วอยเชียค เชสนี่

วอยเชียค เชสนี่

วอยเชียค เชสนี่

วอยเชียค เชสนี่

วอยเชียค เชสนี่

ชแชนสนือ สร้างชื่อขึ้นมาจากการเป็นผู้รักษาประตูมือหนึ่งของอาร์เซนอล โดยย้ายมาอยู่กับอาร์เซนนอลตั้งแต่อายุแค่ 16 ปี จนกระทั่งได้รับโอกาสลงสู่สนามครั้งแรกในเดือนกันยายนปี ค.ศ. 2009 จากนั้นได้ผู้รักษาประตูมือหนึ่งในยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกรอบ 16 ทีมสุดท้ายพบกับบาร์เซโลนา ในฤดูกาล 2010–11 ซึ่งทำให้ชแชนสนือกลายมาเป็นผู้รักษประตูมือหนึ่งของอาร์เซนอลไปด้วยเลย แต่ในฤดูกาล 2014–15 ชแชนสนือเล่นได้อย่างผิดพลาดหลายครั้ง เป็นผลให้สโมสรต้องแพ้หรือเสียคะแนน อีกทั้งยังมีความประพฤติที่นอกลู่นอกทางคือ ถูกจับได้ว่าแอบสูบบุหรี่ในระหว่างพักครึ่งการแข่งขัน จึงถูกระงับการลงเล่นและถูกปรับเงินเป็นจำนวน 20,000 ปอนด์จากสโมสร และกลายเป็นว่าดาบิด โอสปีนา ผู้รักษาประตูสำรองขึ้นมาทำหน้าที่ผู้รักษาประตูแทนจนจบฤดูกาล และก่อนเปิดฤดูกาล 2015–16 เมื่อแปเตอร์ แช็ค ได้ย้ายเข้ามา ชแชนสนือจึงได้ย้ายไปเล่นให้กับโรมาในเซเรียอา อิตาลี ด้วยการยืมตัวเป็นระยะเวลา 1 ฤดูกาลและก็ได้มีการต่อสัญญายืมตัวไปอีก 1 ฤดูกาลจนกระทั่งหลังจบฤดูกาล 2016–17 ก็ได้ย้ายไปสู่ยูเวนตุสอย่างเป็นทางการ ด้วยค่าตัว 12.2 ล้านยูโร

วอยเชียค เชสนี่ คือผู้รักษาประตูที่ดูจะอับโชคที่สุด

ในการลงสนามฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปเลยก็ว่าได้การที่ทีมชาติโปแลนด์ มีศูนย์หน้าที่ดีที่สุดในโลก ณ ศักราชนี้อย่าง โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ เป็นตัวความหวัง น่าจะทำให้พวกเขาลุ้นประเดิมรอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม E ด้วยการเก็บ 3 คะแนนเต็มจาก สโลวาเกีย ได้ไม่ยาก แต่กลายเป็นว่าขุนพลสโลวักเป็นฝ่ายเอาชนะไปด้วยสกอร์ 2-1 แทน
เกมที่ เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก เมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา มีสถิติระบุว่า เชสนี่ คือผู้รักษาประตูคนแรกที่ทำเข้าประตูตัวเองในการแข่งขันยูโรรอบสุดท้าย แถมยังเป็นเจ้าของสถิติผู้เล่นที่ทำ Own Goal เร็วที่สุดตลอดกาลในเกมยูโรอีกต่างหาก เพราะประตูนำ 1-0 ของสโลวาเกีย ที่มาจากเครดิตทำเข้าฝั่งตัวเองของ เชสนี่ เกิดขึ้นตั้งแต่นาทีที่ 17.22 ของเกม
หากไปดูภาพช้าของประตูนั้น จะพบว่านายด่านจาก ยูเวนตุส ไม่ได้ทำอะไรผิดพลาดน่าเกลียดอะไร แต่ทิศทางลูกยิงของ โรเบิร์ต มัค ดันไปชนเสาแล้วเด้งไปโดนเจ้าตัวกลับเข้าไปตุงตาข่ายซะอย่างนั้น
โปแลนด์ อุตส่าห์ตีเสมอได้เร็วตั้งแต่ต้นครึ่งหลังจาก คาโรล ลิเน็ตตี้ แต่กลายเป็นว่าโมเมนตัมที่กำลังมาดีๆ ต้องมาถูกทำลายลง เพราะ เกอร์เซกอร์ซ ครีโชเวียค ดันไปโดนใบเหลือง-แดงไล่ออกจากสนามในจังหวะที่ไปย่ำใส่ ยาคุบ ฮโรมาด้า
แล้วเมื่อ มิลาน สคริเนียร์ เติมขึ้นไปทำประตูชัยในนาทีที่ 69 จึงเป็นอันว่า สโลวาเกีย ได้ 3 แต้มสำคัญไปแทน ส่วน โปแลนด์ สุ่มเสี่ยงที่จะตกรอบแรก ถ้าหากเกมหน้าที่ต้องบุกไปเยือน สเปน ที่เซบีย่า ไม่มีคะแนนติดมืออีก

