มาร์ค สปิตช์ ตำนานนักว่ายน้ำผู้ครองโลก

มาร์ค สปิตช์ ตำนานนักว่ายน้ำผู้ครองโลก

มาร์ค สปิตช์ ตำนานนักว่ายน้ำผู้ครองโลก

มาร์ค สปิตช์ ตำนานนักว่ายน้ำผู้ครองโลก

มาร์ค สปิตช์ ตำนานนักว่ายน้ำผู้ครองโลก

ก่อนหน้าที่โลกจะรู้จัก ไมเคิล เฟลป์ส ยังมีตำนานนักว่ายน้ำอีกคนหนึ่งที่ครองสถิติดังกล่าวมาก่อนรุ่นน้องร่วมชาติ จากผลงาน 7 เหรียญทองในการลงแข่งที่นครมิวนิค ปี 1972

ชายผู้นั้นก็คือ มาร์ค สปิตซ์ เจ้าของ 9 เหรียญทองโอลิมปิกที่สร้างความฮือฮาเอาไว้เมื่อเกือบ 50 ปีที่แล้ว

แม้จำนวนเหรียญรวมจะห่างจาก เฟลป์ส แบบไม่เห็นฝุ่น แต่ความจริงแล้วเขาลงแข่งโอลิมปิกเพียง 2 สมัยเท่านั้น

แล้ว มาร์ค สปิตซ์ เก่งกาจขนาดไหน และอะไรคือสาเหตุที่ทำให้เขาตัดสินใจอำลาสระตั้งแต่อายุแค่ 22 ปี

 

ชายหาดไวกีกิ, ริบบิ้นสีม่วง, แชมป์ระดับชาติ

สปิตซ์ เกิดเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ปี 1950 ที่แคลิฟอร์เนีย แต่เมื่ออายุได้ 2 ขวบ ครอบครัวของเขาก็ต้องย้ายไปที่ฮาวาย

แต่กลายเป็นว่าที่นั่นกลับเป็นจุดเริ่มความหลงใหลในการว่ายน้ำของเขา สปิตซ์ลงไปว่ายน้ำที่ชายหาดไวกีกิทุกวันแบบไม่มีเบื่อ

ถึงขั้นที่แม่ของเขาเคยเปิดเผยว่า เจ้าตัวชอบว่ายน้ำเอามาก ๆ ถึงขั้นวิ่งแจ้นลงทะเลเหมือนกับคนที่พยายามจะฆ่าตัวตายเลยทีเดียว

4 ปีต่อมา ครอบครัวของเขาย้ายกลับมาอยู่ที่แคลิฟอร์เนีย แน่นอนว่าความชื่นชอบในการว่ายน้ำของสปิตซ์ยังไม่จางหายไป

และที่ยิ่งไปกว่านั้น เขาเปลี่ยนทัศนคติจากการว่ายเพื่อความบันเทิงมาเป็นการว่ายน้ำเพื่อความเป็นเลิศ

จุดเปลี่ยนมาจากการแข่งขันรายการแรก ๆ ของเขาตอนอายุ 9 ขวบ สปิตซ์แตะขอบสระเป็นคนที่ 5

และได้รับริบบิ้นสีม่วงเป็นเครื่องหมายแสดงผลการแข่งขัน ซึ่งให้อารมณ์ที่แตกต่างกันอย่างมากกับคนที่คว้าอันดับแรก

สปิตซ์เองก็เห็นข้อแตกต่างในเรื่องนี้เช่นกัน และทำให้เขาตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยวว่า จะไม่ยอมเป็นผู้แพ้อีกต่อไป

