ตะกร้อ ไทย :อัดเจ้าภาพเวียดนาม จ่อทองซีเกมส์สมัยที่ 18

ตะกร้อ ไทย

ตะกร้อ ไทย :การแข่งขัน ตะกร้อ ทีมชุดชาย ทีมชาติไทย ลงสนามนัดที่ 2 กีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 31 ที่กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม เมื่อวันที่ 14 พฤษาภคม สามารถเอาชนะ “เจ้าภาพ” เวียดนาม ไปแบบไม่ยากเย็น 3-0 ทีม เก็บชัยชนะนัดที่ 2 ในการแข่งขันแบบพบกันหมด 4 ชาติ ตะกร้อไทย, มาเลเซีย, เวียดนาม และกัมพูชา ทีมใดทำผลงานได้ดีที่สุดคว้าเหรียญทองไปครองทันที หลังจากนัดแรกทีมตะกร้อหนุ่มไทย

ประเดิมสนามสุดหรูเอาชนะ “เสือเหลือง” มาเลเซีย 3-0 ทีม โอกาสในการคว้าเหรียญทองสมัยที่ 18 ค่อนข้างเปิดกว้างนั้น ล่าสุดทีมฟาดลูกพลาสติกไทยลงสนามพบกับ “เจ้าภาพ” เวียดนาม ท่ามกลางแฟนกีฬาเวียดนามเข้าชมแน่นสนาม

 

โดยทีม A ไทยส่ง “ยาวปืนใหญ่” สิทธิพงศ์ คำจันทร์ ลงเสิร์ฟ, ภัทรพงศ์ ยุพดี ทำหน้าที่ชง และภูตะวัน โสภา ลงฟาด ปรากฏว่า ทีม A ของไทยเอาชนะเวียดนามสบายๆ 2-0 เซต 21-12, 21-7

ทีม B ไทย ส่ง พรเทพ ถิ่นบางบน ลงเสิร์ฟ ส่วนตัวชงเป็นหน้าที่ของ ยศวัจน์ อุทัยเจริญศรี และ “ปุ้ย” พรชัย เค้าแก้ว ขึ้นฟาด เอาชนะเจ้าถิ่นไปอีก 21-13, 21-8

ทีม C ไทยส่ง กฤษณพงศ์ นนทะโคตร เสิร์ฟ, ราชัน วิพันธ์ ตัวทำ และจิระศักดิ์ ผักบัวเงิน โยน และเอาชนะไปอีก 21-7, 21-9

สรุปทีมตะกร้อไทยเอาชนะ เวียดนาม 3-0 ทีม เก็บชัยชนะนัดที่ 2 ติดต่อกัน

โปรแกรมนัดสุดท้าย ทีมตะกร้อไทยจะพบกับ กัมพูชา ในวันที่ 15 พฤษภาคม เวลา 09.00 น. หากเอาชนะได้ จะคว้าเหรียญทองสมัยที่ 18 ไปครองทันที

 

ประวัติตะกร้อ ประวัติกีฬา ตะกร้อ ไทย

ความเป็นมาของกีฬาตะกร้อ สามารถอ้างอิงได้จากภาพจิตรกรรมฝาผนังที่วัดพระแก้ว กรุงเทพมหานคร ที่สร้างตั้งแต่ปี ค.ศ. 1785 ซึ่งภาพศิลปะเรื่องรามเกียรติ์ มีภาพการเล่นตะกร้อแสดงไว้ให้อนุชนรุ่นหลังได้รับรู้ เป็นภาพหนุมานกำลังเล่นเซปัก ตะกร้อ อยู่ท่ามกลางกองทัพลิง นอกเหนือจากหลักฐานภาพจิตรกรรมดังกล่าว ยังมีบันทึกทางประวัติศาสตร์ที่กล่าวถึงกีฬาชนิดนี้

 

ประวัติ ตะกร้อ ไทย

มีบันทึกมาตั้งแต่ช่วงปี พ.ศ. 2133 – ปัจจุบัน โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • พ.ศ. 2133-2149 (ค.ศ. 1590-1606) ในยุคของ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ที่ประเทศไทย เดิมชื่อ ประเทศสยาม มี สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ และมีกรุงศรีอยุธยาเป็นเมืองหลวง คนไทยหรือคนสยาม มีการเริ่มเล่นตะกร้อที่ทำด้วย หวาย ซึ่งเป็นการเล่น ตะกร้อวง
  • พ.ศ. 2199-2231 (ค.ศ. 1656-1688) มีหลักฐานพอจะอ้างอิงได้ว่า ในสมัย สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ในยุคสมัย กรุงศรีอยุธยา เป็นเมืองหลวง มีคณะสอนศาสนาชาว ฝรั่งเศส มาพำนักในกรุงศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2205 มีการสร้างวัดนักบุญยอเซฟ นิกายโรมันคาทอริก ซึ่งมีบันทึกของ บาทหลวง เดรียง โลเนย์ ว่าชาวสยามชอบเล่นตะกร้อกันมาก
  • พ.ศ. 2315 (ค.ศ. 1771) เป็นช่วงหมดยุค กรุงศรีอยุธยา ซึ่งเป็นตอนต้นแห่งยุคสมัย กรุงธนบุรี เป็นเมืองหลวง ได้มีชาวฝรั่งเศสชื่อ นายฟรังซัว อังรี ตุระแปง ได้บันทึกในหนังสือชื่อ HISTOIRE DU ROYAUME DE SIAM พิมพ์ที่ กรุงปารีส ระบุว่า ชาวสยามชอบเล่นตะกร้อในยามว่างเพื่อออกกำลังกาย
  • พ.ศ. 2395 (ค.ศ. 1850) ในยุค กรุงรัตนโกสินทร์ หรือ กรุงเทพมหานคร เป็นเมืองหลวง ยังมีข้ออ้างอิงในหนังสือ ชื่อ NARATIVE OF A FESIDENCE IN SIAM ของชาวอังกฤษชื่อ นายเฟรเดอริค อาร์ เซอร์นีล ระบุว่ามีการเล่นตะกร้อในประเทศสยาม

