ต่างกันอย่างไร มวยไทย & มวยสากล

มวยไทย & มวยสากล ต่างกันอย่างไร

ต่างกันอย่างไร มวยไทย & มวยสากล

มวยไทย & มวยสากล ต่างกันอย่างไร

ต่างกันอย่างไร มวยไทย & มวยสากล

 

มวย เป็นกีฬาประเภทหนึ่งที่ต้องมีทักษะการต่อสู้ โดยใช้ทุกส่วนของ ร่างกาย แต่มวยที่เรารู้จักกันนั้น มีอยู่ 2 ชนิดด้วยกัน คือ มวยไทย และ มวยสากล เป็นกีฬามวยเหมือนกัน แต่จะมีความต่างกันอย่างไรบ้าง

หลายคนคงมีความสงสัย ว่ามวยไทย และมวยสากล ที่รู้จักกันในบ้านเรานั้น มีการเล่น หรือกฎกติกาที่แตกต่างกันอย่างไรบ้าง วันนี้เราเลยมาเทียบความแตกต่างกันให้ดูเลยค่ะ

มวยไทย ( MuayThai ) เป็นศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัว ( Martial Art ) และเป็นกีฬา ( Sport ) ประจำชาติ เป็นเอกลักษณ์ของชาติไทย ตั้งแต่สมัยโบราณมาจนถึงในยุคปัจจุบัน เมื่อสมัยก่อนมีการฝึกฝน การต่อสู้ด้วยมือเปล่า เพื่อรบกับประเทศเพื่อนบ้าน เป็นการรบระยะประชิดตัว คนไทยจึงได้ฝึกหัดการ เตะ ถีบคู่ต่อสู้ เพื่อให้เกิดการได้เปรียบ

กีฬามวยไทย เป็นกีฬาที่สามารถใช้ได้ทุกส่วนของอวัยวะของร่างกาย ในการ ต่อสู้ ด้วยมือเปล่า จนได้รับการยอมรับว่าเป็น การต่อสู้ ที่ผสมผสานของศาสตร์ และศิลป์ได้อย่างสวยงาม ในปัจจุบันได้รับการยอมรับไปทั่วโลก มวยไทยเป็นทั้งศิลปะการต่อสู้เพื่อป้องกันตนเอง ( Self defense ) และเป็นกีฬาสมัครเล่นหรืออาชีพ ( Amateur or professional )

กติกาการแข่งขันมวยไทย
กีฬามวยไทย สามารถใช้ได้ทุกส่วนของอวัยวะของร่างกาย และถือว่าอันตรายมาก ๆ ในปัจจุบัน นักมวย ต้องสวมนวมขนาด 4 ออนซ์ สวมกางเกงขาสั้นสวมกระจับ สวมปลอกรัดเท้าหรือไม่ก็ได้ มวยไทยจะชกด้วยกันทั้งหมด 5 ยก โดยจะขึ้นชก 3 นาที พัก 2 นาที การแข่งขันมีกรรมการผู้ชี้ขาดบนเวที 1 คน กรรมการในการให้คะแนนข้างเวทีอีก 2 คน ให้คะแนนยกละ 10 คะแนน การแข่งจะแบ่งเป็นรุ่นตามน้ำหนัก

ความแตกต่างของมวยไทยและสากล

แม้ว่ากีฬามวยของทั้งไทยและสากลจะมีลักษณะที่คล้ายคลึงกัน มีการปล่อยหมัดและกติกาที่แทบจะเหมือนกันทั้งหมด แต่ก็มีความแตกต่างที่สามารถเห็นได้ชัดอยู่หลายจุดด้วยกัน ดังนี้

1.การขึ้นชกมวยไทยจะใช้เวลาในการชกเพียงแค่ 5 ยกเท่านั้นและจะชกเพียงแค่เวลา 3 นาที พัก 2 นาทีต่อยก แต่สำหรับมวยสากลจะชกโดยรวมที่ 12 ยก แต่ละยกจะอยู่ที่ 3 นาที และพัก 2 นาทีเช่นกัน ดังนั้นแบบสากลจึงต้องใช้พละกำลังที่มากกว่า

2.มวยไทยจะมีท่าทางหรือที่เรียกว่า “แม่ไม้มวยไทย” ที่หัวใจหลักเป็นทั้งหมัด, ศอก, เข่า และหน้าแข้ง สามารถยกขาเพื่อเตะหรือกันคู่ต่อสู้ได้ แต่ในขณะเดียวกันมวยสากลจะใช้ได้เพียงแค่หมัดเท่านั้น จะออกอาวุธแบบแม่ไม้ของมวยไทยไม่ได้ แต่จะใช้วิธีการโยกหลบหรือหลอกล่อคู่ต่อสู้ได้

3.การครบยกเร็วของมวยไทย ทำให้ต้องใช้ความคิดและการวางแผนที่รวดเร็วเพื่อแก้เกมให้ได้ทันเวลา แต่สำหรับการต่อยแบบสากลจะมีถึง 12 ยก จึงมีเวลาในการวางแผนได้นานกว่า

4.การชกมวยของไทยในบางเวทีใช้เป็นเพียงแค่การมัดเชือกไว้ที่มือทั้งสองข้าง ส่วนที่หน้าแข้งจะมีการพันผ้าอีกเล็กน้อย สำหรับการชกในภาคเหนือจะถูกเรียกว่ามวยคาดเชือกที่จะนำเชือกมาพันมือไว้แทนนวม แต่สำหรับสากลแล้วจะต้องใช้เป็นนวมเท่านั้น

 

