ทัพกีฬาผู้ลี้ภัย

ทัพกีฬาผู้ลี้ภัย

ทัพกีฬาผู้ลี้ภัย

ทัพกีฬาผู้ลี้ภัย

ทัพกีฬาผู้ลี้ภัย

ทัพกีฬาผู้ลี้ภัย มหกรรมกีฬาโอลิมปิกเกมส์ ถือเป็นกีฬาของมวลมนุษยชาติ ที่ทุกชาติในโลกใบนี้จะได้สิทธิ์เข้าร่วมแข่งขันภายใต้การดูแลของ คณะกรรมการ โอลิมปิกสากล (ไอโอซี) แต่จะมีนักกีฬาอีกกลุ่มหนึ่งที่หมดโอกาสเข้าแข่งขันในนามทีมชาติบ้านเกิด เนื่องจากพวกเขาเป็น “ผู้ลี้ภัย”  “ผู้ลี้ภัย” คือกลุ่มคนที่จากบ้านเกิดเมืองนอนไปอาศัยหลบภัยต่างๆ ที่พวกเขาหนีออกมาไปอยู่ในประเทศอื่น ในกลุ่มนี้ก็จะมีบรรดานักกีฬาอยู่ด้วย สำหรับที่มาของ ทีมนักกีฬาผู้ลี้ภัย (Refugee Olympic Team) เกิดขึ้นเมื่อปี 2012 ที่ประเทศอังกฤษ เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก “ลอนดอน 2012”

เมื่อ กูออร์ มาเรียล นักวิ่งมาราธอน ที่ผ่านรอบคัดเลือกโอลิมปิก จากการวิ่งทำเวลาผ่านเกณฑ์ของโอลิมปิก จนได้เข้าร่วมแข่งขันในนาม นักกีฬาอิสระ เนื่องจาก มาเรียล เป็นผู้ลี้ภัยจากประเทศซูดาน อาศัยอยู่ใน สหรัฐอเมริกา แต่ไม่สามารถลงเล่นในนามทีมชาติสหรัฐฯ ได้เนื่องจากยังไม่ได้รับสัญชาติอเมริกัน อีกทั้ง ซูดาน ในตอนนั้นก็ไม่ได้เป็นสมาชิกของ ไอโอซี

จากกรณีดังกล่าว โทมัส บัค ประธานคณะกรรมการโอลิมปิกสากล เล็งเห็นความสำคัญ และวิกฤตของผู้ลี้ภัยทั่วโลก ที่มีจำนวนนับล้านคนและจะมีจำนวนมากขึ้นทุกปี จึงได้หารือกับ คณะกรรมการไอโอซี และได้ข้อสรุปว่า จะให้มีทีมนักกีฬาผู้ลี้ภัยเกิดขึ้นใน ปี 2015 นับตั้งแต่นั่นมา

สำหรับทีมนักกีฬา ผู้ลี้ภัย ถือว่ามีความพิเศษในวงการกีฬาโลก โดยเป็นสัญลักษณ์แห่งความไร้พรมแดนของโลกกีฬา ซึ่งได้เปิดตัวแข่งขันในกีฬาโอลิมปิกเกมส์ ครั้งแรก เมื่อปี 2016 ที่กรุงริโอ เดอจาเนโร ประเทศบราซิล มีนักกีฬาทั้งสิ้น 19 คน เข้าร่วมแข่งขัน

มาโอลิมปิกเกมส์ ที่ญี่ปุ่น ทีมนักกีฬา ผู้ลี้ภัย จะมีส่วนร่วมอีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้มีจำนวนนักกีฬามากขึ้น เป็นนักกีฬาจำนวน 29 ราย มาจาก 14 ชาติ ผู้ฝึกสอน 20 คน และเจ้าหน้าที่ทีม 15 คน รวมทั้งสิ้น 64 คน ในการแข่งขันชื่อย่อของทีมจะใช้ EOR ที่มาจาก Equipe Olympique des Refugies แปลว่า ทีมนักกีฬาผู้ลี้ภัยโอลิมปิก ในภาษาฝรั่งเศส

