ลุยส์ ซัวเรซ2

ลุยส์ ซัวเรซ2

ลุยส์ ซัวเรซ2

ลุยส์ ซัวเรซ2

ลุยส์ ซัวเรซ2

ลิเวอร์พูล ฤดูกาล 2010-11 ลุยส์ เล่นให้กับ สโมสรฟุตบอล ลิเวอร์พูล ในปี ค.ศ. 2011 ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2011 ลิเวอร์พูล ได้ซื้อกองหน้ามา 2 คนคือ แอนดี แคร์โรล และ ลุยส์ เข้ามาในถิ่นแอนฟีลด์ และได้เซ็นสัญญาให้กับ ลิเวอร์พูล ถึงปี 2016 โดย ได้มีโอกาสลงเล่นตัวจริงค่อนข้างมากถึงแม้จะอยู่

ในช่วงปลายฤดูกาล 2010-11 แล้วก็ตาม เคนนี ดัลกลิช ผู้จัดการทีมลิเวอร์พูลได้เห็นความสามารถและความพิเศษของเขาคนนี้

ดัลกลิชเลยให้เขาสวมเสื้อเบอร์ 7 โดยได้ตั้งเป้าไว้ว่าจะให้ เป็นตำนานของลิเวอร์พูลต่อจากเขาต่อไป นัดแรกที่ ได้เล่นให้กับ ลิเวอร์พูล เป็นครั้งแรกและเล่นในถิ่นแอนฟีลด์คือการเจอกับ สโตกซิตี โดยทำไป 1 ประตู และทำให้ลิเวอร์พูลชนะไป 2-0 โดยถูกส่งลงมาเป็นตัวสำรองและก็ประเดิมประตูแรกของตัวเองในสีเสื้อลิเวอร์พูล ได้ทันที เรียกว่าเป็นการลดความกดดันทั้งในเรื่องค่าตัวและเบอร์เสื้ออย่างสิ้นเชิง ต่อมา ในวันที่ 6 มีนาคม ค.ศ. 2011 ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์ต้อนรับการมาเยือนของคู่อริ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด

ในศึกแดงเดือดสร้างความปั่นป่วนแนวรับปีศาจแดงตลอดทั้งเกมจนทำให้ เดิร์ค เคาท์ ปีกขวาทีมชาติเนเธอร์แลนด์ ที่แม้จะทำแฮตทริกได้ในเกมนั้นชนะ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด 3-1 ยังต้องหลบซีนตำแหน่ง นักเตะยอดเยี่ยมประจำเกมให้กับเขาเลยทีเดียว ต่อมา ในวันที่ 20 มีนาคม ค.ศ. 2011 ทำประตูที่ 2 ในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เอาชนะ ซันเดอร์แลนด์ ที่สเตเดียมออฟไลต์ 2-0 ต่อมา ในวันที่ 1 พฤษภาคม ค.ศ. 2011 ทำประตูที่ 3 ใน

พรีเมียร์ลีก ในนัดที่ ลิเวอร์พูล

เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ นิวคาสเซิลยูไนเต็ด 3-0 ต่อมา ในวันที่ 9 พฤษภาคม ค.ศ. 2011 ทำประตูที่ 4 ในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เอาชนะ ฟูลัม ที่เครเวนคอตทิจ 5-2 ทำให้ ทำสถิติตลอดระยะเวลา 5 เดือนแรกกับหงส์แดงด้วยการทำไป 4 ประตูจาก 13 นัด และก้าวเข้าไปอยู่ในหัวใจของสาวกเดอะ ค็อปได้อย่างเต็มตัว รวมถึงบรรดาเพื่อนร่วมทีมที่เรียงหน้าออกมาชมไม่ขาดสาย และช่วยให้ ลิเวอร์พูล จบอันดับที่ 6

เมื่อสิ้นสุดฤดูกาล 2010-11 ก็กลายเป็นผู้เล่นที่เป็นกุญแจสำคัญของลิเวอร์พูล ฤดูกาล 2011-12 ในพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2011–12 ลิเวอร์พูล ลงเล่นนัดแรกที่แอนฟีลด์เจอกับ ซันเดอร์แลนด์ โดย ยิงจุดโทษพลาดในช่วงต้นเกม แต่เขาก็ยิงประตูให้ลิเวอร์พูลออกนำไปก่อน 1-0 ก่อนจะจบด้วยผลเสมอกัน 1-1 ต่อมา ในวันที่ 20 สิงหาคม ค.ศ. 2011 ทำประตูที่ 2 ในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่ลิเวอร์พูลเอาชนะ อาร์เซนอล ที่เอมิเรตส์สเตเดียม 2-0 ต่อมา ในวันที่ 24 สิงหาคม ค.ศ. 2011 ลีกคัพ รอบ 2 ก็ทำประตูให้ ลิเวอร์พูล เอาชนะ เอ็กซิเตอร์ซิตี ที่เซนต์เจมส์พาร์ก 3-1

ช่วยให้ ลิเวอร์พูล ผ่านเข้ารอบ 3 ลีกคัพ ได้สำเร็จ ต่อมา ในวันที่ 24 กันยายน ค.ศ. 2011 ทำประตูที่ 3 ในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่ลิเวอร์พูลเปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ วุลเวอร์แฮมป์ตันวันเดอเรอส์ 2-1 ต่อมา ในวันที่ 1 ตุลาคม ค.ศ. 2011 ทำประตูที่ 4 ในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เอาชนะ เอฟเวอร์ตัน คู่ปรับร่วมเมือง ที่กูดิสันพาร์ก 2-0 ต่อมา ในวันที่ 26 ตุลาคม ค.ศ. 2011 ลีกคัพ รอบ 4

ก็ทำ 2 ประตูให้ ลิเวอร์พูล เอาชนะ สโตกซิตี ที่บริแทนเนียสเตเดียม 2-1 ช่วยให้ ลิเวอร์พูล ผ่านเข้ารอบ 5 ลีกคัพ ได้สำเร็จ ต่อมา ในวันที่ 10 ธันวาคม ค.ศ. 2011 ทำประตูชัยให้ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ ควีนส์พาร์กเรนเจอส์ 1-0 หลังจากนั้น ก็โดนแบน 8 นัด และถูกปรับเงิน 40,000 ปอนด์ (1.8 ล้านบาท) จากการเหยียดผิว ปาทริส เอวรา แบ็กซ้ายของ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด จากนั้นไม่กี่สัปดาห์ ก็ถูกแบน 1 นัดจากการไปแสดงสัญลักษณ์หยาบคายใส่แฟนบอล ฟูลัม

ในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2012  ได้กลับมาลงสนามอีกครั้ง หลังจากพ้นโทษแบน 8 นัด ในนัดที่ลิเวอร์พูลเปิดสนามแอนฟีลด์เสมอกับ ทอตนัมฮอตสเปอร์ 0-0 ต่อมา ในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2012 ลิเวอร์พูล ทำศึกแดงเดือด บุกไปเยือนที่ โอลด์แทรฟฟอร์ด เจอกับ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด คู่ปรับตลอดกาล ก่อนเริ่มการแข่งขัน ซัวเรซ ไม่ยอมจับมือกับ ปาทริส เอวรา เนื่องจากคดีเหยียดผิว ทำให้ โดนแบน 8 นัด ในนัดนี้

About the Author

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

You may also like these

PowerFul By Rufeo