบมากคือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผมมีไอดอลในการเล่นบอล คือ พอล สโคลส์ ซึ่งเขาเล่นอยู่ที่นั้น

 

ในวงการลูกหนังของไทย คงไม่มีใครไม่รู้จักหนุ่มมากความสามารถคนนี้ แม้แต่คนที่ไม่ได้ติดตามข่าวสารด้านกีฬาเลย ก็น่าจะพอได้ยินชื่อนี้ผ่านหูมาบ้าง เพราะเขาเป็นนักเตะขวัญใจชาวไทย ที่สร้างชื่อเสียงให้บ้านเราค่อนข้างมากทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นการพาทีมชาติไทยไปแสดงฝีไม้ลายมือตามการแข่งขันนัดต่างๆ หรือการได้มีส่วนร่วมเป็นกองกลางให้กับลิเวอร์พูล ทีมหงส์แดงในตำนาน ซึ่งไม่ใช่โอกาสที่หาได้ง่ายนัก

ป็นคนสมุทรปราการโดยกำเนิด แม้จะเป็นเด็กตัวเล็ก แต่ก็มีความสนใจในกีฬาฟุตบอลมาตั้งแต่เด็ก ในช่วงอายุประมาณ 7 ปี ที่พอจะเข้าใจกฎกติกาการเล่นฟุตบอลแล้ว เขาก็ทำกิจกรรมนี้กับเพื่อนๆ และครอบครัวเป็นประจำ สร้างความสนุกสนานเพลิดเพลินไปพร้อมกับการเสริมสร้างความแข็งแรงของร่างกาย ทีแรกก็คิดว่าความชอบนี้อาจจะเปลี่ยนแปลงไปเมื่อเขาเติบโตขึ้น แต่ยิ่งนานวันก็ดูจะหลงใหลในกีฬาประเภทนี้มากขึ้นเรื่อยๆ

ก้าวแรกที่นับว่าเป็นจุดเริ่มต้นของนักเตะแข้งทองจริงๆ คือช่วงอายุประมาณ 10 ขวบ สารัช เรียนอยู่ที่อัสสัมชัญสมุทรปราการ ก็ได้คุณนฤพล มาฬมงคลเป็นโค้ชในการฝึกซ้อมฟุตบอล ก็เรียกว่าได้ปูพื้นทักษะกันตั้งแต่เด็ก ทำให้มีความเชี่ยวชาญและต่อยอดได้ง่ายเมื่อโตขึ้น เขาเข้าสู่เส้นทางของนักบอลอาชีพในตอนที่อยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่เด็กหลายคนต้องคิดแล้วว่า ความถนัดของตัวเองคืออะไร ความฝันคืออะไร และจะไปทางไหนถึงจะตรงใจมากที่สุด

ทางฝั่งของ สารัช ก็ตัดสินใจได้ทันที แล้วเข้ามาคัดเลือกเพื่อเป็นนักเตะของสโมสรเยาวชน เมืองทอง ยูไนเต็ด ซึ่งก็ทำให้มีรายได้ในระดับที่ดีที่เดียว เมื่อเทียบกับเด็กรุ่นราวคราวเดียวกัน จุดน่าสนใจอยู่ตรงที่ หลังจากได้เข้าไปเป็นสมาชิกคนหนึ่งในสโมสรแล้ว ผู้ใหญ่ต่างตั้งความคาดหวังในตัวของสารัชค่อนข้างมาก กระทั่งส่งตัวให้ไปฝึกซ้อมพร้อมเก็บประสบการณ์ในด้านต่างๆ ที่จะเป็นประโยชน์ต่อการเล่นฟุตบอล เช่น เข้าไปเป็นนักเตะให้กับทีมอื่น เป็นต้น เมื่อถึงเวลาเหมาะสม ก็ได้กลับมาเป็นตัวหลักของทีมเมืองทองเหมือนเดิม

สิ่งหนึ่งที่ทำให้เกิดความคาดหวัง น่าจะเป็นเพราะพื้นฐานการเล่น และแววที่โดดเด่นจากคนอื่นๆ หลายคนอาจเรียกว่าพรสวรรค์ แต่ถ้าสังเกตดูให้ดี สารัชต้องผ่านการฝึกซ้อมอย่างหนักมาตั้งแต่เด็ก ไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมเขาถึงเลือกใช้ทักษะที่มีพร้อมกับพลิกแพลงได้อย่างน่าสนใจ องค์ประกอบทั้งหมด ส่งสารัชให้ติดทีมชาติในซีเกมส์ครั้งที่ 26 ตอนนั้นจัดเกมการแข่งขันขึ้นที่ประเทศอินโดนีเซีย ถือว่าเป็นการเปิดตัวให้โลกได้เห็นฝีมืออย่างเป็นทางการ

หลังจากนั้นก็ตระเวนแข่งขันและคว้าถ้วยรางวัลมาให้กับทีมแบบนับไม่ถ้วน นอกจากลีลาที่ไม่ธรรมดาแล้ว รูปร่างหน้าตาก็มีเสน่ห์ สารัช จึงเป็นที่รักของเหล่าแฟนบอลตลอดมา ในปัจจุบันเขาก็ขยายตัวเองไปสู่วงการอื่นๆ ด้วย คาดว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะการดูแลครอบครัวที่ใหญ่ขึ้น จากนักเตะไฟแรงกลายเป็นคุณพ่อ แล้วลูกน้อยก็พึ่งลืมตาดูโลกมาได้ไม่นานเท่าไร ยังต้องมีภาระค่าใช้จ่ายอีกมาก จะตระเวนไปทัวร์แข่งขันเพียงอย่างเดียว ก็คงจะเริ่มคิดถึงลูก และ ภรรยากันแล้ว เขาจึงปรับตัวด้วยการสร้างธุรกิจส่วนตัวเสริมขึ้นมา จากประสบการณ์ที่ผ่านมาแล้วทั้งรุ่ง ทั้งร่วง ก็น่าจะนำมาปรับใช้กับวงการธุรกิจได้อย่างดีทีเดียว ก็หวังว่าสารัชจะไม่หายหน้าไปจากวงการเพื่อเป็นนักธุรกิจเต็มตัว ไม่อย่างนั้นแฟนบอลคงคิดถึงกันแย่แน่ๆ แต่ไม่ว่าบทบาทไหนก็คิดว่าสารัชน่าจะได้ดีเหมือนเช่นเคย

เกียรติประวัติ

สโมสร

เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด

-ไทยลีก (2): 2555, 2559
-ไทยลีกคัพ (2): 2559, 2560
-ไทยแลนด์แชมเปียนส์คัพ (1): 2560
-แม่โขงคลับแชมเปียนชิพ (1): 2560

บีจี ปทุม ยูไนเต็ด

-ไทยลีก (1): 2563–64

ทีมชาติ

รุ่นอายุไม่เกิน 16 ปี

-ฟุตบอลอาเซียนชิงแชมป์เยาวชนอายุไม่เกิน 16 ปี (1): 2550

รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี

-ฟุตบอลอาเซียนชิงแชมป์เยาวชนอายุไม่เกิน 19 ปี (1): 2552

รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี

-ซีเกมส์ Med 1.png เหรียญทอง (1): 2558
-บีไอดีซีคัพ (กัมพูชา) (1): 2556

ไทย

-ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน (2): 2557, 2559
-ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ (1): 2559

 

 

About the Author

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

You may also like these

PowerFul By Rufeo