ส่วนธงประจำทีมก็จะอยู่ภายใต้ธงโอลิมปิก หาก นักกีฬาคว้าเหรียญรางวัลได้ก็จะชักธงโอลิมปิกขึ้นแทนธงชาติ และถ้าได้เหรียญทอง จะบรรเลงด้วยบทเพลงโอลิมปิกแทน โดยใน พิธีเปิดการแข่งขัน ทีมนักกีฬาผู้ลี้ภัยจะเดินเข้าสู่สนามเป็นลำดับที่ 2 ต่อจาก กรีซ ชาติต้นกำเนิดโอลิมปิก ที่จะเดินเข้าสนามเป็นทีมแรกตามธรรมเนียมปฎิบัติ

สำหรับนักกีฬาผู้ลี้ภัย จะคัดเลือก นักกีฬาจากผลงานทางด้านกีฬาตามเกณฑ์ปกติ โดยทุกคนต้องมีสถานะผู้ลี้ภัยที่ผ่านการรับรองจาก สหประชาชาติ (ยูเอ็น) พร้อมกับการพิจารณาเพศ, ภูมิลำเนา, ความเป็นมาของชีวิต และระเบียบวินัยด้านกีฬา โดยทาง ไอโอซี จะมีงบสนันสนุนในการเตรียมทีมและแข่งขัน

ที่ผ่านมา มีนักกีฬาผู้ลี้ภัย ทำผลงานได้โดดเด่น นั่นคือ คิเมีย อลิซาเดห์ ที่คว้าเหรียญทองแดง เทควันโด ในกีฬาโอลิมปิกเกมส์ ปี 2016

โดยเธอเป็นผู้ลี้ภัยอพยพจาก อิหร่าน ไปพนักอาศัยที่ เยอรมนี

นั่นคือเรื่องราวของ อีกหนึ่งทัพนักกีฬาที่เข้าร่วมมหกรรมกีฬาของโลก ส่วนใน “โตเกียว 2020” ครั้งนี้ก็ต้องรอติดตามกันว่า จะมีนักกีฬาผู้ลี้ภัย ทำผลงานได้ดีเพียงใด

มหกรรมกีฬาโอลิมปิกเกมส์ ถือเป็นกีฬาของมวลมนุษยชาติ ที่ทุกชาติในโลกใบนี้จะได้สิทธิ์เข้าร่วมแข่งขันภายใต้การดูแลของ คณะกรรมการโอลิมปิกสากล (ไอโอซี) แต่จะมีนักกีฬาอีกกลุ่มหนึ่งที่หมดโอกาสเข้าแข่งขันในนามทีมชาติบ้านเกิด เนื่องจากพวกเขาเป็น “ผู้ลี้ภัย”  “ผู้ลี้ภัย” คือกลุ่มคนที่จากบ้านเกิดเมืองนอนไปอาศัยหลบภัยต่างๆ ที่พวกเขาหนีออกมาไปอยู่ในประเทศอื่น ในกลุ่มนี้ก็จะมีบรรดานักกีฬาอยู่ด้วย สำหรับที่มาของ ทีมนักกีฬาผู้ลี้ภัย (Refugee Olympic Team) เกิดขึ้นเมื่อปี 2012 ที่ประเทศอังกฤษ เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก “ลอนดอน 2012”

เมื่อ กูออร์ มาเรียล นักวิ่งมาราธอน ที่ผ่านรอบคัดเลือกโอลิมปิก จากการวิ่งทำเวลาผ่านเกณฑ์ของโอลิมปิก จนได้เข้าร่วมแข่งขันในนาม นักกีฬาอิสระ เนื่องจาก มาเรียล เป็นผู้ลี้ภัยจากประเทศซูดาน อาศัยอยู่ใน สหรัฐอเมริกา แต่ไม่สามารถลงเล่นในนามทีมชาติสหรัฐฯ ได้เนื่องจากยังไม่ได้รับสัญชาติอเมริกัน อีกทั้ง ซูดาน ในตอนนั้นก็ไม่ได้เป็นสมาชิกของ ไอโอซี

