บทเรียนราคาแพง

บทเรียนราคาแพง

บทเรียนราคาแพง

บทเรียนราคาแพง

บทเรียนราคาแพง

บทเรียนราคาแพง ริบเหรียญทองมาเลย์ ดราม่า พาราลิมปิกเกมส์ โตเกียว 2020 ที่ดูเรียบง่ายไร้ปัญหา กลายเป็นดราม่าระดับโลก

เมื่อนักกีฬาจากแดนเสือเหลือง มาเลเซีย เพื่อนบ้านของเรา โชว์พลังคว้าเหรียญทองทุ่มน้ำหนัก พร้อมทำลายสถิติโลก  แต่สุดท้ายโดนยึดเหรียญคืน

ลำดับเหตุการณ์ของความวุ่นวายเกิดขึ้นดังนี้

ใน การแข่งขันกรีฑา ประเภทลาน “ทุ่มน้ำหนัก” ชาย (เอฟ 20) ตัวเต็งของการแข่งขันรายการนี้คือ “มูฮัมมัด  ซิยาด โซลเคฟลี” วัย 30 นักกีฬาความหวังเหรียญทองของชาวมาเลย์ อาจเรียกได้ว่าคือความหวังสูงสุด

หลังจาก “โซลเคฟลี” สร้างผลงานลือลั่นในการคว้าเหรียญทองแดงจาก “ลอนดอนเกมส์ 2012” ก่อนมาคว้าเหรียญทองทุ่มน้ำหนักได้สำเร็จที่ “ริโอ 2016” ที่สำคัญ “โซลเคฟลี” ยังเป็นเจ้าของสถิติโลก ทำไว้ 17.29 เมตร จากการแข่งขันชิงแชมป์โลกที่ลอนดอน เมื่อปี 2017

โซลเคฟลี คือซูเปอร์สตาร์ความหวังสูงสุดของชาวมาเลย์ นอกเหนือจากการคว้าเหรียญ พาราลิมปิกเกมส์มาแล้ว 2 สมัย ยังสร้างผลงานคว้า แชมป์โลก 2 สมัย ในปี 2013 ที่ลียง ฝรั่งเศส และปี 2017 ลอนดอน อังกฤษ ยังเป็นรองแชมป์ 1 สมัยและอันดับ 3 อีกหนึ่งสมัย รวมทั้งการเป็นแชมป์เอเชี่ยนพาราเกมส์ ครั้งล่าสุดที่อินโดนีเซีย การเดินทางเข้าร่วม “โตเกียว 2020” คือการสร้างประวัติศาสตร์คว้าเหรียญพาราลิมปิกเป็นสมัยที่ 3 ติดต่อกัน ชนวนของปัญหาเกิดขึ้น เมื่อ “มูฮัมมัด  ซิยาด โซลเคฟลี” เดินทางไปรายงานตัวที่ห้องประชุมของสนามกีฬาแห่งชาติกรุงโตเกียว สายไป 3 นาที

ด้วยกฏกติกา การรายงานตัวล่าช้ากว่ากำหนดถือว่าสละสิทธิ์ เพราะจะส่งผลถึงการแข่งขันรายการอื่นๆ และเป็นการกำหนดเวลาที่แจ้งล่วงหน้ากันมาก่อนแล้ว ความมุ่งมั่นตั้งใจจากการฟิตซ้อมและดีกรีเหรียญทองแชมป์เก่า “โซลเคฟลี” พยายามยื้อเพื่อขอเข้าร่วมแข่งขัน โดยสารพัดอ้างไม่ได้ยินเสียงประกาศ หลงทางและไม่เข้าใจภาษาญี่ปุ่นจึงทำให้เดินทางไปรายงานตัวช้า และมันได้ผลกรรมการที่รับรายงานตัวใจอ่อนอนุโลมให้แข่งขัน สุดท้าย “โซลเคฟลี” เข้าร่วมโชว์พลังการทุ่ม พร้อมมีการถ่ายทอดสดให้เพื่อนร่วมชาติได้เชียร์ และกลับทำผลงานดีเกินคาดนอกจากคว้าเหรียญทอง ยังสามารถทำลายสถิติโลกอีกด้วย โดยทุ่มไกลถึง 17.94 เมตร มากกว่าสถิติเดิมที่ตัวเองทำไว้ 17.29 เมตร

