นักเตะใหม่ของหงส์แดงผ่านการตรวจร่างกาย และเซ็นสัญญาระยะยาวกับ  สโมสรที่เมลวู้ด  เมื่อวันพุธที่ผ่านมา เขาพัฒนาขึ้นมาเป็นที่น่าจับตามองของทีมทั่งทวีป นับตั้งแต่ย้ายจากบ้านเกิดมาอยู่กับซัลซ์บวร์กในปี 2015 ที่เขาได้แสดงความสามารถ และลิเวอร์พูลก็ได้เห็นด้วยตาตัวเองในแชมเปียนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่มในฤดูกาลนี้

เขาเกิดเมื่อวันที่ 16 มกราคม 1995 โดยเริ่มอาชีพกับเซเรโซ่ โอซาก้า ที่เขาขึ้นมาจากทีมเยาวชน โดยลงเล่น 82 เกมทุกรายการ ก่อนที่ซัลซ์บวร์กจะดึงตัวเขาไปร่วมทีมก่อนวันเกิดครบรอบ 20 ปีไม่กี่วัน หลังจากนั้นเขาช่วยทีมเก่าของซาดิโอ มาเน่ และนาบี เกอิต้า คว้าแชมป์ลีกทุกๆ ฤดูกาลนับตั้งแต่นั้นรวมกับบอลถ้วยอีก 4 ใบ

ความสามารถเล่นได้ทุกตำแหน่งในแนวรุก และยังถอยลึกไปยืนในแดนกลางได้ เขามีความสามารถในการเปิดช่องแนวรับ ไม่ว่าจะจากการเลี้ยงบอล กระชากหนีด้วยความเร็ว และการจ่ายบอลที่แม่นยำ เขายังจบสกอร์ได้ดีจากการทำไป 64 ประตูทุกรายการให้กับซัลซ์บวร์ รวมถึงประตูที่แอนฟิลด์ที่ทีมใหม่ของเชาเอาชนะแชมป์จากออสเตรีย 4-3 ในเกมแชมเปียนส์ลีกที่สุดตื่นเต้น

นั่นเป็น 1 ใน 9 ประตูจากครึ่งแรกของฤดูกาล 2019-20 ที่แสดงให้เห็นว่าเขาดีขึ้นจากการทำได้มากที่สุด 14 ประตูในฤดูกาลเดียว (ในฤดูกาล 2016-17 และ2018-19) นอกจากการช่วยให้ทีมครองความยิ่งใหญ่ในลีกออสเตรีย มินามิโนะ ยังเป็นส่วนสำคัญให้ซัลซ์บวร์กเติบโตในเวทียุโรปในฤดูกาลหลังๆ

เขาทำสองประตูช่วยให้ทีมเข้าถึงยูโรปา ลีก รอบรองชนะเลิศในฤดูกาล 2017-18 และอีก 4 ในฤดูกาลถัดมาในรายการเดียวกัน ก่อนผ่านมาเล่นในแชมเปียนส์ลีกเดือนก.ย. ที่พวกเขาสร้างโอกาสจนมีลุ้นเข้ารอบในเกมสุดท้ายที่เจอกับลิเวอร์พูลทีมแชมป์เก่า

มินามิโนะทำประตู และแอสซิสต์ให้พวกเขากลับมาจากที่ตามหลังหงส์แดง 3 ประตูที่แอนฟิลด์จนเสมอกัน ก่อนพ่ายไปอย่างหวุดหวิดท้ายเกม และยังทำประตูอีกครังในเกมบุกชนะเกงค์ 4-1

เขายังโดดเด่นในทีมชาติเมื่อเป็นตัวจริง 6 จาก 7 เกมที่ญี่ปุ่นลงเล่นในเอเอฟซี เอเชียน คัพ 2019 และทำประตูในนัดชิงชนะเลิศที่พวกเขาได้รองแชมป์ และทำ 5 ประตูในสถิติชนะรวด 100 เปอร์เซ็นต์ในเวิลด์ คัพ 2022 รอบคัดเลือก

และตั้งแต่ปีใหม่ลิเวอร์พูลจะได้ประโยชน์จากการเล่นที่หลากหลายของมินามิโนะตามความเห็นของคล็อปป์ และเจ้าของเสื้อเบอร์ 18 คนใหม่กล่าวว่า “เป้าหมายของผมคือคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก และแชมเปียนส์ลีก ตั้งแต่ตอนนี้ผมจะพยายามเพื่อโอกาสในการเล่นซึ่งผมจะช่วยเหลือทีมชุดนี้อย่างเต็มที่”

“หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ประกาศปิดดีลคว้าตัว ทาคูมิ มินามิโนะ แนวรุกชาวญี่ปุ่นจาก เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก ด้วยค่าฉีกสัญญาเพียง 7.25 ล้านปอนด์ (ราว 287 ล้านบาท) และเตรียมย้ายเข้ามาเป็นสมาชิกในถิ่นแอนฟิลด์ทันทีในวันที่ 1 มกราคมนี้

