ท๊อปไฟว์ยุโรปซัมเมอร์2021

ท๊อปไฟว์ยุโรปซัมเมอร์2021

ท๊อปไฟว์ยุโรปซัมเมอร์2021

ท๊อปไฟว์ยุโรปซัมเมอร์2021

ท๊อปไฟว์ยุโรปซัมเมอร์2021

เสร็จสิ้นลงไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับตลาดซื้อขายนักเตะทั้งใน พรีเมียร์ลีกอังกฤษ และลีกใหญ่อื่น ๆ ในยุโรป ซึ่งถือว่าปีนี้มีการซื้อขายกันคึกคักพอสมควรไม่แพ้ซีซั่นก่อน ๆ วันนี้เราจะพาแฟน ๆ  ทุกท่านไปดูกันว่าดีลใดบ้างที่มีมูลค่าสูงที่สุดใน ตลาดนักเตะซัมเมอร์2021 ที่เพิ่งจะปิดตัวลงไป และจะแพงมากน้อยแค่ไหน ตามไปดูกัน

เสร็จสิ้นลงไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับตลาดซื้อขายนักเตะทั้งใน พรีเมียร์ลีกอังกฤษ และลีกใหญ่อื่น ๆ ในยุโรป ซึ่งถือว่าปีนี้มีการซื้อขายกันคึกคักพอสมควรไม่แพ้ซีซั่นก่อน ๆ วันนี้เราจะพาแฟน ๆ 90Min ทุกท่านไปดูกันว่าดีลใดบ้างที่มีมูลค่าสูงที่สุดในตลาดนักเตะซัมเมอร์ 2021 ที่เพิ่งจะปิดตัวลงไป และจะแพงมากน้อยแค่ไหน ตามไปดูกัน

อ้างอิงข้อมูลค่าตัวจากเว็บไซด์ transfermarkt.co.uk

5. เบน ไวท์ – 52.6 ล้านปอนด์Ben WhiteBrentford v Arsenal – Premier League / Shaun Botterill/Getty Images

ปราการหลังดีกรีทีมชาติอังกฤษที่ อาร์เซนอล ทุ่มเงินมหาศาลกระชากตัวมาจาก ไบรท์ตัน ด้วยค่าตัวกว่า 50 ล้านปอนด์ แต่ดูเหมือนว่าการลงทุนของพวกเขาจะยังไม่เห็นผลเพราะหลังจากผ่านไป 3 เกม ไวท์ เพิ่งจะได้ลงเล่นไปเพียงเกมเดียว แถม ปืนใหญ่ ก็ยังจมอยู่อันดับบ๊วยของตารางด้วยการยังไม่มีแม้แต่คะแนนเดียว ยิงไม่ได้แถมเสียไปแล้ว 9 ประตูด้วยกัน

4. อัชราฟ ฮาคิมี – 54 ล้านปอนด์Achraf HakimiStade de Reims v Paris Saint Germain – Ligue 1 / John Berry/Getty Images

แบ็คขวาจอมบุกชาวโมร็อกโก หลักจากเพิ่งจะย้ายจาก เรอัล มาดริด มาอยู่กับ อินเตอร์ มิลาน และพา งูใหญ่ คว้าแชมป์ลีกมาครองได้สำเร็จเมื่อซีซั่นที่ผ่านมา จากผลงานดังกล่าวทำให้ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ยอมทุ่มเงินถึง 54 ล้านคว้าตัวมาเสริมความแข็งแกร่งและดูเหมือนผลงานของเขาจะยังคงยอดเยี่ยมหลังทำไปแล้ว 1 ประตูกับ 2 แอสซิสต์ให้ เปแอสเช ตลอด 4 นัดแรกในลีกเอิงฤดูกาลนี้

3. เจดอน ซานโช – 76.5 ล้านปอนด์Jadon SanchoWolverhampton Wanderers v Manchester United – Premier League / James Baylis – AMA/Getty Images