“ผมนี่แบบ โอ้พระเจ้า หมอนั่นดูเป็นคนสำคัญมากกว่า และยังได้ยืนบนขั้นที่สูงกว่า(โพเดียม) โดยมีการระบุว่า อันดับ 1 พอเห็นแบบนั้นผมก็ถอดริบบิ้นสีม่วงออกและส่งให้แม่ทันที พร้อมบอกกับเธอว่า นับจากวันนี้แม่จะไม่มีวันได้เห็นผมใส่สีม่วงอีกต่อไป ปัจจุบันผมก็ยังรับสีนั้นไม่ได้ เพราะมันมีผลกระทบต่อจิตใจอย่างมาก”

นับจากวันนั้น สปิตซ์ ก็เดินหน้าไล่ล่าความสำเร็จทุกอย่างที่ขวางหน้า พออายุ 10 ขวบ เขาเป็นเจ้าของสถิติประเทศ 17 รายการ และสถิติโลกอีก 1 รายการในช่วงอายุเดียวกัน

มาร์ค สปิตช์ ตำนานนักว่ายน้ำผู้ครองโลก

ตั้งต้นใหม่ สู่ความความยิ่งใหญ่ในปี 1972

ความผิดหวังจากโอลิมปิกหนแรกในชีวิต ทำให้สปิตซ์มุ่งมั่นมากกว่าเดิม เขาตัดสินใจเข้าศึกษาต่อที่ มหาวิทยาลัยอินเดียน่า เพื่อฝึกซ้อมกับ ด็อค เคาน์ซิลแมน ตำนานโค้ชว่ายน้ำที่สร้างนักกีฬาดังมาแล้วมากมาย รวมทั้งเป็นโค้ชทีมชาติสหรัฐฯ ที่เม็กซิโกอีกด้วย ซึ่งสปิตซ์ยอมรับว่าการได้เรียนรู้จากเคาน์ซิลแมนคือประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมและมีคุณค่ามากที่สุดในชีวิตของเขา

สปิตซ์ยังคงครองความยิ่งใหญ่ในระดับมหาวิทยาลัย เขาคว้าแชมป์ NCAA ประเภทบุคคล 8 รายการ ได้รางวัลนักกีฬาสมัครเล่นแห่งปีของสหรัฐฯ 1 สมัย

รวมทั้งทุบสถิติโลกอีกมากมายในการคัดตัวทีมชาติสหรัฐฯ ที่ชิคาโก ในปี 1972 และในช่วงนี้เองที่เขาได้รับฉายาว่า “Mark the Shark” หรือฉลามมาร์คจากเพื่อนร่วมทีม

เมื่อถึงการแข่งขันที่มิวนิค สปิตซ์ ไปในฐานะตัวเต็งอีกครั้ง และนอกจากจะต้องการไปแก้มือแล้ว เขายังมีความมุ่งมั่นมากยิ่งกว่าเดิม

ครั้งนี้เขามองไปที่ 7 เหรียญทอง หรือแชมป์ทุกรายการที่ลงแข่ง

เขาเริ่มต้นจากรายการสุดท้ายที่ลงแข่งในปี 1968 นั่นก็คือท่าผีเสื้อ 200 เมตร ซึ่งแม้ดูตื่นตระหนกในช่วงแรก

แต่สุดท้ายก็จบลงด้วยชัยชนะที่ง่ายดาย สปิตซ์แตะขอบสระก่อนคู่แข่งถึง 2 วินาที พร้อมกับบันทึกสถิติโลกขึ้นมาใหม่

หลังจากนั้น เหรียญทองก็ไหลมาเทมาพร้อมกับการทำลายสถิติโลก

พอถึงวันที่ 1 กันยายน สปิตซ์ก็คว้าไปแชมป์ไปแล้ว 5 รายการ แต่เขาก็ต้องเผชิญกับรายการที่ยากที่สุดนั่นก็คือฟรีสไตล์ 100 เมตร

เพราะมีคู่แข่งที่สูสีอย่าง เจอร์รี่ ไฮเดนไรช์ เพื่อนร่วมชาติ ซึ่งทำให้สปิตซ์รู้สึกกดดัน เพราะเขาต้องการแค่เหรียญทองเท่านั้น