 วอยเชียค เชสนี่ คือนายทวารจอมอับโชคที่สุดของศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป

อาจจะไม่ใช่การกล่าวเกินเลยไป ไม่เชื่อไปดู story ที่ผ่านมาของเขากัน
การที่ เชสนี่ ยึดมือหนึ่งของ อาร์เซน่อล ได้อย่างเต็มตัวในฤดูกาล 2011-12 ตอนที่เจ้าตัวอายุได้เพียง 21 ปีเศษๆ นั่นทำให้โปแลนด์วางตัวให้เขาเป็นมือหนึ่งของทีมชาติในศึก ยูโร 2012 รอบสุดท้าย ที่โปแลนด์ได้เป็นเจ้าภาพร่วมกับยูเครน

เกมนัดเปิดสนามของศึกยูโรครั้งนั้น โปแลนด์ พบกับ กรีซ ที่ไม่ได้มีชื่อชั้นแข็งแกร่งอะไร เมื่อบวกกับการมี โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ที่ฟอร์มเพิ่งพีคๆ หลังจากพา โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ คว้าแชมป์บุนเดสลีกา นั่นทำให้ใครๆ ก็คิดว่า เชสนี่ น่าจะช่วยพาโปแลนด์ประเดิม 3 แต้มต่อหน้าแฟนบอลของตัวเองได้แน่
เลวานดอฟสกี้ โขกประตูนำ 1-0 ให้กับโปแลนด์ตั้งแต่นาทีที่ 17 ก่อนที่เจ้าภาพจะเป็นฝ่ายเล่นได้เหนือกว่าชัดเจนในช่วงเวลาถัดจากนั้น และน่าจะได้ประตูนำห่างหลายหน
ทว่าโมเมนตัมของโปแลนด์ในเกมนั้นที่กำลังมาดีๆ ต้องมาเสียไปจากความผิดพลาดของ เชสนี่ เองซะอย่างนั้น
ครึ่งหลังผ่านไปได้แค่ 5 นาทีเศษ อดีตนายด่านของอาร์เซน่อ กะจังหวะออกมาตัดลูกครอสของทีมจากแดนเทพนิยายพลาด เมื่อไม่เข้าใจกันกับปราการหลังเพื่อนร่วมทีมอย่าง มาร์ซิน วาซิเลฟสกี้ ที่พยายามจะสกัดด้วยเช่นกัน จนเปิดโอกาสให้ ดิมิทริส ซัลปิงกิดิส ที่เพิ่งลงสนามมาเป็นตัวสำรอง ยิงตีเสมอให้กรีซได้แบบส้มหล่นเป็น 1-1
เท่านั้นไม่พอ ก่อนเข้าช่วง 20 นาทีสุดท้ายของเกม เชสนี่ ดันทำโปรเฟสชันแนลฟาวล์ใส่ ซัลปิงกิดิส ที่หลุดกับดักล้ำหน้ากำลังจะได้ยิงเดี่ยวๆ ทำให้ทีมเสียจุดโทษ และตัวเขาเองต้องโดนใบแดงไล่ออกจากสนามไปแบบที่เถียงอะไรผู้ตัดสินไม่ได้

ถึงแม้โปแลนด์จะไม่แพ้ เพราะว่า เชมิสวาฟ ไตตอน นายประตูที่ลงสนามแทน เชสนี่ ช่วยป้องกันลูกจุดโทษจาก จอร์จอส คารากูนิส เอาไว้ได้ แต่การที่ เชสนี่ ต้องติดโทษแบน ขณะที่ ไตตอน ที่ได้ลงแทนสามารถทำผลงานได้ดี ทำให้เขาไม่ได้กลับมาเป็นตัวจริงอีกในทัวร์นาเมนต์นั้น
และสิ่งที่ย่ำแย่ไปกว่านั้น นั่นก็คือทัพโปลสก้าตกรอบแรกคาบ้านตัวเอง โดยที่ไม่สามารถเอาชนะใครในรอบแบ่งกลุ่มได้เลย ทั้งที่คู่แข่งอย่าง กรีซ, รัสเซีย และ สาธารณรัฐเช็ก ไม่มีทีมไหนเป็นเต็งแชมป์
โปแลนด์ ไม่สามารถผ่านเข้าไปเล่นรอบสุดท้ายฟุตบอลโลก 2014 ได้ นั่นทำให้โอกาสของ วอยเชียค เชสนี่ ที่จะแก้ตัวในทัวร์นาเมนต์ทีมชาติรายการใหญ่ ต้องรอจนถึงศึกยูโร 2016 เลยทีเดียว

