ลิเวอร์พูล บุกดับ เอซี มิลาน คาบ้าน

ลิเวอร์พูล บุกดับ เอซี มิลาน คาบ้าน

ลิเวอร์พูล บุกดับ เอซี มิลาน คาบ้าน

ลิเวอร์พูล บุกดับ เอซี มิลาน คาบ้าน

ลิเวอร์พูล บุกดับ เอซี มิลาน คาบ้าน

การแข่งขัน ฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยส์ลีก ฤดูกาล 2021/22 รอบแบ่งกลุ่ม คู่พบกันระหว่าง ปีศาจแดงดำ เอซี มิลาน เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ หงส์แดง ลิเวอร์พูล ที่สนาม ซานชิโร เมื่อคืนวันอังคารที่ 7 ธันวาคม 2564

เปิดเกมครึ่งแรก นาทีที่ 29 มิลาน ได้ประตูออกนำไปออก 1 – 0 จากจังหวะที่ จูเนียร์ เมชิอัส เปิดลูกเตะมุมจากฝั่งขวา เข้ากรอบเขตโทษ อลิสสัน เบคเกอร์ รับบอลไม่ดี เสียบอลให้ ฟิยาโก โทโมริ ยิงเข้าประตูไป

นาทีที่ 36 ลิเวอร์พูล ตีเสมอเป็น 1 – 1 เมื่อ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด แชมเบอร์เลน เลี้ยงบอลเข้าเขตโทษ ก่อนซัดด้วยขวา ไมค์ เมญอง ปัดมาเข้าทาง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ตามซ้ำด้วยซ้ายบอลเข้าประตูไป

จบครึ่งแรก เอซี มิลาน เสมอ ลิเวอร์พูล 1 – 1

ต่อด้วยครึ่งหลัง นาทีที่ 55  วิเลอร์พูล ทำประตูห่าง 2 -1 จากจังหวะ ที่ ฟิกาโย โทโมริ กองหลัง มิลาน จับบอลลั่นมาเข้าทาง ซาดิโอ มาเนกระซากบอลไปซัดใน เขตโทษ ไมค์ เมญอง เซฟมาเข้าทาง ดิวอค โอิกี โหม่งเข้าประตูไป

นาทีที่ 65  ได้โอกาสอีกครั้ง จาก ดิวอค โอริกี ยิงด้วยซ้ายจากนอกรอบ บอลพุ่งเรียดหลุดเสาไป

นาทีที่ 85 มิลาน ได้ลุ้นจากจังหวะหลุดไปยิงของ ฟรองค์ เคสซี แต่ไปติดเซฟของ อลิสสัน เบคเกอร์

 

เวลาที่เหลือทั้งสองทีมไม่สามารถทำประตูเพิ่มได้ จบเกม ลิเวอร์พูล บุกเอาชนะ เอซี มิลาน 2 -1 เก็บเพิ่มเป็น 18 คะแนนเต็ม จาก 6 นัด กลายเป็นสโมสรอังกฤษทีมแรกที่เก็บชัย 100 เปอร์เซ็นต์ ในรอบแบ่งกลุ่ม ส่วน มิลาน มี 4 คะแนน  เท่าเดิม จบบ๊วยของกลุ่มส่วนอีกทีมที่เข้ารอบของกลุ่มนี้คือ แอตเลติโก มาคริด

รายชื่อนักเตะที่ลงสนาม

เอซี มิลาน  :

ไมค์ เมนญ็อง – ปิแอร์ กาลูลู (อเลสซานโดร ฟลอเรนซี่ น. 64)// ฟิคาโย่ โทโมรี่//อเลสซิโอ โรมันโยลี่// เตโอ แอร์กน็องเดซ – ฟร้องค์ เคสซิเย่// ซานโดร โตนาลี่ (อเล็กซิส ซาเลเมคเกอร์ส น. 64)//ราเด้ ครูนิช (ตีเอมูเอ้ บากาโยก้า น. 83) – จูเนียร์ เมสซิอาส//บราฮิม ดิอาซ (อิสมาแอล เบนนาเซอร์ น. 59)//ซลาตัน อิบราฮิโมวิช

ลิเวอร์พูล :

อลีสซง เบ็คเกอร์ – เนโก วิลเลี่ยมส์ (คอนเนอร์ แบรดลี่ย์ น. 90+2)// อิบราฮิมา โกนาเต้// นาธาเนียล ฟิลลิปส์// คอสตาส ซิมิกาส – ไทเลอร์ มอร์ตัน// อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน// ทาคุมิ มินามิโนะ (แม็กซ์ โวลท์แมน น. 90+2) – โมฮาเหม็ด ซาลาห์ (นาบี เกอิต้า น. 64)// ดิว็อค โอริกี้ (ฟาบินโญ่ น. 80)// ซาดิโอ มาเน่ (โจ โกเมซ น. 64)

About the Author

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

You may also like these

PowerFul By Rufeo