ราฟาเอล เบนิเตซ

ราฟาเอล เบนิเตซ

ราฟาเอล เบนิเตซ

ราฟาเอล เบนิเตซ

ราฟาเอล เบนิเตซ

เอฟเวอร์ตัน ทีมดังในศึกพรีเมียร์ลีก ประกาศแต่งตั้ง ราฟาเอล เบนิเตซ กุนซือชาวสแปนิชเป็นผู้จัดการทีมคนใหม่เรียบร้อยแล้ว โดยเซ็นสัญญาคุมทีมทอฟฟี่สีน้ำเงินยาวจนถึงจบฤดูกาล 2023-24
จากการที่ คาร์โล อันเชล็อตติ กุนซือชาวอิตาเลียนขอกลับไปรับงานคุมทีม เรอัล มาดริด แทนที่ ซีเนอดีน ซีดาน เมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา ทำให้เจ้าของทีมอย่าง ฟาร์ฮัด โมชิรี่ ต้องเดินหน้าหาผู้จัดการทีมคนใหม่ ก่อนจะตัดสินใจเลือก เบนิเตซ ซึ่งมีประสบการณ์คุมทีมในพรีเมียร์ลีกอย่างโชกโชนในที่สุด
โมชิรี่ เผยหลังแต่งตั้ง เอล ราฟา ว่า “ราฟาทำให้เราประทับใจมากด้วยความรู้และประสบการณ์ของเขา แต่เหนือสิ่งอื่นใดนั้น มันคือเรื่องของแพชชั่นและความกระหายของเขา ที่แสดงออกว่าอยากมาร่วมงานกับสโมสรเรา”
“เราแต่งตั้งราฟา เพราะเราเชื่อว่าเขาจะนำพาความสำเร็จมาสู่สโมสรของเราและมอบให้กับเหล่าเอฟเวอร์โตเนียน ถ้าจะให้พูดง่ายๆ ก็คือ เราต้องการต่อสู้กับทีมระดับท็อปของลีกจนถึงที่สุด และต้องการคว้าโทรฟี่มาให้ได้”
“ราฟาได้รับการพิสูจน์แล้วในระดับนานาชาติ ว่าเขาคือผู้ชนะด้วยประสบการณ์อันโชกโชนในอาชีพโค้ช และเราได้คนที่ดีที่สุดแล้วเพื่อมาบรรลุเป้าหมายของเรา”
ทางด้านตัวของ เบนิเตซ เองกล่าวว่า “ผมยินดีที่ได้มาร่วมทีม เอฟเวอร์ตัน ซึ่งตลอดกระบวนการครั้งนี้ ผมรู้สึกประทับใจอย่างยิ่งกับความทะเยอทะยานจากตัวแทนระดับสูงของสโมสร และความปรารถนาของพวกเขา ที่จะนำความสำเร็จเข้ามาสู่สโมสรที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์แห่งนี้”
“ผมเชื่อว่าสโมสรนี้กำลังจะไปได้ไกล และผมมีความตั้งใจที่จะเป็นส่วนสำคัญในการพาสโมสรที่ยอดเยี่ยมนี้ ประสบความสำเร็จกับความทะเยอทะยานนั้น”
ทั้งนี้ ดันแคน เฟอร์กูสัน ตำนานกองหน้าของทีม ซึ่งทำงานเป็นสต๊าฟฟ์โค้ชในถิ่น กูดิสัน พาร์ค มาอย่างยาวนาน จะยังคงได้เป็นมือขวาของ เบนิเตซ ต่อไป รวมไปถึงโค้ชผู้รักษาประตูอย่าง อลัน เคลลี่ ก็จะยังได้ทำงานในบทบาทเดิมเช่นกัน
โดย เอฟเวอร์ตัน ได้เผยอีกว่า รายชื่อทีมงานสต๊าฟฟ์โค้ชหน้าใหม่คนอื่นๆ จะมีการประกาศอย่างเป็นทางการในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ว่าจะมีใครบ้าง ที่จะได้มาร่วมงานกับ เอล ราฟา

