มลิกา กันทอง 7เซียนแห่งวอลเลย์บอล

มลิกา กันทอง 7เซียนแห่งวอลเลย์บอล

มลิกา กันทอง 7เซียนแห่งวอลเลย์บอล

มลิกา กันทอง 7เซียนแห่งวอลเลย์บอล

มลิกา กันทอง 7เซียนแห่งวอลเลย์บอล

เมื่อประมาณ 3 เดือนที่ผ่านมา สหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติ หรือที่เรียกกันติดปากว่า “ FIVB ” ได้เผยแพร่เรื่องราวของ “สตาร์ดังทีมชาติไทย” จำนวนทั้งหมด 5 คน ผ่านทาง ทางเว็บไซต์ทางการของ สหพันธ์ฯ (www.fivb.com) ซึ่งเป็นการพูดถึงที่มาที่ไปของ “ทีมตบสาวไทย” ว่าแต่ละคนไปยังไงมายังไง

จึงเดินมาอยู่ตรงจุดนี้ รวมทั้งยังเป็นการชื่นชมผลงานของ “ทีมลูกยางสาวไทย” ที่สามารถก้าวขึ้นมาอยู่ระดับแนวหน้าของโลกได้สำเร็จโดยรายชื่อของนักกีฬาทั้ง 5 คน ที่ถูกพูดถึงในหัวข้อ “Thailand’s Fab Five” ประกอบด้วย “หัวเสาตัวเก่ง” อรอุมา สิทธิรักษ์ และ วิลาวัณย์ อภิญญาพงศ์, “บอลสั้นประสบการณ์สูง” ปลื้มจิตร ถินขาว, “มือเซตอัจฉริยะ” นุศรา ต้อมคำ และอีกคนที่ขาดไม่ได้ คือ มลิกา กันทอง เจ้าของตำแหน่ง “บีหลัง” คนสำคัญของ “ทีมตบสาวไทย”

“ลูกสาวชาวนา”

กับความฝันที่จะเป็น “หัวหน้าครอบครัว”ตามที่จั่วหัวมาเลย! ครอบครัวของ มลิกา ประกอบอาชีพเกษตรกร (ชาวนา) อยู่ที่จังหวัดอ่างทอง

มลิกามีมารดาชื่อ เสทื้อน กันทอง มลิกา กันทอง มีชื่อเล่นว่า ปู เกิดเมื่อวันที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2530 จบการศึกษาปริญญาตรี จากคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต ส่วนเส้นทางสู่วงการวอลเลย์บอลนั้น มลิกาได้รู้จักกีฬาวอลเลย์บอลครั้งแรก เมื่อตอนอายุ 12 ปี ขณะกำลังเรียนอยู่ชั้น ป.6 จากนั้นในช่วงมัธยม

มลิกาได้รับการฝึกซ้อมวอลเลย์บอลจาก 2 โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนกีฬาสุพรรณบุรี และโรงเรียนอุลิตไพบูลย์ จ.ชัยนาท จนทำให้ฝีมือเริ่มพัฒนามากขึ้น และขณะที่เรียนอยู่ชั้น ม.4 ก็ได้รับการคัดเลือกเป็นตัวแทนยุวชนทีมชาติไทย เพื่อลงแข่งชิงแชมป์อาเซียนกับชิงแชมป์เอเชีย

โดยทางบ้านมีฐานะไม่ค่อย ดีนัก และนั่นคือเหตุผลสำคัญที่ทำให้ มลิกา ตัดสินใจเดินเข้าสู่ “เส้นทางสายลูกยาง” ตั้งแต่อายุยังน้อย โดยมีเป้าหมาย ที่ชัดเจนคือ เจ้าตัว ต้องการเรียนฟรี ให้จบระดับปริญญาตรี(เป็นอย่างน้อย) เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย ของครอบครัว

และอยากจะมีหน้าที่การงานที่มั่นคงในวันข้างหน้า เพื่อหาเงินมาดูแลพ่อแม่ต่อไปในฐานะ “หัวหน้าครอบครัว”“ความฝันเล็กๆ” ที่คิดเอาไว้ตลอดตั้งแต่เด็ก ส่งผลให้ มลิกา ก้มหน้าก้มตาฝึกซ้อมอย่างจริงจัง ทุกวันๆ

เริ่มต้นตั้งแต่ ระดับประถม ไปจนถึงระดับมัธยม และ ต่อด้วยระดับ มหาวิทยาลัย แน่นอนว่าเป้าหมายที่ เจ้าตัว ต้องการมันเป็นรูปเป็นร่างอย่างที่คิดไว้ “เรียนฟรี” จนถึงระดับมหาวิทยาลัย และมีโอกาสจะได้ทำงานที่มั่นคงตามฝัน แต่สิ่งที่พิเศษกว่านั้นคือ เจ้าตัว ได้รับโอกาส “ติดธง” รับใช้ทีมชาติไทย ซึ่งเป็นผลพลอยได้มาจาก “ความกตัญญู”

เล่นตรงไหนก็ได้ ขอแค่ยืนในสนามมลิกา ได้รับโอกาสลงสนามรับใช้ “ตบชุดใหญ่” อย่างเป็นทางการครั้งแรก ในการแข่งขัน เอเชียนเกมส์ 2006 ที่กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ ในระหว่างที่กำลังเรียนอยู่ มหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต(เคยติดทีมชุดยุวชน ตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม)