การเล่นตะกร้อ ของคนไทยหรือคนสยาม มีหลักฐานอ้างอิงค่อนข้างจะชัดเจนว่ามีการเล่นกันมานานแล้ว ตั้งแต่ยุคสมัย กรุงศรีอยุธยา เป็น เมืองหลวง พยานหลักฐานสำคัญที่จะยืนยันหรืออ้างอิงได้ดีที่สุด น่าจะเป็นบทกวีในวรรณคดีต่าง ๆ ของแต่ละยุคสมัยที่ร้อยถ้อยความเกี่ยวพันถึงตะกร้อ ไว้ เช่น

  • พ.ศ. 2276-2301 (ค.ศ. 1733-1758) ในยุคสมัย พระเจ้าบรมโกศ ครองกรุงศรีอยุธยา ซึ่งเป็นยุคที่วรรณคดีหรือวัฒนธรรมด้านอักษรศาสตร์เฟื่องฟู ก็มีกวีหลายบทเกี่ยวพันถึงตะกร้อ
  • พ.ศ. 2352-2366 (ค.ศ. 1809-1823) เป็นยุคตอนต้นของ กรุงรัตนโกสินทร์ (กรุงเทพมหานคร) เป็นเมืองหลวง สมัย พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ 2) ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ในพระราชนิพนธ์ร้อยกรองของวรรณคดีเรื่อง อิเหนา และเรื่องสังข์ทอง มีบทความร้อยถ้อยความเกี่ยวพันถึง ตะกร้อ ด้วย
  • พ.ศ. 2366-2394 (ค.ศ. 1823-1851) ในยุคสมัย กรุงรัตนโกสินทร์ เป็นเมืองหลวง สมัย สมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3) ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ ในบทกวีของ สุทรภู่กวีเอกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ได้เขียนบทกวี นิราศเมืองสุพรรณ ในปี พ.ศ. 2384 (ค.ศ. 1841) มีร้อยถ้อยความเกี่ยวพันถึง ตะกร้อ ไว้เช่นกัน

เหตุผลหรือข้ออ้างที่กล่าวมาทั้งหลายทั้งปวง ย่อมถือเป็นพยานหลักฐานไว้ว่า คนสยามหรือคนไทย ได้เล่น ตะกร้อ มาเป็นเวลาช้านานแล้ว

  • พ.ศ. 2468-2477 (ค.ศ. 1925-1934) ในยุคสมัย กรุงรัตนโกสินทร์ เป็นเมืองหลวง สมัย สมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ (รัชกาลที่ 7) ได้มีการปรับปรุงหรือดัดแปลงการเล่นตะกร้อขึ้นหลายรูปแบบ ซึ่งมี ตะกร้อลอดห่วง,  ตะกร้อข้ามตาข่าย,  ตะกร้อชิงธง,  ตะกร้อพลิกแพลง และ การติดตะกร้อตามร่างกาย
  • พ.ศ. 2470 (ค.ศ. 1927) โดย หลวงมงคลแมน ชื่อเดิม นายสังข์ บูรณะศิริ เป็นผู้ริเริ่มวิธีการเล่น ตะกร้อลอดห่วง และเป็นผู้คิดประดิษฐ์ ห่วงชัยตะกร้อ ขึ้นเป็นครั้งแรก ซึ่งเดิมห่วงชัยตะกร้อ เรียงติดกันลงมา มี 3 ห่วง แต่ละห่วงมีความกว้างไม่เท่ากัน กล่าวคือ ห่วงบนเป็นห่วงเล็ก, ห่วงกลางจะกว้างกว่าห่วงบน และห่วงล่างสุดมีความกว้างกว่าทุกห่วง เรียกว่า “ห่วงใหญ่” ต่อมาได้มีการปรับปรุง-เปลี่ยนแปลง รูปทรงของห่วงชัยเป็น “สามเส้าติดกัน” โดยทั้ง 3 ห่วง (สามด้าน) มีความกว้างเท่ากัน ดังที่ใช้ทำการแข่งขันในปัจจุบัน

และท่านสามารถ ติดตามข้อมูล ข่าวสาร ต่าง ๆ  ทั่วมุมโลก ข่าวสด รวดเร็วกว่า อีกทั้ง ข่าวฟุตบอล ตารางการแข่งขัน

ผลบอล และการ วิเคราะห์บอล // ทีเด็ดบอล ไฮไลบอล แทงบอล แทงบอลออนไลน์ และยังมี บาคาร่า รูเล็ต  UFABET

About the Author

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

You may also like these

PowerFul By Rufeo