ในปี 2015 เส้นทางอาชีพของ เชสนี่ จำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลง และอนาคตของเขากับ อาร์เซน่อล ต้องมาถึงจุดสิ้นสุด
ในเกมที่ อาร์เซน่อล บุกไปเยือน เซาธ์แฮมป์ตัน เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2015 เชสนี่ ก่อความผิดพลาดอย่างน่าเกลียดถึง 2 ครั้ง ทำให้ทีมปืนใหญ่แพ้นักบุญกลับออกมาจาก เซนต์ แมรี่ส์ สเตเดี้ยม ด้วยสกอร์ 2-0 ซึ่งส่งผลให้ อาร์แซน เวนเกอร์ ดร็อปเขาเป็นตัวสำรองยาวเลยทีเดียว
เมื่อบวกกับวีรกรรมที่ไม่ยอมคุมความประพฤติของตัวเองเมื่อเสียตำแหน่งตัวจริง อย่างเช่นการสูบบุหรี่ในห้องแต่งตัวจนโดนสโมสรปรับค่าเหนื่อย นั่นทำให้ เวนเกอร์ และผู้บริหารเห็นตรงกันว่า อาร์เซน่อลจำเป็นต้องหาผู้รักษาประตูคนใหม่เข้ามาแทน และสุดท้ายก็ได้ตัว ปีเตอร์ เช็ก มาจากเชลซีในช่วงซัมเมอร์ 2015
ยังดีที่ โรม่า ให้ความสนใจในตัวของเชสนี่ และยื่นข้อเสนอขอยืมเขาจากทีมปืนใหญ่ไปใช้งานเต็มๆ 1 ฤดูกาล ทำให้โอกาสในการพิสูจน์ตัวเองกลับมาหานายด่านชาวโปแลนด์คนนี้อีกครั้ง

เชสนี่ ทำผลงานกับ โรม่า ได้ดีมากๆ ในการไปเฝ้าเสาที่ กัลโช่ เซเรีย อา เป็นครั้งแรก และช่วยให้ทีมหมาป่ากรุงโรมทำอันดับไปเล่น แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้สำเร็จ
นั่นทำให้ อดัม นาวาลก้า กุนซือทีมชาติโปแลนด์ชุดสู้ศึกยูโร 2016 ตัดสินใจประกาศว่าเขาจะเป็นมือหนึ่งในทัวร์นาเมนต์ชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปที่ฝรั่งเศสเป็นเจ้าภาพ ทั้งที่ก่อนหน้านั้น นาวาลก้า โรเตชั่นผู้รักษาประตูตลอด เมื่อมี อาร์ตูร์ โบรุก และ ลูคัสซ์ ฟาเบียนสกี้ เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอีก 2 คน
เชสนี่ ประเดิมเกมรอบแบ่งกลุ่ม ยูโร 2016 ได้อย่างสวยงาม เมื่อสามารถเก็บคลีนชีตและช่วยให้ทีมเอาชนะ ไอร์แลนด์เหนือ ได้ 1-0
…แต่เขาดันโชคร้าย มีปัญหาบาดเจ็บต้นขาจากเกมดังกล่าว ตอนที่ปะทะกันเองกับแบ็กขวาเพื่อนร่วมทีมอย่าง ลูคัสซ์ พิสเช็ค ในช่วงท้ายเกม จนไม่สามารถลงสนามในเกมพบกับ เยอรมนี และ ยูเครน ได้ แถมโอกาสกลับมาฟิตทันรอบน็อคเอาต์ก็มีน้อยมากๆ
การที่ ลูคัสซ์ ฟาเบียนสกี้ ซึ่งได้ทำหน้าที่แทนเขาในอีก 2 เกมของรอบแบ่งกลุ่ม โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม ไม่เสียประตูเลยทั้ง 2 นัดที่เสมอกับ เยอรมนี 0-0 และชนะ ยูเครน 1-0 ทำให้โอกาสที่ เชสนี่ จะต้องเสียตำแหน่งมือหนึ่งไป แทบจะเป็นเรื่องแน่นอนก่อนอยู่แล้ว
เมื่อบวกกับอาการบาดเจ็บที่ได้รับการคอนเฟิร์มว่าไม่สามารถหายได้ภายในเวลาแค่ 2-3 สัปดาห์เข้าไปอีก เชสนี่จึงได้ลงสนามในศึก ยูโร 2016 เพียงนัดเดียวอย่างน่าเสียดาย ทั้งที่ทีมอุตส่าห์ไปไกลถึงรอบ 8 ทีมสุดท้าย ชนิดที่เกือบเข้ารอบรองชนะเลิศได้ด้วยซ้ำ ถ้าไม่ดวลจุดโทษแพ้ โปรตุเกส ซะก่อน

 

About the Author

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

You may also like these

PowerFul By Rufeo