ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย โค้ชและครูของนักฟุตบอล

ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย โค้ชและครูของนักฟุตบอล

ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย โค้ชและครูของนักฟุตบอล

ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย โค้ชและครูของนักฟุตบอล

ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย โค้ชและครูของนักฟุตบอล

ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อเต็ม ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย
วันเกิด 29 มีนาคม ค.ศ. 1969 (52 ปี)
สถานที่เกิด มหาสารคาม ประเทศไทย
ส่วนสูง 1.71 ม. (5 ฟุต 7 12 นิ้ว)
ตำแหน่ง กองกลาง
สโมสรอาชีพ*
ปี ทีม ลงเล่น (ประตู)
1988–1997 โอสถสภา
ทีมชาติ
ไทย
จัดการทีม
1998–2015 โอสถสภา (เยาวชน)
2016–2017 ไทยฮอนด้า
2017–2019 ทีมชาติไทย (ผู้ช่วย)
2019 ทีมชาติไทย
2019–2020 ขอนแก่น
2020–2021 บีจี ปทุม ยูไนเต็ด (เยาวชน)
2021 อุดรธานี
* นัดที่ลงเล่นและประตูที่ยิงให้แก่สโมสรเฉพาะลีกในประเทศเท่านั้น

ผู้เล่นแบ็กซ้ายทีมการท่าเรือชุดปัจจุบันอย่าง “แม็ก” จตุรพัช สัทธรรม ยังคงจำได้ดีถึงเหตุการณ์ในวันที่เขาได้พบกับ “ โค้ชโต่ย ” ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย เป็นครั้งแรก

วันนั้นเด็กชายวัย 12 ปี ถูกเพื่อนรุ่นพี่ที่ จ. ระยอง ชักชวนให้เดินทางเข้ากรุงเทพฯ ไปทดสอบฝีเท้าเพื่อเข้าโรงเรียนประเทืองทิพย์วิทยา

ตอนแรกจตุรพัชไม่ตั้งใจจะคัดตัวด้วย คิดแค่มากับเพื่อนเท่านั้น แต่เป็นโค้ชโต่ยที่เห็นแววของเขาขณะเตะบอลเล่นในสนามหญ้า เลยบอกให้ลงไปคัดตัว

จากนั้นตกลงรับจตุรพัชเข้ามาอยู่ในแคมป์ฝึกหัดนักเตะเยาวชนที่ตนดูแล นับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตจตุรพัท ทำให้เขาได้เข้ามาเรียนหนังสือในกรุงเทพฯ

ผ่านการขัดเกลาฝีเท้าโดยโค้ชโต่ย กระทั่งกลายเป็น นักฟุตบอลอาชีพ ที่มีดีกรีทีมชาติอย่างทุกวันนี้

 

แฟนบอลไทยอาจรู้จักชื่อเสียงโค้ชโต่ยจากการเป็นเฮดโค้ชทีมชาติไทย ซึ่งเข้ารับงานแทนที่ มิโลวาน ราเยวัช ที่ถูกปลดออกไป

แล้วทำผลงานยอดเยี่ยม สามารถพาทีมชาติไทยเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายเอเชียนคัพได้ในรอบ 47 ปี

รวมถึงการเป็นผู้จัดการทีมฟุตบอลอย่างสโมสรไทยฮอนด้า ลาดกระบัง เอฟซี

แต่หลายคนอาจไม่รู้ว่า ที่ผ่านมาโค้ชโต่ยยังทุ่มเทให้กับการฝึกสอนและทำทีมฟุตบอลเยาวชน สวมบทบาทเป็นทั้ง “ครูและโค้ช” ขัดเกลาและปลุกปั้นเด็กๆ

ให้กลายเป็นนักฟุตบอลอาชีพมานักต่อนัก

โค้ชโต่ยเริ่มเล่นฟุตบอลอาชีพกับโอสถสภาเป็นทีมแรกและทีมเดียวจวบจนแขวนสตั๊ด ก่อนผันตัวมาเป็นทีมงานสตาฟโค้ช

“ผมอยู่กับโอสถสภาฯ ตั้งแต่ ม.6 ทั้งเล่นฟุตบอลและทำงานด้วยก็ 22 ปี ผมได้เป็นโค้ชเยาวชนของโอสถสภา เขาให้โอกาสผมสร้างเด็ก พัฒนาเยาวชน แล้วพอมีเหตุการณ์ยุบทีม แต่ตัวผมเองต้องเดินต่อ เราจะทิ้งเด็กไม่ได้ ผมเลยคุยกับน้องที่เป็นโค้ชด้วยกันว่าตรงนี้พี่จะทำต่อ จะคุยกับผู้หลักผู้ใหญ่ของโอสถสภาว่าจะขอเช่าสนามของทีมเพื่อทำอะคาเดมีสอนฟุตบอลให้เด็กๆ”

 

นับเป็นจุดเริ่มต้นที่โค้ชโต่ยได้ใช้สถานที่สนามฟุตบอลของโอสถสภาย่านสายไหม ปรับปรุงให้เป็น “เอส เอส อะคาเดมี” เปิดสอนฟุตบอลให้กับเด็กๆ

ที่มีความฝันอยากเป็นนักฟุตบอลอาชีพ หรือคนที่มุ่งใช้ทักษะฟุตบอลเบิกทางไปสู่การศึกษาที่สูงขึ้น

“แนวทางของเราก็คือ พัฒนาเด็กไปสู่ความเป็นเลิศและนักเตะอาชีพ เท่าที่ผ่านมามีเด็กๆ หลายคนจากที่นี่สามารถต่อยอดและเป็นนักเตะอาชีพได้”

โค้ชโต่ยเผยอะคาเดมีฟุตบอลแห่งนี้รับเด็กตั้งแต่รุ่นอายุ 12-18 ปี แน่นอนว่าหลายคนมุ่งหวังอยากเป็นนักฟุตบอลอาชีพ

สิ่งที่โค้ชโต่ยเน้นย้ำกับพวกเขาก็คือเรื่องวินัย ความมุ่งมั่น การฝึกซ้อมหนัก รวมทั้งสร้างแรงบันดาลใจกับเด็กๆ ด้วยการยกตัวอย่างเล่าถึงรุ่นพี่ที่เคยผ่านการฝึกสอนของโค้ชโต่ย

แล้วสามารถก้าวไปเล่นฟุตบอลอาชีพได้สำเร็จ

About the Author

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

You may also like these

PowerFul By Rufeo