ลุยส์ ซัวเรซ3

ลุยส์ ซัวเรซ3

ลุยส์ ซัวเรซ3

ลุยส์ ซัวเรซ3

ลุยส์ ซัวเรซ3

ก็ทำประตูตีไข่แตกให้ ลิเวอร์พูล ไล่ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด มาเป็น 1-2 แต่สุดท้ายก็แพ้ไป 1-2 ต่อมา ในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2012 เอฟเอคัพ รอบ 5 ทำประตูปิดท้ายให้ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ Brighton & Hove Albion 6-1 ช่วยให้ ลิเวอร์พูล ผ่านเข้ารอบ 6 เอฟเอคัพ ได้สำเร็จ ต่อมา ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2012 ลีกคัพ รอบชิงชนะเลิศ ลิเวอร์พูล เจอกับ คาร์ดิฟฟ์ซิตี ที่สนามกีฬาเวมบลีย์ ซัวเรซ

ช่วยให้ ลิเวอร์พูล คว้า แชมป์ลีกคัพ สมัยที่ 8 มาครอง จากการยิงจุดโทษตัดสินชนะ คาร์ดิฟฟ์ซิตี ผลประตูรวม 3-2 และเป็นแชมป์แรกของนับตั้งแต่ย้ายมาอยู่กับ ลิเวอร์พูล ต่อมา ในวันที่ 13 มีนาคม ค.ศ. 2012 ลิเวอร์พูล ทำศึกเมอร์ซีย์ไซด์ดาร์บี เปิดสนามแอนฟีลด์เจอกับ เอฟเวอร์ตัน คู่ปรับร่วมเมือง ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ทำประตูแต่ก็จ่ายบอลให้กัปตันทีม สตีเวน เจอร์ราร์ด ทำแฮตทริก ช่วยให้ ลิเวอร์พูล เอาชนะ เอฟเวอร์ตัน 3-0

ต่อมา ในวันที่ 18 มีนาคม ค.ศ. 2012 เอฟเอคัพ รอบ 6  ก็ทำประตูให้ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ สโตกซิตี 2-1 ช่วยให้ ลิเวอร์พูล ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศ เอฟเอคัพ ได้สำเร็จ ต่อมา ในวันที่ 24 มีนาคม ค.ศ. 2012 ก็ยิงประตูตีเสมอ วีแกนแอธเลติก 1-1 แต่สุดท้ายก็แพ้ไป 1-2 ต่อมา ในวันที่ 7 เมษายน ค.ศ. 2012  ก็ยิงประตูตีเสมอ แอสตันวิลลา 1-1 ในช่วงท้าย ก่อนจะจบด้วยผลเสมอกัน 1-1 ต่อมา ในวันที่ 14 เมษายน ค.ศ. 2012 เอฟเอคัพ

รอบรองชนะเลิศ ลิเวอร์พูล เจอกับ เอฟเวอร์ตัน

คู่ปรับร่วมเมือง ที่สนามกีฬาเวมบลีย์ โดยครึ่งแรก เอฟเวอร์ตัน ขึ้นนำก่อน 1-0 แต่ในครึ่งหลัง  ก็ทำประตูตีเสมอ 1-1 ก่อนที่ แอนดี แคร์โรล จะโหม่งทำประตูชัยในนาที 87 ช่วยให้ ลิเวอร์พูล เอาชนะ เอฟเวอร์ตัน 2-1 และผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ได้สำเร็จ ต่อมา ในวันที่ 28 เมษายน ค.ศ. 2012  ได้ทำแฮตทริกครั้งแรกของเขาให้กับ ลิเวอร์พูล ในนัดที่เอาชนะ นอริชซิตี ที่แคร์โรว์โรด 3-0 ในวันที่ 5 พฤษภาคม ค.ศ. 2012 เอฟเอคัพ