โดยทิ้งอันดับสอง “มักซิม โควัล” จอมพลังจากยูเครนที่ทำได้ 17.34 เมตร ถึง 60 เซ็นติเมตร ในขณะที่สถิติโลกอยู่ที่ 17.29 เมตร อันดับสามเป็นนักกีฬายูเครนอีกราย อเล็กซานเดอร์ ยารอฟ 17.30 เมตร ทั้งสามคนล้วนทำลายสถิติโลก ส่วนอันดับ 4 เป็นของกรีซ แอสตรานิออส นิโคไลดิส 15.93 เมตร

หลังแข่งขันกันครบและผลการแข่งขันออกมาให้ “โซลเคฟลี” และเพื่อนร่วมชาติเริงร่าดีใจไม่นาน สต๊าฟโค้ชของยูเครน และ “มักซิม โควัล” ประท้วงคณะกรรมการจัดการแข่งขัน อ้างกฏเหล็กการรายงานตัวสายถือว่าผิดกติกาและไม่ยุติธรรมต่อผู้แข่งขันรายอื่น โดยเฉพาะจาก ออสเตรเลีย และ เอกวาดอร์ ที่มาสายเช่นกันสุดท้ายกรรมการต้องปรับให้ “โซลเคฟลี” ออกจากการแข่งขัน เสมือนไม่ได้เข้าร่วม “พาราลิมปิก เกมส์” ครั้งนี้ ผลงานที่สร้างมาถูกลบออกหมด ทั้งลำดับเหรียญและระยะที่เป็นสถิติโลก

“มูฮัมมัด  ซิยาด โซลเคฟลี” หมดสิทธิ์โต้แย้งเพราะถือว่า ผิดจริง สายจริง ในที่สุดเหรียญทองก็ตกเป็นของ “มักซิม โควัล” นักกีฬายูเครน ทำได้ 17.34 ม. และเป็นสถิติโลกใหม่ส่วนอันดับสอง เหรียญเงิน ก็ตกเป็นของยูเครน ส่วนเหรียญทองแดง เป็นของ กรีซเรื่องในสนามจบไปแล้ว แต่สถานการณ์ภายนอกกลับเดือดหนัก เมื่อ “ทัวร์ลง” แฟนกีฬาชาวมาเลย์บุกถล่มทุกช่องทางโซเชี่ยลมีเดียของพาราลิมปิกเกมส์ “โตเกียว 2020” ทันที

สารพัดความเห็นโพสต์สวดยับ โดยเฉพาะประเด็น หากว่าผิดแล้วให้แข่งขันทำไม และเมื่อแข่งขันแล้วผลออกมา แล้วจะยกเลิกได้อย่างไร เช่นเดียวกับรัฐมนตรีและนักการเมืองหลายคนของมาเลเซีย ออกมาขยับราวกับว่า “ถูกปล้นชัย”

“ไครี จามาลุดดิน” รัฐมนตรีกีฬาของมาเลเซีย ที่คอมเมนต์ด้วยตัวเอง

“นี่เป็นการตัดสินใจที่อัปยศอดสู ซึ่งขัดต่อหลักการของจิตวิญญาของการแข่งขัน ถ้ามีปัญหาต้องไม่ให้แข่งขันจนได้อันดับ 1 นั่นหมายความว่าสปิริตของการแข่งขันช่างน้อยนิดเหลือเกิน เหรียญทอง และ สถิติโลกของเราถูกขโมยไปต่อหน้าต่อตา”

ขณะ “อาหมัด ไฟซาล อาซูมู” รัฐมนตรีกระทรวงเยาวชนและกีฬาของมาเลเซีย ออกมายืนยันว่า มาเลเซียร่วมกับออสเตรเลียและเอกวาดอร์ได้ประท้วงการตัดสินดังกล่าวแล้ว และจะรอคำตัดสินอีกครั้งต่อไป

ทัวร์ลงในโซเซี่ยล “พาราลิมปิก” ยังไม่พอ ต่อเนื่องไปถึงทวิตเตอร์ของนักกีฬายูเครน บางคอมเม้นต์ไปไกลและดุเดือด ถึงขนาดว่าว่าคราวที่แล้วก็ใช้จรวดยิงเครื่องบินของมาเลเซีย แอร์ไลน์ เที่ยวบิน MH17 จนตกในยูเครนหลายปีก่อน คราวนี้มายิงนักกีฬาไม่ให้เหรียญอีกหรอ