ปีกตัวเก่งจาก โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ที่ตกเป็นข่าวพัวพันกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มาอย่างยาวนาน กระทั่งซัมเมอร์นี้พวกเขาทำสำเร็จแลกกับเงินค่าตัวถึง 76 ล้าน แต่ดูเหมือนว่านับตั้งแต่เปิดฤดูกาลมาเจ้าตัวยังไม่สามารถงัดฟอร์มเก่งออกมาได้ตามที่แฟน ๆ คาดหวัง จนหลายคนเริ่มนำมาเปรียบเทียบกับ อเล็กซิส ซานเชซ อดีตซุเปอร์สตาร์ชาว ชิลี ที่เคยย้ายมาล้มเหลวกับ ปีศาจแดง ก่อนหน้านี้

2. โรเมลู ลูกากู – 103.5 ล้านปอนด์Romelu LukakuLiverpool v Chelsea – Premier League / Michael Regan/Getty Images

ดาวยิงตัวเก่งของ อินเตอร์ มิลาน หลังจากโชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นใน กัลโช เซเรีย อา พาทีมคว้าแชมป์มาครองได้สำเร็จ ก็เป็น เชลซี ที่จัดการกระชากตัวมาร่วมทีมด้วยค่าตัวรวมกว่าร้อยล้านปอนด์ ซึ่งเจ้าตัวก็จัดการประเดิมประตูแรกกับทีมได้เป็นที่เรียบร้อย รวมถึงดูเหมือนว่าจะสามารถปรับตัวให้เข้ากับต้นสังกัดใหม่หน้าเก่าได้ดีอีกด้วย

1. แจ็ค กรีลิช – 105.7 ล้านปอนด์Jack GrealishManchester City v Arsenal – Premier League / Robbie Jay Barratt – AMA/Getty Images

เพลย์เมคเกอร์ดีกรีทีมชาติอังกฤษที่โชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นกับ แอสตัน วิลลา ปม้จะมีช่วงที่ถูกอาการบาดเจ็บเล่นงานก็ตาม แต่หลังจากตามจีบมาพักใหญ่ในที่สุด แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็จัดการปิดดีลมูลค่า 105 ล้านเป็นสถิติใหม่ของนักเตะเมืองผู้ดีคว้าตัวมาร่วมทีม ซึ่งก็ต้องบอกว่าผลงานกับทีมพอจะมีแววโดดเด่นอยู่เหมือนกัน แต่คงต้องให้เวลาอีกหน่อยจึงสามารถระเบิดฟอร์มเก่งในนามต้นสังกัดใหม่ได้

ตลาดซื้อขายนักเตะประจำซัมเมอร์ 2021 ได้ปิดฉากลงแล้วอย่างเป็นทางการเมื่อช่วงเช้าของวันพุธที่ผ่านมาตามเวลาของประเทศไทยปรากฏว่า อาร์เซนอล, แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด, แมนเชสเตอร์ซิตี้ และเชลซี เป็นสโมสรที่ใช้จ่ายมากที่สุดในพรีเมียร์ลีก จาก 4 สโมสรที่ใหญ่ที่สุด หรือบิ๊กซิกซ์

ในช่วงสุดท้ายของตลาดการซื้อ-ขายนักเตะนั้น เรามักจะได้เห็นภาพผู้จัดการทีมเดินทางเข้าสู่สนามซ้อม เพื่อมารอพบกับนักเตะ มีภาพนักเตะอยู่ในรถกำลังเร่งเครื่องมุ่งหน้าไปที่สนามซ้อมของทีมเพื่อมาตรวจร่างกาย หรือแม้แต่บางที บางคนยังต้องมานั่งรอสถานการณ์อยู่ในลานจอดรถว่าสุดท้ายแล้ว ตัวเองจะต้องเดินทางไปที่ไหน ซึ่งเหตุการณ์ทั้งหมดนี้มันมีที่มา และมีเหตุผลของมัน เพราะการย้ายทีมนั้นไม่ใช่แค่ว่า อยากจะซื้อใคร ก็ซื้อได้เลย แต่จริงๆคือ การย้ายทีมและติดต่อซื้อขายนั้นมีขั้นตอนละเอียดอยู่พอสมควร โดยก่อนที่ตลาดการซื้อขายจะจบลง  จะมาเล่าให้ฟังกันว่า ขั้นตอนการติดต่อเรื่องย้ายทีมนั้น ต้องผ่านขั้นตอนอะไรบ้าง

