วอลเลย์บอลชิงแชมป์ยุโรป

วอลเลย์บอลชิงแชมป์ยุโรป

วอลเลย์บอลชิงแชมป์ยุโรป

วอลเลย์บอลชิงแชมป์ยุโรป

วอลเลย์บอลชิงแชมป์ยุโรป

อิตาลี คว้าชัยต่อ เจ้าภาพ เซอร์เบีย ไปอย่างดุเดือด 3-1 ครองแชมป์ ‘ยูโร วอลเลย์ 2021’ เป็นสมัยที่ 3

การแข่งขันวอลเลย์บอลหญิง ชิงชนะเลิศแห่งยุโรป “ยูโร วอลเลย์ 2021” วันที่ 4 กันยายน 2564 ที่สนามสตาร์ค อารีนา กรุงเบลเกรด ประเทศเซอร์เบีย เป็นเกมในรอบชิงชนะเลิศ ระหว่าง เซอร์เบีย เจ้าภาพ และแชมป์เก่า พบกับ อิตาลี

โซรัน เทอร์ซิช หัวหน้าผู้ฝึกสอนของ เซอร์เบีย พาทีมเอาชนะ ตุรกี รองแชมป์เก่ามาได้ในรอบตัดเชือก ด้วยสกอร์ 3-1 เซต เกมนี้ส่ง คาทารินา ลาโซวิช, มินา โพโพวิช, มายา อ็อคเยโนวิช, มิเลนา ราซิช, ทิยานา บอสโควิช, โบยานา มิเลนโควิช

ด้าน อิตาลี ของ ดาวิเด มาซซานติ ชนะ เนเธอร์แลนด์ ในรอบรองชนะเลิศ 3-1 เซต เกมนี้ส่ง อเลเซีย ออร์โร, คริสตินา คิริเคลลา, อันนา ดาเนซี, เอเลนา เปียตรินี, มีเรียม ซิลลา, เปาลา เอโกนู

เซตแรก เซอร์เบีย ทำผลงานได้ดีกว่า เป็นฝ่ายเอาชนะไปได้ก่อน 26-24 ก่อนที่ในเซตสอง อิตาลี จะกลับมาเล่นได้ดีในช่วงกลางเซต และเอาชนะคืนไป 25-22 เสมอ 1-1 เซต เซตสาม เกมในช่วงต้น เซอร์เบีย ทำได้ดี แต่ทว่ากลางเกม อิตาลี กลับมาฮึดทำแต้มแซงชนะไป 25-19 พลิกนำ 2-1 เซต

เซตสี่ เกมเป็นของ อิตาลี ที่ออกนำตั้งแต่ต้นเกม มีทั้งเกมรุก เกมรับ และเกมเสิร์ฟที่ดีกว่า ก่อนที่จะเอาชนะไปได้ในที่สุด 25-11

สรุปผลการแข่งขัน อิตาลี ชนะ เซอร์เบีย 3-1 เซต 24-26, 25-22, 25-19, 25-11

เปาลา เอโกนู ของ อิตาลี ทำแต้มสูงสุดในเกมนี้ที่ 29 คะแนน พร้อมกับคว้ารางวัลนักกีฬายอดเยี่ยม ( MVP ) ของการแข่งขันครั้งนี้ไปครอง รองลงมาเป็น มีเรียม ซิลลา ของ อิตาลี และ ทิยานา บอสโควิช ทำไปคนละ 20 คะแนน

อิตาลี คว้าแชมป์ไปครองเป็นสมัยที่ 3 หลังจากที่ทำได้ก่อนหน้านี้ในปี 2007, 2009 พร้อมกับทำผลงานชนะ 9 นัดรวด ไม่แพ้ใครตลอดทั้งการแข่งขัน ขณะที่ เซอร์เบีย แชมป์เก่า 2 สมัยหลังสุดในปี 2017, 2019 จบด้วยตำแหน่งรองแชมป์ปี 2021

ส่วนเกมในรอบชิงอันดับ 3 ตุรกี ได้ ฮานเด บาลาดิน และ เอบรา คาราคูร์ต ทำไปคนละ 13 คะแนน เอาชนะ เนเธอร์แลนด์ ไปอย่างขาดลอย 3-0 เซต 25-20, 25-19, 25-25

ขณะเดียวกัน อิตาลี (แชมป์) และ ตุรกี (อันดับ 3) คว้าตั๋วผ่านเข้ารอบสุดท้าย วอลเลย์บอลหญิง ชิงแชมป์โลก 2022 ที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ และประเทศโปแลนด์ ส่วน เซอร์เบีย ยังได้ผ่านเข้ารอบสุดท้าย ในฐานะแชมป์เก่าของชิงแชมป์โลก 2018

สรุปอันดับการแข่งขัน
1. อิตาลี
2. เซอร์เบีย
3. ตุรกี
4. เนเธอร์แลนด์
5. โปแลนด์
6. รัสเซีย
7. ฝรั่งเศส
8. สวีเดน
9. บัลแกเรีย
10. โครเอเชีย
11. เยอรมนี
12. ยูเครน
13. เบลารุส
14. เบลเยียม
15. เช็ก
16. ฮังการี
17. สโลวาเกีย
18. ฟินแลนด์
19. บอสเนีย และ เฮร์เซโกวีนา
20. สวิตเซอร์แลนด์
21. สเปน
22. กรีซ
23. โรมาเรีย
24. อาเซอร์ไบจาน

About the Author

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

You may also like these

PowerFul By Rufeo