เรื่องราวลุกลามบานปลาย กระทั่ง คณะกรรมการพาราลิมปิกสากล หรือ ไอพีซี ต้องออกมาแถลง ยืนยันการทำผิดกฏชัดเจนในการรายงานตัวล่าช้า นอกเหนือจาก  “มูฮัมมัด  ซิยาด โซลเคฟลี” ของมาเลเซีย ยังมีนักกีฬาจาก ออสเตรเลีย และ เอกวาดอร์ ที่รายงานตัวช้าและต้องออกจากการแข่งขัน

“เคร็ก สเปนซ์” โฆษกของไอพีซี ระบุว่า ไอพีซี และ ยูเครน เสียใจที่ถูกคุกคามออนไลน์ มีการคุกคามจากชาวมาเลเซียมากมายในโซเชียล มีเดีย มันเป็นคำหยาบคายจำนวนมาก คุณอาจจะไม่พอใจกับการตัดสินใจ แต่ก็มีคอมเมนต์มากมายที่ต่อว่าโดยไม่เกี่ยวข้องกับการแข่งขันทุ่มน้ำหนักเลย

“กฏย่อมเป็นกฎ ไม่ใชความผิดของยูเครนที่ทางนักกีฬามาเลเซียมารายงานตัวสาย ผมผิดหวังกับปฏิกิริยาในสื่อออนไลน์อย่างมาก ผมเสียใจกับนักกีฬา แต่มันคือกฏ”

โฆษก คณะกรรมการพาราลิมปิกสากล กล่าวย้ำ สุดท้าย “มูฮัมมัด  ซิยาด โซลเคฟลี” ต้องกลับบ้านมือเปล่า นอกจากไม่สามารถรักษาแชมป์และสร้างประวัติศาสตร์ได้ ทั้งที่ทำผลงานและสถิติโลก ยังต้องสูญเสียเงินอัดฉีดเหรียญทอง 1 ล้านริงกิต หรือราว 7.7 ล้านบาทที่รัฐบาลตั้งไว้ เพราะมาช้าสามนาที เป็นสามนาทีที่ “โซลเคฟลี” ต้องจดจำไปตลอดชีวิต

เมื่อนักกีฬาจากแดนเสือเหลือง มาเลเซีย เพื่อนบ้านของเรา โชว์พลังคว้าเหรียญทองทุ่มน้ำหนัก พร้อมทำลายสถิติโลก

แต่สุดท้ายโดนยึดเหรียญคืน

ลำดับเหตุการณ์ของความวุ่นวายเกิดขึ้นดังนี้

ในการแข่งขันกรีฑาประเภทลาน “ทุ่มน้ำหนัก” ชาย (เอฟ 20) ตัวเต็งของการแข่งขันรายการนี้คือ “มูฮัมมัด  ซิยาด โซลเคฟลี” วัย 30 นักกีฬาความหวังเหรียญทองของชาวมาเลย์ อาจเรียกได้ว่าคือความหวังสูงสุด

หลังจาก “โซลเคฟลี” สร้างผลงานลือลั่นในการคว้าเหรียญทองแดงจาก “ลอนดอนเกมส์ 2012” ก่อนมาคว้าเหรียญทองทุ่มน้ำหนักได้สำเร็จที่ “ริโอ 2016” ที่สำคัญ “โซลเคฟลี” ยังเป็นเจ้าของสถิติโลก ทำไว้ 17.29 เมตร จากการแข่งขันชิงแชมป์โลกที่ลอนดอน เมื่อปี 2017

โซลเคฟลี คือซูเปอร์สตาร์ความหวังสูงสุดของชาวมาเลย์ นอกเหนือจากการคว้าเหรียญ พาราลิมปิกเกมส์มาแล้ว 2 สมัย ยังสร้างผลงานคว้า แชมป์โลก 2 สมัย ในปี 2013 ที่ลียง ฝรั่งเศส และปี 2017 ลอนดอน อังกฤษ ยังเป็นรองแชมป์ 1 สมัยและอันดับ 3 อีกหนึ่งสมัย รวมทั้งการเป็นแชมป์เอเชี่ยนพาราเกมส์ ครั้งล่าสุดที่อินโดนีเซีย การเดินทางเข้าร่วม “โตเกียว 2020” คือการสร้างประวัติศาสตร์คว้าเหรียญพาราลิมปิกเป็นสมัยที่ 3 ติดต่อกัน ชนวนของปัญหาเกิดขึ้น เมื่อ “มูฮัมมัด  ซิยาด โซลเคฟลี” เดินทางไปรายงานตัวที่ห้องประชุมของสนามกีฬาแห่งชาติกรุงโตเกียว สายไป 3 นาที