 ราฟาเอล เบนิเตซ

สร้างชื่อโด่งดังจากความสำเร็จสมัยที่คุม บาเลนเซีย คว้าแชมป์ทั้ง ลา ลีกา และ ยูฟ่า คัพ เมื่อปี 2004 ก่อนจะย้ายมาคุม ลิเวอร์พูล ในพรีเมียร์ลีก ตั้งแต่ปี 2004-2010
ตลอดช่วงเวลา 6 ปีที่เขาทำงานในถิ่นแอนฟิลด์ เขาพาทีมหงส์แดงคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้ที่กรุงอิสตันบูลตั้งแต่ปีแรก ก่อนจะได้แชมป์ เอฟเอ คัพ ในปีที่สอง และเคยเกือบพาทีมได้ลุ้นแชมป์ลีกกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในซีซั่น 2008-09 มาแล้ว
อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ทีมเสีย ชาบี อลอนโซ่ ออกไปให้ เรอัล มาดริด ในปี 2009 มาตรฐานของทีมก็ตกลงไปอย่างน่าใจหาย ก่อนที่เขาจะโดน ลิเวอร์พูล ยกเลิกสัญญาหลังจบฤดูกาล 2009-10 เมื่อไม่สามารถพาทีมทำอันดับไปเล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้
หลังออกจากการคุมหงส์แดงเมื่อ 11 ปีก่อน เขาพเนจรไปทำงานกับหลายทีม ในจำนวนนั้นมีการรับงานคุมทีมในลีกใหญ่ๆ ทั้ง อินเตอร์ มิลาน, เชลซี, เรอัล มาดริด และ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด
ทีมล่าสุดที่ เบนิเตซ คุมคือ ต้าเหลียน โปรเฟสชันแนล ในลีกจีน โดยทำงานที่นั่นตั้งแต่ช่วงซัมเมอร์ปี 2019 ก่อนจะตัดสินใจยกเลิกสัญญาเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยยกเหตุผลว่าไม่ต้องการให้ตัวเองและครอบครัวต้องเสี่ยงอันตรายกับการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ซึ่งจีนเป็นประเทศแรกที่มีการแพร่ระบาดครั้งใหญ่

จากการที่ ราฟาเอล เบนิเตซ เคยคุม ลิเวอร์พูล มาก่อน ทำให้เขากลายเป็นกุนซือคนแรกในยุคของพรีเมียร์ลีก ที่รับงานคุม 2 สโมสรจากย่านเมอร์ซี่ย์ไซด์ แต่ถ้าหากนับรวมช่วงเวลาก่อนหน้านั้นในประวัติศาสตร์ เขาคือคนที่ 2 ที่ได้ตำแหน่งนายใหญ่ของทั้งหงส์แดง และทีมทอฟฟี่สีน้ำเงิน
คนแรกและคนเดียวก่อนหน้านี้ ที่เคยคุมทีมทั้ง เอฟเวอร์ตัน และ ลิเวอร์พูล ต้องย้อนไปไกลกว่า 100 ปีเลยทีเดียว นั่นคือ วิลเลี่ยม เอ็ดเวิร์ด บาร์เคลย์ ที่รับตำแหน่งกุนซือ เอฟเวอร์ตัน ในปี 1888 ตามด้วย ลิเวอร์พูล ในปี 1892
ในฤดูกาล 2021-22 ที่กำลังจะมาถึงนี้ เอฟเวอร์ตัน จะเปิดซีซั่นด้วยการพบกับ เซาธ์แฮมป์ตัน ที่ กูดิสัน พาร์ค ในพรีเมียร์ลีกวีคแรก โดยจะไม่มีภารกิจลงเล่นในฟุตบอลยุโรป เนื่องจากฤดูกาลก่อนไม่มีถ้วยแชมป์ติดมือ และจบแค่อันดับ 10

ประวัติ
เบนิเตซ เกิดเมื่อวันที่ 16 เมษายน ค.ศ. 1960 ที่กรุงมาดริด ประเทศสเปน เป็นผู้จัดการทีมฟุตบอลชาวสเปน และเป็นอดีตนักฟุตบอล เขาได้มาเป็นผู้จัดการทีมลิเวอร์พูลตั้งแต่เดือนกรกฎาคมปี 2004 และในวันที่ 2 กรกฎาคม 2004 เบนิเตซได้เซ็นสัญญาเป็นระยะเวลาสี่ปีกับสโมสรลิเวอร์พูล เขาเคยเป็นผู้จัดการทีมบาเลนเซียมาก่อน นอกจากนั้นยังเคยคุมทีมในลาลิกาถึงห้าทีม เบนิเตซกลายมาเป็นผู้จัดการทีมที่ประสบความสำเร็จที่สุดของบาเลนเซีย หลังจากเพิ่งเข้าทำงานกับทีมได้เพียงสามฤดูกาล