ก่อนจะไปอ่านกัน ขอเน้นว่าขั้นตอนเรื่องเอกสารการย้ายนั้น ในเรื่องนี้จะอิงจากการย้ายข้ามประเทศเป็นหลัก โดยในแต่ละประเทศก็จะมีขั้นตอนที่แตกต่างกันออกไปอีก

เอาล่ะ เริ่มจากแต่ละทีมคงต้องสังเกตก่อนว่า อยากจะได้นักเตะคนไหน โดยวิธีการค้นหานักเตะในฝันนั้นมีอยู่มากมาย หลากชนิด เช่นถ้าเป็นสมัยก่อนก็จะเป็นการส่งทีมงานแมวมอง หรือ Scout ไปที่การแข่งของนักเตะเพื่อไปดูฟอร์ม หรือผู้จัดการทีมได้ดูเทปการเล่น ถ้ามาสมัยนี้ แมวมองก็สามารถตรวจสอบเว็บข้อมูลสำหรับผู้เล่น เช่นเว็บอย่าง  Instat และเลือกดูคลิปวิดีโอของนักเตะแต่ละคนได้ ขนาดลีกแปลกๆก็ยังมีเลย หรือนักเตะระดับเยาวชนก็มีนะ

หรือที่พิสดารออกไป ก็คือการใช้เกมอย่าง Football Manager เพื่อเลือกนักเตะ ก็ใช้ได้เหมือนกัน แต่ถ้ารู้แล้วว่าอยากได้ใคร ขั้นตอนนี้ก็ผ่านได้เลย

เมื่อเลือกได้แล้วว่าอยากได้นักเตะคนไหน ทีมที่ต้องการจะซื้อนักเตะคนนั้น ก็จะต้องติดต่อไปที่ต้นสังกัดของนักเตะที่ว่า และคุยถึงเรื่องจำนวนเงินที่พวกเขาพร้อมจะจ่าย

แต่ก่อนที่จะติดต่อต้นสังกัด โดยส่วนใหญ่แล้ว นักเตะและตัวแทนของนักเตะ (หรือ เอเย่นต์) ก็จะพอทราบแล้วว่ามีทีมกำลังสนใจอยู่  เพราะทีมที่อยากได้นักเตะนั้นจะทำการติดต่อตัวแทนของนักเตะก่อน และห้าม (เน้นนะว่าห้ามโดยเป็นอันขาด) ที่จะติดต่อกับตัวนักเตะโดยตรง โดยเฉพาะนักเตะในพรีเมียร์ลีก เพราะในลีกมีข้อบังคับเรื่องนี้อย่างชัดเจน โดยจะติดต่อได้แค่ตัวแทนของนักเตะเท่านั้น

ทีมจะสามารถสอบถามตัวแทนนักเตะได้ ว่าตอนนี้สัญญาเหลือกี่ปี อยากย้ายออกหรือเปล่า คิดว่าค่าตัวอยู่ที่เท่าไหร่ และครอบครัวเป็นอย่างไรบ้าง (อันนี้สำคัญ อย่าลืมว่านี่คือชีวิตพวกเขาเลยนะ) เพื่อให้พร้อมกับการเจรจาในรอบต่อไป

เมื่อนักเตะทราบเรื่อง และพร้อมจะเจรจา ทีมก็จะยื่นข้อเสนอไปที่ต้นสังกัดของนักเตะ พร้อมกับจำนวนเงินที่พวกเขาพร้อมจะจ่าย ซึ่งโดยปกติ ทีมจะยื่นข้อเสนอกันประมาณ 3-4 ครั้งก่อนที่จะตกลงกันได้ ซึ่งสื่อในอังกฤษเปรียบเทียบขั้นตอนนี้ ว่าเหมือนกับการ “เล่นเกมเสี่ยงทาย” เลยล่ะ

About the Author

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

You may also like these

PowerFul By Rufeo