รอบชิงชนะเลิศ ลิเวอร์พูล เจอกับ เชลซี ที่สนามกีฬาเวมบลีย์ สุดท้าย ลิเวอร์พูล ก็เป็นฝ่ายแพ้ไป 1-2 ทำให้ ลิเวอร์พูลพลาดโอกาสคว้าแชมป์เอฟเอคัพ อย่างน่าเสียดาย ต่อมา ในวันที่ 8 พฤษภาคม ค.ศ. 2012 ลิเวอร์พูล ลงเล่นที่แอนฟิลด์นัดสุดท้ายเจอกับ เชลซี อีกครั้ง ในพรีเมียร์ลีก สุดท้าย ซัวเรซ ก็พา ลิเวอร์พูล ล้างแค้น เชลซี ได้สำเร็จ 4-1 จบฤดูกาลยิงประตูในพรีเมียร์ลีกได้ 11 ประตูจาก 31 นัด โดย ลิเวอร์พูล

ได้แชมป์ลีกคัพ แต่จบอันดับที่ 8 ซึ่งเป็นการจบอันดับที่แย่ที่สุดในรอบ 18 ปี สุดท้าย เคนนี ดัลกลิช ก็ถูกปลดออกจากตำแหน่ง ต่อมา ในวันที่ 1 มิถุนายน ค.ศ. 2012 ทางสโมสรได้ประกาศแต่งตั้ง เบรนดัน ร็อดเจอส์ อดีตผู้จัดการทีมสวอนซีซิตี เป็นผู้จัดการทีมคนใหม่ ต่อมา ในวันที่ 7 สิงหาคม ค.ศ. 2012 ลุยส์  ได้ตัดสินใจต่อสัญญากับ ลิเวอร์พูล เป็นที่เรียบร้อย เป็นที่คาดการณ์กันว่าจะช่วยการันตีให้เขาค้าแข้งอยู่ที่แอนฟิลด์ต่อไปอย่างน้อย ๆ 3 ปี

โดยรับค่าเหนื่อยเทียบเท่า สตีเวน เจอร์ราร์ด ที่ 120,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ฤดูกาล 2012-13 ในพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2012–13 วันที่ 26 สิงหาคม ค.ศ. 2012 ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เจอกับแชมป์เก่า แมนเชสเตอร์ซิตี โดยได้ยิงฟรีคิกให้ลิเวอร์พูลออกนำ 2-1 ก่อนจะจบด้วยผลเสมอกัน 2-2 ต่อมา ในวันที่ 30 สิงหาคม ค.ศ. 2012 ยูฟ่ายูโรปาลีก ฤดูกาล 2012–13 รอบเพลย์ออฟ ได้ยิงประตูตีเสมอ ฮาร์ทส 1-1 ในช่วงท้าย ก่อนจะจบด้วยผลเสมอกัน 1-1 แต่ประตูของเขาช่วยให้ ลิเวอร์พูล

ผ่านเข้ารอบแบ่งกลุ่ม ด้วยสกอร์รวม 2-1 ต่อมา ในวันที่ 15 กันยายน ค.ศ. 2012  ก็ทำประตูที่ 2 ในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่เสมอกับ ซันเดอร์แลนด์ ที่สเตเดียมออฟไลต์ 1-1 ต่อมา ในวันที่ 23 กันยายน ค.ศ. 2012 ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟิลด์เจอกับ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด คู่ปรับตลอดกาล ก่อนเริ่มการแข่งขัน ได้ยอมจับมือกับ ปาทริส เอวรา หลังจากที่ ไม่ยอมจับมือกับ เอวรา เมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา แต่ครั้งนี้ถือว่าผ่านไปได้ด้วยดี โดย สตีเวน เจอร์ราร์ด ยิงประตูให้ลิเวอร์พูลออกนำไปก่อน 1-0 แต่สุดท้ายก็แพ้ไป 1-2 ต่อมา

About the Author

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

You may also like these

PowerFul By Rufeo