ด้วยกฏกติกา การรายงานตัวล่าช้ากว่ากำหนดถือว่าสละสิทธิ์ เพราะจะส่งผลถึงการแข่งขันรายการอื่นๆ และเป็นการกำหนดเวลาที่แจ้งล่วงหน้ากันมาก่อนแล้ว ความมุ่งมั่นตั้งใจจากการฟิตซ้อมและดีกรีเหรียญทองแชมป์เก่า “โซลเคฟลี” พยายามยื้อเพื่อขอเข้าร่วมแข่งขัน โดยสารพัดอ้างไม่ได้ยินเสียงประกาศ หลงทางและไม่เข้าใจภาษาญี่ปุ่นจึงทำให้เดินทางไปรายงานตัวช้า และมันได้ผลกรรมการที่รับรายงานตัวใจอ่อนอนุโลมให้แข่งขัน สุดท้าย “โซลเคฟลี” เข้าร่วมโชว์พลังการทุ่ม พร้อมมีการถ่ายทอดสดให้เพื่อนร่วมชาติได้เชียร์ และกลับทำผลงานดีเกินคาดนอกจากคว้าเหรียญทอง ยังสามารถทำลายสถิติโลกอีกด้วย โดยทุ่มไกลถึง 17.94 เมตร มากกว่าสถิติเดิมที่ตัวเองทำไว้ 17.29 เมตร

โดยทิ้งอันดับสอง “มักซิม โควัล” จอมพลังจากยูเครนที่ทำได้ 17.34 เมตร ถึง 60 เซ็นติเมตร ในขณะที่สถิติโลกอยู่ที่ 17.29 เมตร อันดับสามเป็นนักกีฬายูเครนอีกราย อเล็กซานเดอร์ ยารอฟ 17.30 เมตร ทั้งสามคนล้วนทำลายสถิติโลก ส่วนอันดับ 4 เป็นของกรีซ แอสตรานิออส นิโคไลดิส 15.93 เมตร

หลังแข่งขันกันครบและผลการแข่งขันออกมาให้ “โซลเคฟลี” และเพื่อนร่วมชาติเริงร่าดีใจไม่นาน สต๊าฟโค้ชของยูเครน และ “มักซิม โควัล” ประท้วงคณะกรรมการจัดการแข่งขัน อ้างกฏเหล็กการรายงานตัวสายถือว่าผิดกติกาและไม่ยุติธรรมต่อผู้แข่งขันรายอื่น โดยเฉพาะจาก ออสเตรเลีย และ เอกวาดอร์ ที่มาสายเช่นกันสุดท้ายกรรมการต้องปรับให้ “โซลเคฟลี” ออกจากการแข่งขัน เสมือนไม่ได้เข้าร่วม “พาราลิมปิก เกมส์” ครั้งนี้ ผลงานที่สร้างมาถูกลบออกหมด ทั้งลำดับเหรียญและระยะที่เป็นสถิติโลก

“มูฮัมมัด  ซิยาด โซลเคฟลี” หมดสิทธิ์โต้แย้งเพราะถือว่า ผิดจริง สายจริง ในที่สุดเหรียญทองก็ตกเป็นของ “มักซิม โควัล” นักกีฬายูเครน ทำได้ 17.34 ม. และเป็นสถิติโลกใหม่ส่วนอันดับสอง เหรียญเงิน ก็ตกเป็นของยูเครน ส่วนเหรียญทองแดง เป็นของ กรีซเรื่องในสนามจบไปแล้ว แต่สถานการณ์ภายนอกกลับเดือดหนัก เมื่อ “ทัวร์ลง” แฟนกีฬาชาวมาเลย์บุกถล่มทุกช่องทางโซเชี่ยลมีเดียของพาราลิมปิกเกมส์ “โตเกียว 2020” ทันที

