ลุยส์ ซัวเรซ7

ลุยส์ ซัวเรซ7

ลุยส์ ซัวเรซ7

ลุยส์ ซัวเรซ7

ลุยส์ ซัวเรซ7

ที่ได้รางวัลนี้ไปครอง และเป็นนักเตะคนที่ 6 ของ ลิเวอร์พูล ที่ได้รับรางวัลนี้ รวมทั้ง ซัวเรซ ยังได้ติดทีมยอดเยี่ยม

ของพีเอฟเอ ร่วมกับ สตีเวน เจอร์ราร์ด และ แดเนียล สเตอร์ริดจ์ 2 นักเตะของลิเวอร์พูล อีกด้วย ต่อมา ได้คว้ารางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปีของสมาคมผู้สื่อข่าวอังกฤษ (เอฟดับเบิ้ลยูเอ) ไปอีกหนึ่งรางวัล ต่อมา ในวันที่ 5 พฤษภาคม ค.ศ. 2014 ลิเวอร์พูล บุกไปเยือนที่เซลเฮิสต์พาร์ก เจอกับ คริสตัลพาเลซ ในนัดนี้ ลิเวอร์พูล จะต้องชนะเพื่อลุ้น แชมป์พรีเมียร์ลีก กับ แมนเชสเตอร์ซิตี โดย ได้ยิงประตูให้ ลิเวอร์พูล ออกนำ 3-0

แต่สุดท้าย ลิเวอร์พูล โดนตีเสมอในช่วงท้าย ทำให้จบด้วยผลเสมอกัน 3-3 หลังจบเกม ก้มหน้าร่ำไห้ด้วยความผิดหวัง ทำให้ โอกาสลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกของ ลิเวอร์พูล เหลือน้อยมาก ในวันที่ 6 พฤษภาคม ค.ศ. 2014  คว้าสามรางวัลของสโมสรลิเวอร์พูล ได้แก่ รางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปี จากการโหวตของเพื่อนร่วมทีมลิเวอร์พูล, รางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปี จากการโหวตของแฟนๆ และ รางวัลประตูยอดเยี่ยมแห่งปี จากลูกวอลเลย์ระยะ 40 หลา ในเกมกับ นอริชซิตี เมื่อเดือนธันวาคม

จากงานประกาศรางวัล Players’ Awards Dinner ปี 2014 โดยงานประกาศรางวัลจัดขึ้นที่ ศูนย์ประชุม Liverpool ACC Conference Centre ต่อมา ในวันที่ 11 พฤษภาคม ค.ศ. 2014 นัดปิดฤดูกาล ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เจอกับ นิวคาสเซิลยูไนเต็ด เป็นนัดตัดสินแชมป์พรีเมียร์ลีกระหว่าง ลิเวอร์พูล กับ แมนเชสเตอร์ซิตี ในนัดนี้ ลิเวอร์พูล จะต้องชนะ นิวคาสเซิลยูไนเต็ด และต้องลุ้นให้ เวสต์แฮมยูไนเต็ด เอาชนะ แมนเชสเตอร์ซิตี ที่เอติฮัดสเตเดียม ลิเวอร์พูล ก็จะได้แชมป์พรีเมียร์ลีก

โดย ลิเวอร์พูล เอาชนะ นิวคาสเซิลยูไนเต็ด 2-1 แต่สุดท้าย แมนเชสเตอร์ซิตี เอาชนะ เวสต์แฮมยูไนเต็ด 2-0 ทำให้ ลิเวอร์พูลพลาดโอกาสคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก อย่างน่าเสียดาย จบฤดูกาลยิงประตูในพรีเมียร์ลีกได้ 31 ประตู จาก 33 นัด ทำให้ คว้ารางวัลรองเท้าทองคำของพรีเมียร์ลีก และ รางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของพรีเมียร์ลีกประจำฤดูกาล 2013-14

ไปครอง และช่วยให้ ลิเวอร์พูล ได้อันดับ 2 ทำให้ ลิเวอร์พูล ได้กลับไปเล่นยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก นับตั้งแต่ในปี 2009 รวมทั้ง ได้รางวัลรองเท้าทองคำของยุโรป ร่วมกับ คริสเตียโน โรนัลโด นักเตะของ เรอัลมาดริด ทำให้ เป็นนักเตะคนที่ 2 ของลิเวอร์พูล ที่ได้รางวัลนี้ต่อจาก เอียน รัช ในฤดูกาล 1983-84

บาร์เซโลนา

ฤดูกาล 2014-15

ในวันที่ 11 กรกฎาคม ค.ศ. 2014 บาร์เซโลนา ได้เซ็นสัญญาคว้าตัว ลุยส์ เป็นเวลา 5 ปี ด้วยค่าตัว 75 ล้านปอนด์ ต่อมา ในวันที่ 25 ตุลาคม ค.ศ. 2014 ได้ลงสนามนัดแรกให้กับ บาร์เซโลนา หลังจากพ้นโทษแบน 4 เดือน ได้ลงสนามเป็นตัวจริงคู่กับ เลียวเนล เมสซี และ เนย์มาร์ ในนาม 3 ประสาน MSN ในนัดที่เจอกับ เรอัลมาดริด ในศึก เอลกลาซีโก ที่สนามซานเตียโก เบร์นาเบว โดย ได้จ่ายบอลให้ เนย์มาร์ ทำประตูขึ้นนำ 1-0 ในช่วง 4 นาทีแรก ก่อนที่ จะถูกเปลี่ยนตัวในครึ่งหลัง แต่สุดท้าย บาร์เซโลนา ก็แพ้ไป 1-3

ต่อมา ในวันที่ 25 พฤศจิกายน ค.ศ. 2014 ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ฤดูกาล 2014–15 ได้ประเดิมประตูแรกให้กับ บาร์เซโลนา ในนาทีที่ 27 ในนัดที่เอาชนะ อาโปเอล จากไซปรัส 4-0 ต่อมา ในวันที่ 10 ธันวาคม ค.ศ. 2014  ได้ทำประตูที่ 2 ในยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ในนัดที่ บาร์เซโลนา เปิดสนามกัมนอว์เอาชนะ ปารีแซ็ง-แฌร์แม็ง จากฝรั่งเศส 3-1 ต่อมา ในวันที่ 20 ธันวาคม ค.ศ. 2014  ได้ทำประตูแรกในลาลิกา ให้กับ บาร์เซโลนา ในนัดที่ บาร์เซโลนา เปิดสนามกัมนอว์เอาชนะ กอร์โดบา 5-0

ในวันที่ 8 มกราคม ค.ศ. 2015 ได้ทำประตูแรกในโกปาเดลเรย์ให้กับบาร์เซโลนาในนัดที่บาร์เซโลนาเปิดสนามกัมนอว์เอาชนะเอลเช 5-0 ต่อมา 11 มกราคม ค.ศ. 2015 เมสซี และ เนย์มาร์ ได้ทำคนละประตูในนัดที่บาร์เซโลนา เปิดสนามกัมนอว์เอาชนะแชมป์เก่า อัตเลติโกเดมาดริด 3-1 ต่อมา ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 201 ได้ทำประตูที่ 3 ในลาลิกา ในนัดที่ บาร์เซโลนา เอาชนะ อัตเลติกเดบิลบาโอ ที่ซานมาเมส 5-2 ต่อมา ในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2015 ได้ทำประตูที่ 4 ในลาลิกา

About the Author

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

You may also like these

PowerFul By Rufeo