ในปี 2002 เขานำทีมคว้าแชมป์ลาลิกาได้เป็นครั้งแรกหลังจากปี 1971 และในปี 2004 เขาพาลูกทีมคว้าดับเบิลแชมป์ คือแชมป์ลาลิกา และแชมป์ยูฟ่าคัพ อีกด้วย หลังจากนั้นในปี 2005 เขาได้พาลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกและแชมป์ซูเปอร์คัพ นอกจากนั้นเขายังพาลูกทีมคว้าแชมป์เอฟเอคัพ และแชมป์คอมมิวนิตี้ ชิลด์ได้ในปี 2006

เบนิเตซกลายเป็นผู้จัดการทีม คนที่สามตามหลัง บ็อบ เพสลีย์ และ โชเซ มูรีนโย ซึ่งสามารถพาทีมคว้าแชมป์ยูฟ่าคัพและยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกได้ในปีเดียวกัน และยังเป็นผู้จัดการทีมคนแรกที่สามารถนำทั้งสองทีมคว้าแชมป์ข้างต้นได้ เขาได้มาเป็นผู้จัดการทีมคนที่สองของลิเวอร์พูล หลังจากโจ ฟาแกน ที่สามารถนำทีมคว้าแชมป์ยูฟ่าคัพและยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกได้ในการคุมทีมครั้งแรกของเขา นอกจากนี้เบนิเตซยังได้รับรางวัลอื่น ๆ อีกมาก เช่นรางวัลผู้จัดการทีมยอดเยี่ยมแห่งปีของ Don Balón และ El País ในปี 2002 และในปี 2005 เขาได้รับเลือก ให้เป็นผู้จัดการทีมยอดเยี่ยมแห่งปีโดย Seven Stars Sport

เบนิเตซประสบความสำเร็จอย่างมาก ทั้งที่บาเลนเซียและลิเวอร์พูล ด้วยนักเตะคุณภาพระดับโลกอยู่ในทีม นอกจากนี้เขายังได้เซ็นสัญญากับนักเตะฝีเท้าเยี่ยมอย่าง ชาบี อาลอนโซ และ เฟร์นันโด ตอร์เรส อีกด้วย และความสำเร็จทั้งที่สเปนและอังกฤษทำให้ชื่อเสียงมาสู่ตัวเขา โดยได้เป็นหนี่งในผู้จัดการทีมที่ดีที่สุดในยุโรป

ในปลายปี 2012 ได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการทีมเชลซี แทนที่โรแบร์โต ดี มัตเตโอ ที่ถูกปลดออกไป จนกระทั่งจบฤดูกาล [4]

หลังจากนั้นได้เป็นผู้จัดการทีมนาโปลี ในเซเรียอา ประเทศอิตาลี และได้เป็นผู้จัดการทีมเรอัลมาดริด ในลาลิกา ประเทศสเปน แต่ทว่าได้เป็นเพียงแค่ 7 เดือนเท่านั้น ในต้นปี 2016 ก็ถูกปลดออก เนื่องจากผลงานไม่ดี และเป็นซีเนดีน ซีดาน ที่รับหน้าที่ต่อ [5]

ในวันที่ 11 มีนาคม 2016 เบนิเตซได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการทีมนิวคาสเซิลยูไนเต็ด แทนที่สตีฟ แม็คคลาเรนที่ถูดปลดออกไปก่อนหน้านี้ หลังสิ้นสุดสัญญาการเป็นผู้จัดการทีมให้กับนิวคาสเซิลยูไนเต็ด เขาก็ย้ายไปเป็นผู้จัดการทีมต้าเหลียนยี่ฝาง ในไชนีสซูเปอร์ลีก

About the Author

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

You may also like these

PowerFul By Rufeo