การให้คะแนน
– ฝ่ายใดใช้ หมัด เท้า เข่า ศอก ถูกต้องตามกติกา กระทำคู่ต่อสู้ได้หนักหน่วง บอบช้ำ และรุกมากกว่าเป็นผู้ชนะ
– นักมวย ฝ่ายใด มีชั้นเชิงมวยไทย ในการ รุก รับ หลบ ตอบโต้ ได้ดีกว่าเป็นผู้ชนะ

การฟาวล์
– หากผู้เล่นทำฟาวล์ ( foul ) ต้องตัดคะแนนตามที่ผู้ชี้ขาดสั่งให้ตัดคะแนน
– ถ้าผู้ตัดสินเห็นการฟาล์วอย่างชัดเจน แต่ผู้ชี้ขาดไม่เห็น ผู้ตัดสินสามารถตัดคะแนนตามความเหมาะ พร้อมระว่าทำฟาวล์ด้วยเหตุผลใด

มวยสากล ( Boxing ) หรือที่เรียกในยุคแรกว่า “มวยฝรั่ง” เป็นศิลปะการต่อสู้ที่มีมาแต่โบราณ สู้กันด้วยหมัดทั้ง 2 ข้าง โดยเป็นการต่อสู้ ด้วยมือเปล่าของทหารในสนามรบ และกลายเป็นเกมกีฬาในการแข่งขันโอลิมปิกยุคโบราณ ไม่จำกัดน้ำหนัก ไม่สวมที่ป้องกันตัว ใช้เพียงหมด ไม่มีกฎกติกามากนัก แต่นักมวยต้องถอดเสื้อผ้าออกให้หมดทั้งตัว ในปี 2236 เจมส์ ฟิกซ์ ( James Figg ) ผู้ชนะการแข่งขัน จนได้รับให้เป็น ” บิดาแห่งมวยสากล ” ได้กำหนดกฎกติกาขึ้นมา จนมีคนอื่น ๆ ที่ชนะการแข่งขัน แล้วสร้างนวมตามมา และได้พัฒนามาเป็นเกมกีฬาที่กติกาในปัจจุบัน

 

กติกาการแข่งขันมวยสากล
– จำนวนยกในการแข่งขัน การขึ้นชกจะแบ่งเป็น 12 ยก เวลา 3 นาที หยุดพักระหว่างยก 1 นาที สู้จนครบ 12 ยก แล้วจะรวมคะแนนว่าใครชนะ
– กรรมการ การแข่งขัน มีกรรมการให้คะแนนชี้ขาด 3 คน กรณีกรรมการ 3 คนให้ชนะ 1 เสมอ 2 จะดูผลคะแนน กรรมการที่ให้เสมอ 2 ยกหลังเท่านั้น ( บางหนกรรมการห้ามบนเวทีก็มีสิทธิ์ให้คะแนนด้วย )
– การตัดสิน สามารถน็อคเอาท์ ( Knockout ) คู่ต่อสู้ได้ เมื่อทำให้คู่ต่อสู้ล้มลงกับพื้นเวที หรือยืนพับหมดสติอยู่กับเชือก ไม่สามารถที่จะชกต่อ หรือป้องกันตัวได้อีกภายใน ๑๐ วินาที ระหว่างที่กรรมการนับ จะถือว่าชนะทันที
– การให้คะแนน ยกหนึ่งมี 10 คะแนน เมื่อหมดเวลา 1 ยก กรรมการจะให้คะแนน ผู้ที่ชกดีกว่า 10 คะแนน และให้คะแนนผู้เสียเปรียบลดน้อยลงไปตามลำดับความเสียเปรียบในยกนั้น ถ้าชกพอกันจะให้ 10 คะแนนเท่ากัน
– ฟาวล์ ( foul ) หากกรรมการเตือนนักชกคนใดว่าทำฟาวล์ จะถูกหักคะแนน 1 คะแนน โดยจะให้สัญญาณมือแก่กรรมที่ให้คะแนน

 

ประโยชน์ของกีฬามวย

เมื่อมวยกลายมาเป็นกีฬายอดนิยม ของใครหลายๆ คน ทำให้มีผู้ที่สนใจจะศึกษากีฬาประเภทนี้กันมากขึ้น ดังนั้นลองมา ดูประโยชน์ของกีฬามวยที่มีดังต่อไปนี้

  • ฝึกความคิดที่มีความว่องไวในการแก้เกมและความเคลื่อนไหวที่รวดเร็ว จะต้องดูคู่ต่อสู้ให้ขาดภายใน 1-2 ยก เพื่อแก้เกมให้ได้แล้วกลับมาสู่ชัยชนะอีกครั้ง
  • การฝึกฝนเป็นประจำและสม่ำเสมอ จะช่วยทำให้กล้ามเนื้อทุกส่วนของร่างกายมีความแข็งแรง จึงลดปัญหาเรื่องการบาดเจ็บได้ดี
  • มวยเป็นตัวช่วยสำคัญที่จะทำให้คุณดูแลตัวเองและปกป้องผู้อื่นได้ ไม่ว่าจะเจอสถานการณ์ใดก็ตาม คุณจะแก้ไขสถานการณ์ได้รวดเร็วแน่นอน

สำหรับผู้ที่สนใจกีฬามวยและต้องการจะฝึกฝน เพื่อให้ได้ร่างกายที่แข็งแรง และมีทักษะที่ดี ควรเริ่มฝึกจากผู้ที่มีความชำนาญเฉพาะด้านหรือครูฝึก เพื่อทำให้คุณออกกำลังกายและใช้ทุกส่วนภายในร่างกายอย่างถูกต้อง ลดอาการบาดเจ็บร้ายแรงและไม่ทำร้ายสุขภาพของคุณมากเกินไป พร้อมทำให้คุณมีรูปร่างที่ดูดีและแข็งแรงอยู่เสมอ

About the Author

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

You may also like these

PowerFul By Rufeo