ดีล เดอ ยอง กับแมนยูไนเต็ดทำไมไม่จบเสียที?

ดีล เดอ ยอง

ดีล เดอ ยอง กับ แมนยูไนเต็ด -ในตลาดซื้อขายซัมเมอร์นี้ ไม่มีดีลไหนที่จะอลวนวุ่นวายมากไปกว่ารัก 3 เส้า ระหว่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, บาร์เซโลน่า และ แฟรงกี้ เดอ ยอง อีกเเล้ว

นับตั้งแต่ เอริค เทน ฮาก เข้ามาเริ่มงานกุนซือ แมนฯ ยูไนเต็ด อย่างเต็มตัว ปฏิบัติการ ดีล เดอ ยอง ก็เริ่มขึ้น และหากนับตั้งแต่วันแรกที่มีข่าวจนถึงวันนี้ นี่ก็ผ่านมาร่วมๆ 3 เดือนแล้ว

ทำไมการซื้อนักเตะคนเดียวมันยากเย็นนัก? เกิดอะไรขึ้นกับดีลนี้? มันช้าที่ตรงไหน? ติดตามได้ที่นี่

3 ปีที่เปลี่ยนแปลง

ย้อนกลับไปในปี 2019 ในวันที่ โจเซป มาเรีย บาร์โตเมว เป็นประธานสโมสรบาร์เซโลน่า ทีมๆนี้ กำลังต้องการกองกลาง คนใหม่เป็นอย่างมาก

เนื่องจากทีมมีการผลัดใบ นักเตะชุด ที่ เคยยิ่งใหญ่เริ่มแก่ตัวลง และบางคนก็ย้ายออก ทำให้ที่สุด เเล้วพวกเขา ก็มาจบ ที่กองกลางที่ว่ากันว่าจ

ะก้าวมาเป็นแข้งแนวหน้าของยุคใหม่ นั่นคือ แฟรงกี้ เดอ ยอง จาก อาหยักซ์ อัมสเตอร์ดัม

 

การซื้อขายในตอนนั้นมีทีมที่สนใจในตัวนักเตะรายนี้ทั้งหมด 3 ทีม จากการเปิดเผยของ ดิ แอธเลติก นอกจาก บาร์ซ่า แล้ว ยังมี เปแอสเช และ

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อยู่ด้วย

 

แน่นอนว่า บาร์เซโลน่า แสดงความต้องการชัดที่สุด บาร์โตเมว ขึ้นเครื่องบินจาก บาร์เซโลน่า ไปยัง อัมสเตอร์ดัม อย่างเร่งด่วน ก่อนที่เขาจะเข้าหารือ

กับบอร์ดบริหารของอาหยักซ์และตัวนักเตะในทันที

 

การเจรจาแบบสายฟ้าแลบครั้งนั้น ทำให้ เดอ ยอง ต้องหยุดกำหนดการเดิม ที่ จะบินไปยังฝรั่งเศสเ พื่อพูดคุยกับฝั่งเปแอสเชอยู่แล้ว

และหลังจากบาร์โตเมวตั้งโต๊ะ เจรจาได้ไม่นาน พวกเขา ก็ได้ข้อตกลงที่ทุกฝ่าย ต่างพึงพอใจ ราคาของ เดอ ยอง ในตอนนั้นอยู่ที่ 75 ล้านยูโร

และมีแอดออนส์เพิ่มให้อีก 11 ล้านยูโร

 

แต่ปัญหามันไม่ได้อยู่ที่เรื่องนั้น ข้อตกลง ต่อจากเรื่องของค่าตัวคือ เรื่องของค่าเหนื่อย บาร์โตเมวมอบ ค่าเหนื่อยต่อปีให้กับ เดอ ยอง อยู่ที่ปีละ 14 ล้านยูโร

ทั้งๆที่ความจริง บาร์เซโลน่า คือทีมที่มี “ซาลารี แคป (Salary Cap)” หรือ “ขีดจำกัดด้านค่าจ้าง” เกินกว่าที่กำหนดไปแล้ว

 

เราจะอธิบายเรื่อง ซาลารี แคป กันอีกสักหน่อย ว่าง่ายๆคือ ตามกฎของฟุตบอลลีก สูงสุด ในประเทศสเปน แต่ ละสโมสรจะถูกจำกัดเงินเพื่อใช้ซื้อ

นักเตะ และจ่ายค่าเหนื่อยตามแต่ รายได้และรายจ่าย ของสโมสรในปีนั้นๆ เพื่อป้องกันการล้มละลายจากการใช้เงินเกินตัว

 

สำหรับตัวเลขของแต่ละสโมสร จะ ถูกคำนวณโดยที มวิเคราะห์ของลาลีกา ที่ จะประเมินทุกอย่าง ทั้งรายรับ รายจ่าย มูลค่าของนัก ฟุตบอล ฯลฯ