มินามิโนะ เป็นใครมาจากไหน มีดีอะไรถึงฟอร์มเข้าตาเจ้ายุโรป 6 สมัย จนเตรียมกลายเป็นแข้งเอเชียแท้ๆ และชาวญี่ปุ่นคนแรกที่ได้ลงเล่นชุดใหญ่ของหงส์แดง มารู้จักเขาไปพร้อมกันได้ที่นี่

ประวัติเบื้องต้น
ชื่อ : ทาคูมิ มินามิโนะ
เกิด : 16 มกราคม 1995 (24 ปี) ที่โอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น
ตำแหน่ง : มิดฟิลด์ตัวรุก, ปีกขวา
หมายเลขเสื้อ : 18

เส้นทางค้าแข้ง
มินามิโนะ เริ่มต้นชีวิตการเป็นนักฟุตบอลจากตำแหน่งกองหน้า โดยเป็นนักเตะเยาวชนของ เซเรโซ่ โอซาก้า สโมสรในเจลีก ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างปี 2007-2012 ก่อนได้เดบิวต์กับทีมชุดใหญ่ในปี 2012 ในวัยเพียง 17 ปี รวมทำ 17 ประตูกับ 9 แอสซิสต์จาก 85 นัดระหว่างปี 2012-2015 โดยเคยเล่นเคียงข้างกับ ดีเอโก้ ฟอร์ลัน อดีตนักเตะดังชาวอุรุกวัยที่สโมสรนี้ แต่น่าเสียดายที่ซีซั่นดังกล่าว 2014-15 สโมสรจบฤดูกาลด้วยการตกชั้น

จากนั้น มินามิโนะ ย้ายมาอยู่กับซัลซ์บวร์ก ทีมดังออสเตรีย ในวันที่ 7 มกราคม 2015 ด้วยค่าตัว 720,000 ปอนด์ (28.4 ล้านบาท) และท 64 ประตูกับ 44 แอสซิสต์จากทั้งหมด 199 นัดในทุกรายการจวบจนปัจจุบัน รวมคว้าแชมป์ลีกสูงสุดออสเตรีย 5 สมัย และลีกคัพอีก 4 สมัย

นับตั้งแต่ฤดูกาล 2015-16 เป็นต้นมา มินามิโนะ ยิงประตูเป็นเลข 2 หลักมาตลอด โดยซีซั่น 2015-16 ยิง 13 ประตู 6 แอสซิสต์, 2016-17 ทำ 14 ประตู 4 แอสซิสต์, 2017-18 ยิง 11 ประตู 10 แอสซิสต์และ 2018-19 ซัด 14 ประตู 10 แอสซิสต์ ในขณะที่ซีซั่นปัจจุบัน 2019-20 มินามิโนะทำไปแล้ว 9 ประตูกับ 11 แอสซิสต์จาก 22 นัด ครบเครื่องทั้งยิงทั้งจ่ายแบบสุดสุด

ทีมชาติญี่ปุ่น
มินามิโนะ ติดทีมชาติญี่ปุ่นตั้งแต่ชุด ยู-17, ยู-21, ยู-23 และเดบิวต์ชุดใหญ่ของ “ซามูไรบลูส์” ในเกมเสมออิหร่าน 1-1 เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม ปี 2015 ด้วยวัย 20 ปี 8 เดือน รวมปัจจุบันเล่นให้ทีมชาติญี่ปุ่นชุดใหญ่ 22 นัดทำไป 11 ประตู ซึ่งในจำนวนนี้ยิงได้ถึง 6 ประตูจาก 5 เกมล่าสุด

สไตล์การเล่น
มินามิโนะ สามารถเล่นได้ทุกตำแหน่งในแผงมิดฟิลด์ตัวรุก แต่ที่ฉายแววเด่นได้มากที่สุดคือการเล่นเป็นปีก เขาเป็นนักเตะที่มีความเร็ว เปลี่ยนจากเกมรับเป็นเกมรุกได้ดี สร้างโอกาสจบสกอร์เก่ง และยังมีไหวพริบ และพลังงานในตัวเต็มเปี่ยม ขยันวิ่งช่วยเหลือทีมทั้งรับและรุก

มินามิโนะ ลงเล่นศึกยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกซีซั่นนี้ 6 นัดรอบแบ่งกลุ่ม ทำไป 2 ประตูจากการยิงในกรอบเขตโทษ ส่วนอีก 3 แอสซิสต์ที่จ่ายให้เพื่อนสับไกเป็นการจ่ายในกรอบ 1 ครั้ง ริมเส้นฝั่งซ้าย 1 ครั้งและการแทงทะลุจากหน้ากรอบเขตโทษ 1 ครั้ง และยังสร้างโอกาสจบสกอร์ไปถึง 12 ครั้ง เรียกได้ว่าสามารถทำเกมได้จากทุกพื้นที่ของสนามเลยทีเดียว