และกลัวว่าคนอื่นจะคิดว่าเขาล้มเหลวหากไม่ได้เหรียญทองทุกรายการ เรื่องนี้ทำให้เขาเกือบจะถอนตัวจากการแข่งขันเลยทีเดียว

แม้จะผ่อนแรงในรอบแรก แต่ในรอบชิงฯ เมื่อวันที่ 3 กันยายน สปิตซ์จ้วงเต็มสปีดตั้งแต่ช่วงออกตัว ก่อนจะขึ้นนำอย่างชัดเจนหลังจากกลับตัว

และแตะขอบสระเป็นคนแรกโดยเอาชนะไฮเดนไรช์ครึ่งสโตรก พร้อมกับทำลายสถิติโลกอีก 1 รายการ

วันถัดมา เหรียญทองที่ 7 และเหรียญทองสุดท้ายของสปิตซ์ก็ตกมาอยู่มือของเขาตามคาด

หลังเป็นส่วนหนึ่งในทีมผลัดผสม 100 เมตรของสหรัฐฯ เอาชนะ เยอรมันตะวันออก และแคนาดา พร้อมกับทำลายสถิติโลกอีกครั้ง

7 รายการ, 7 เหรียญทอง และ 7 สถิติโลก ทำให้สปิตซ์กลายเป็นนักกีฬาที่ประสบความสำเร็จในการลงแข่งโอลิมปิกครั้งเดียวมากที่สุดเท่าที่โลกเคยมีมา

ก่อนจะถูกทำลายโดย ไมเคิล เฟลป์ส ในปี 2008 ที่กรุงปักกิ่ง

อย่างไรก็ตาม เท่านี้ก็เพียงพอแล้วที่จะบอกว่าสปิตซ์คือหนึ่งในนักกีฬาที่ยอดเยี่ยมที่สุดตลอดกาล

และด้วยวัยเพียง 22 ปี เขาก็ตัดสินใจอำลาวงการ หลังจากสร้างประวัติศาสตร์ได้สำเร็จ

 

 ตำนานหนวดงาม

สปิตซ์ เป็นนักว่ายน้ำที่มีเอกลักษณ์คือการไว้หนวดเครา แตกต่างจากนักกีฬาคนอื่น ๆ ในยุคเดียวกันที่กำจัดขนบนร่างกายเพื่อลดการเสียดทานยามลงแข่ง

เขาเปิดเผยสาเหตุของการเริ่มไว้หนวดว่าเป็นเพราะเขาโดนโค้ชสมัยเรียนมหาวิทยาลัยสั่งห้าม เขาจึงทำมันเพื่อต่อต้านภาพลักษณ์สะอาดสะอ้านของตัวเองสมัยนั้น

สปิตซ์ยอมรับว่าตอนแข่งโอลิมปิกปี 1972 เขาคิดจะโกนหนวดหลายครั้ง ก่อนจะสังเกตว่ามันทำให้เขาได้รับความสนใจมากขึ้น เขาจึงเก็บมันไว้

ซึ่งเรื่องหนวดของสปิตซ์เป็นจุดสนใจมากอย่างที่เขาบอกไม่ผิดเพี้ยน ถึงขั้นที่สปิตซ์สามารถนำไปอำโค้ชรัสเซียว่ามันทำให้เขาว่ายได้เร็วขึ้น

จนอีกฝ่ายสั่งให้นักกีฬาไว้หนวดตามเขาเลยทีเดียว

สปิตซ์ตัดสินใจโกนหนวดของเขาในปี 1988 โดยให้เหตุผลว่า เขาไม่ได้ว่ายน้ำอีกต่อไปแล้ว รวมทั้งหนวดเริ่มจะเป็นสีเทาจากอายุที่มากขึ้น

และอยากให้ภรรยารวมทั้งครอบครัวได้เห็นใบหน้าของเขาเมื่อไม่มีหนวดด้วยเช่นกัน

 

About the Author

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

You may also like these

PowerFul By Rufeo