โดยบทบาทที่ เจ้าตัว ได้รับคือตำแหน่ง “UNIVERSAL” หรือเรียกง่ายๆคือ “ผู้เล่นสารพัดประโยชน์” ซึ่งต้องขึ้นกับ “ทีมงานผู้ฝึกสอน” ว่าจะเลือกใช้งานในตำแหน่งไหน … หัวเสาก็ดี บีหลังก็ได้ หรือจะ บอลสั้นก็ไม่มีปัญหาจุดเด่นของ มลิกา ถือว่าเป็นผู้เล่นที่ “ครบเครื่อง” ทำได้ดีในหลายๆบทบาท ส่งผลให้ เจ้าตัว พร้อมที่จะเป็น “ตัวเปลี่ยนสำคัญ”

ในยุคแรกๆของการติดธงรับใช้ชาติ แต่หลังจากที่ เจ้าตัว ผ่านบททดสอบต่างๆได้สำเร็จ จนก้าวขึ้นมาเป็น “ตัวหลัก” ตั้งแต่เมื่อหลายปีก่อนจนถึงปัจจุบัน มลิกา ก็ยึดตำแหน่ง “ บีหลัง ” มาโดยตลอด อาจจะมีแค่บางครั้งที่ถูกโยกไปเล่นในบทบาทอื่นๆ“ปู อาจตีไม่หนักเท่า อรอุมา แต่ว่าเฉียบคม และมีความเร็ว ซึ่งในบทบาทของ บีหลัง

เราจำเป็นต้องมี 2 จุดนี้เข้ามาเติมเต็ม ส่วนอีก 1 เหตุผลที่ มลิกา เป็นตัวหลักของ ทีมชาติไทย มาโดยตลอดในช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมา เป็นเพราะว่า เจ้าตัว สามารถเล่นได้หลากหลายตำแหน่ง ลงสนามช่วยทีมได้ทั้งบทบาทของ หัวเสา และ บีหลัง รวมทั้งในกรณที่ต้องเปลี่ยนตำแหน่ง มลิกา ก็ยังทดแทน ตัวหลักคนอื่นๆ ได้แบบไม่มีปัญหา

” นายชำนาญ ดอกไม้ หนึ่งในทีมงานผู้ฝึกสอน “ทีมสาวไทย” กล่าวถึง มลิกาก็แค่คนธรรมดา “ไม่พิเศษ”มลิกา เป็นผู้เล่นที่ได้รับการชื่นชมมากในเรื่อง บทบาทนอกสนาม เพราะว่าที่ผ่านมา เจ้าตัว เป็นคนนิ่งๆเงียบๆและใช้ชีวิตส่วนใหญ่ อยู่กับครอบครัว ซึ่งภาพที่คนส่วนใหญ่มักได้เห็นใน “โลกออนไลน์” เวลาที่ไม่มีการแข่งขัน มลิกา มักจะกลับไปอยู่ที่จังหวัดอ่างทอง และใช้ชีวิตปกติเหมือนคนทั่วไป กับพ่อแม่พี่น้อง

บางครั้งก็จะไปทำนากับครอบครัว, เก็บผักเก็บผลไม้มาขาย หรือแม้แต่ นั่งพับใบตองห่อข้าวต้มมัด บางช่วงบางตอนที่ เจ้าตัว เคยให้สัมภาษณ์กับ “FIVB” (www.fivb.com) ตอกย้ำให้เห็นถึงตัวตนที่แท้จริง อย่างไม่ต้องสงสัย ซึ่งเป็นสิ่งที่ประทับใจแฟนลูกยางหลายต่อหลายคน เป็นอย่างมาก”ปู ก็ยังคงเป็น ปู คนเดิมต่อไป เป็นแค่นักวอลเลย์บอล ธรรมดาๆ และก็ไม่ใช่ ซูเปอร์สตาร์ อย่างที่หลายๆคนเรียกกัน

ปู ต้องขอขอบคุณจริงๆที่คิดว่า ปู สามารถเป็นแรงบันดาลใจให้กับใครสักคนได้ ปู ประสบความสำเร็จได้เพราะว่าทำงานอย่างหนักมาโดยตลอด”
หัวใจสุดแกร่ง ต่อสู้ชนะโรคร้ายมลิกา เป็นส่วนหนึ่งของ “ตบสาวไทย” ชุดที่ดี่สุดในประวัติศาสตร์ หรือที่เรียกกันคุ้นหูว่า “ยุค 7 เซียน” นับตั้งแต่เริ่มติดธงเมื่อปี 2006 จนถึงปัจจุบัน

เจ้าตัว ประสบความสำเร็จมาแล้วมากมาย และผ่านการลงเล่นรายการใหญ่ๆ ระดับโลกเกือบครบทุกรายการ รวมทั้งที่ผ่านมา มลิกา ยังเคยเดินทางไปเล่น “ลีกอาชีพ” มาแล้วหลายครั้ง โดยทีมสุดท้ายในต่างแดนคือ อาเซอร์เรล บากู ประเทศอาเซอร์ไบจานมลิกา เคยถูกตรวจพบว่ามีอาการป่วย “ไทรอยด์เป็นพิษ”

และต้องหยุดพักรักษาตัวเป็นเวลาหลายเดือน จนต้องพลาดการลงสนามรับใช้ “ตบสาวไทย” ในรายการสำคัญๆอย่าง วอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์เอเชีย และ วอลเลย์บอลซีเกมส์ ในปี 2017 แต่ว่าสุดท้าย เจ้าตัว ก็สามารถต่อสู้ กับอาการป่วยได้สำเร็จ ก่อนจะกลับมาลงสนาม ได้อีกครั้ง และพาต้นสังกัดอย่าง เจนเนอราลี่ สุพรีมฯ รวมทั้ง นครราชสีมาฯ คว้าแชมป์ ไทยแลนด์ลีก มาครองได้เมื่อปี 2017 และ 2018

 

About the Author

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

You may also like these

PowerFul By Rufeo