สารพัดความเห็นโพสต์สวดยับ โดยเฉพาะประเด็น หากว่าผิดแล้วให้แข่งขันทำไม และเมื่อแข่งขันแล้วผลออกมา แล้วจะยกเลิกได้อย่างไร เช่นเดียวกับรัฐมนตรีและนักการเมืองหลายคนของมาเลเซีย ออกมาขยับราวกับว่า “ถูกปล้นชัย”

“ไครี จามาลุดดิน” รัฐมนตรีกีฬาของมาเลเซีย ที่คอมเมนต์ด้วยตัวเอง

“นี่เป็นการตัดสินใจที่อัปยศอดสู ซึ่งขัดต่อหลักการของจิตวิญญาของการแข่งขัน ถ้ามีปัญหาต้องไม่ให้แข่งขันจนได้อันดับ 1 นั่นหมายความว่าสปิริตของการแข่งขันช่างน้อยนิดเหลือเกิน เหรียญทอง และ สถิติโลกของเราถูกขโมยไปต่อหน้าต่อตา”

ขณะ “อาหมัด ไฟซาล อาซูมู” รัฐมนตรีกระทรวงเยาวชนและกีฬาของมาเลเซีย ออกมายืนยันว่า มาเลเซียร่วมกับออสเตรเลียและเอกวาดอร์ได้ประท้วงการตัดสินดังกล่าวแล้ว และจะรอคำตัดสินอีกครั้งต่อไป

ทัวร์ลงในโซเซี่ยล “พาราลิมปิก” ยังไม่พอ ต่อเนื่องไปถึงทวิตเตอร์ของนักกีฬายูเครน บางคอมเม้นต์ไปไกลและดุเดือด ถึงขนาดว่าว่าคราวที่แล้วก็ใช้จรวดยิงเครื่องบินของมาเลเซีย แอร์ไลน์ เที่ยวบิน MH17 จนตกในยูเครนหลายปีก่อน คราวนี้มายิงนักกีฬาไม่ให้เหรียญอีกหรอ

เรื่องราวลุกลามบานปลาย กระทั่ง คณะกรรมการพาราลิมปิกสากล หรือ ไอพีซี ต้องออกมาแถลง ยืนยันการทำผิดกฏชัดเจนในการรายงานตัวล่าช้า นอกเหนือจาก  “มูฮัมมัด  ซิยาด โซลเคฟลี” ของมาเลเซีย ยังมีนักกีฬาจาก ออสเตรเลีย และ เอกวาดอร์ ที่รายงานตัวช้าและต้องออกจากการแข่งขัน

“เคร็ก สเปนซ์” โฆษกของไอพีซี ระบุว่า ไอพีซี และ ยูเครน เสียใจที่ถูกคุกคามออนไลน์ มีการคุกคามจากชาวมาเลเซียมากมายในโซเชียล มีเดีย มันเป็นคำหยาบคายจำนวนมาก คุณอาจจะไม่พอใจกับการตัดสินใจ แต่ก็มีคอมเมนต์มากมายที่ต่อว่าโดยไม่เกี่ยวข้องกับการแข่งขันทุ่มน้ำหนักเลย

“กฏย่อมเป็นกฎ ไม่ใชความผิดของยูเครนที่ทางนักกีฬามาเลเซียมารายงานตัวสาย ผมผิดหวังกับปฏิกิริยาในสื่อออนไลน์อย่างมาก ผมเสียใจกับนักกีฬา แต่มันคือกฏ”

โฆษก คณะกรรมการพาราลิมปิกสากล กล่าวย้ำ สุดท้าย “มูฮัมมัด  ซิยาด โซลเคฟลี” ต้องกลับบ้านมือเปล่า นอกจากไม่สามารถรักษาแชมป์และสร้างประวัติศาสตร์ได้ ทั้งที่ทำผลงานและสถิติโลก ยังต้องสูญเสียเงินอัดฉีดเหรียญทอง 1 ล้านริงกิต หรือราว 7.7 ล้านบาทที่รัฐบาลตั้งไว้ เพราะมาช้าสามนาที เป็นสามนาทีที่ “โซลเคฟลี” ต้องจดจำไปตลอดชีวิต

About the Author

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

You may also like these

PowerFul By Rufeo