จากกรณีดังกล่าว โทมัส บัค ประธานคณะกรรมการโอลิมปิกสากล เล็งเห็นความสำคัญ และวิกฤตของผู้ลี้ภัยทั่วโลก ที่มีจำนวนนับล้านคนและจะมีจำนวนมากขึ้นทุกปี จึงได้หารือกับ คณะกรรมการไอโอซี และได้ข้อสรุปว่า จะให้มีทีมนักกีฬาผู้ลี้ภัยเกิดขึ้นใน ปี 2015 นับตั้งแต่นั่นมา

สำหรับทีมนักกีฬา ผู้ลี้ภัย ถือว่ามีความพิเศษในวงการกีฬาโลก โดยเป็นสัญลักษณ์แห่งความไร้พรมแดนของโลกกีฬา ซึ่งได้เปิดตัวแข่งขันในกีฬาโอลิมปิกเกมส์ ครั้งแรก เมื่อปี 2016 ที่กรุงริโอ เดอจาเนโร ประเทศบราซิล มีนักกีฬาทั้งสิ้น 19 คน เข้าร่วมแข่งขัน

มาโอลิมปิกเกมส์ ที่ญี่ปุ่น ทีมนักกีฬา ผู้ลี้ภัย จะมีส่วนร่วมอีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้มีจำนวนนักกีฬามากขึ้น เป็นนักกีฬาจำนวน 29 ราย มาจาก 14 ชาติ ผู้ฝึกสอน 20 คน และเจ้าหน้าที่ทีม 15 คน รวมทั้งสิ้น 64 คน ในการแข่งขันชื่อย่อของทีมจะใช้ EOR ที่มาจาก Equipe Olympique des Refugies แปลว่า ทีมนักกีฬาผู้ลี้ภัยโอลิมปิก ในภาษาฝรั่งเศส

ส่วนธงประจำทีมก็จะอยู่ภายใต้ธงโอลิมปิก หาก นักกีฬาคว้าเหรียญรางวัลได้ก็จะชักธงโอลิมปิกขึ้นแทนธงชาติ และถ้าได้เหรียญทอง จะบรรเลงด้วยบทเพลงโอลิมปิกแทน โดยในพิธีเปิดการแข่งขัน ทีมนักกีฬาผู้ลี้ภัยจะเดินเข้าสู่สนามเป็นลำดับที่ 2 ต่อจาก กรีซ ชาติต้นกำเนิดโอลิมปิก ที่จะเดินเข้าสนามเป็นทีมแรกตามธรรมเนียมปฎิบัติ

สำหรับนักกีฬาผู้ลี้ภัย จะคัดเลือก นักกีฬาจากผลงานทางด้านกีฬาตามเกณฑ์ปกติ โดยทุกคนต้องมีสถานะผู้ลี้ภัยที่ผ่านการรับรองจาก สหประชาชาติ (ยูเอ็น) พร้อมกับการพิจารณาเพศ, ภูมิลำเนา, ความเป็นมาของชีวิต และระเบียบวินัยด้านกีฬา โดยทาง ไอโอซี จะมีงบสนันสนุนในการเตรียมทีมและแข่งขัน

ที่ผ่านมา มีนักกีฬาผู้ลี้ภัย ทำผลงานได้โดดเด่น นั่นคือ คิเมีย อลิซาเดห์ ที่คว้าเหรียญทองแดง เทควันโด ในกีฬาโอลิมปิกเกมส์ ปี 2016 โดยเธอเป็นผู้ลี้ภัยอพยพจาก อิหร่าน ไปพนักอาศัยที่ เยอรมนี

นั่นคือเรื่องราวของ อีกหนึ่งทัพนักกีฬาที่เข้าร่วมมหกรรมกีฬาของโลก ส่วนใน “โตเกียว 2020” ครั้งนี้ก็ต้องรอติดตามกันว่า จะมีนักกีฬาผู้ลี้ภัย ทำผลงานได้ดีเพียงใด

 

 

About the Author

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

You may also like these

PowerFul By Rufeo