จนออกมา เป็นจำนวนเงินที่ สโมสรจะใช้จ่าย เกี่ยวกับนักฟุตบอลได้ หรือ Squad Cost Limit ซึ่งจะประกาศให้ ทุกสโมสรได้รู้ในวันที่ 31 กรกฎาคมของทุกปี

ซึ่ง บาร์ซ่า ในยุค บาร์โตเมว กลายเป็นทีม ที่ขาดทุนยับเยินในเรื่องนี้ จากข้อมูลของ Goal แจ้งว่า บาร์ซ่า ขาดทุนถึง 416 ล้านปอนด์

(สโมสรประกาศเมื่อ 2021)

 

โอเค เรื่องนี้มันอาจ จะไม่เกี่ยวกับ เดอ ยอง นักหาก ย้อนกลับไปในช่วง 3 ปีที่เเล้ว แต่สิ่งเหล่า นี้ค่อยๆส่งผลหลัง จากที่เขากลายเป็นส มาชิกบาร์เซโลน่า

เต็มตัว นักเตะแต่ละ คนเริ่มทยอยย้าย ออกเพราะสโมสร ต้องการประคองเรื่องส มดุลรายรับรายจ่าย โดยเฉพาะเรื่อง ค่าเหนื่อยที่จ่ายเกินกำหนด

นักเตะอย่าง

 

หลุยส์ ซัวเรซ, อองตวน กรีซมันน์ หรือแม้กระทั่งไอคอน ของสโมสรอย่าง ลิโอเนล เมสซี่ ก็ไม่มีข้อยกเว้น พวกเขา ต้องย้ายออกเพื่อความอยู่รอดของทีม

ขณะที่คนที่ยังอยู่และเป็นผลผลิตของทีมอย่าง เซร์คิโอ บุสเก็ตส์, เคราร์ด ปีเก้, เซร์กี้ โรแบร์โต้ และ จอร์ดี้ อัลบา ก็ต้องโดน ขอให้ลดค่าเหนื่อยลงอย่างน้อย 60% เนื่องจากบอร์ดบริหารมองว่าค่าเหนื่อยของซีเนียร์เหล่านี้มากเกินจำเป็น

 

และ หลังจากไล่เช็คบิลไปทีละคนทีละคน ก็ได้เวลาที่ แฟรงกี้ เดอ ยอง จะต้องกลายเป็นคนต่อไปที่จะต้องมาเคลียร์กันเรื่องค่าเหนื่อยเพื่อช่วยให้ทีม

สามารถเดินต่อไปได้ ซึ่ง นั่นก็เป็นช่วงเวลา ที่สอดคล้องกับวันที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ยุค เทน ฮาก เข้ามามีชื่อพัวพันกับ เดอ ยอง พอดิบพอดี

 

บาร์ซ่า ซ่อมเพื่ออนาคต vs แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่อยากเสียเหลี่ยม

ดีล เดอ ยอง กับแมนยูไนเต็ด

ฤดูกาลที่เเล้ว บาร์เซโลน่า จ่ายค่าเหนื่อยให้นักเตะของพวกเขาปีละ 560 ล้านยูโร โดยในฤดูกาล 2022-23 นี้ พวกเขาต้องการลดตัวเลขดังกล่าวลงอีก

จึงเริ่มทำการปล่อย ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ให้ แอสตัน วิลล่า, ปล่อย เคลมองต์ ล็องเลต์ ให้ สเปอร์ส ยืมและรับผิดชอบค่าเหนื่อยทั้งหมด เช่นเดียวกันกับการ

 

ลดค่าเหนื่อยของ เซร์กี้ โรเเบร์โต้ ลงอีก 60% แต่นั่น ก็ ยังไม่มากพอ จนต้องมาเจอ กับสมบัติชิ้นสุด ท้ายที่พวกเขาสามารถ ขายได้ในราคางามในทีมชุดนี้

นั่นคือ แฟรงกี้ เดอ ยอง

 

การตกลงสัญญากับ เดอ ยอง ที่ปี 14 ล้านยูโรนั้นหนักหน่วงเอาเรื่อง เพราะมันยังไม่จบแค่นั้น .. มีการเปิดเผยรายละเอียดจากสื่ออย่าง มาร์ก้า ว่า

เดอ ยอง มีสัญญากับบาร์ซ่าถึงปี 2026 ถ้าเขาอยู่กับบาร์ซ่าจน ครบสัญญาเขาจะได้โบนั สความภักดีรวมกับค่าจ้างทั้ งหมดเป็นเงิน 88.7 ล้านยูโร

และทุกๆปี

 

เขาจะได้ค่าจ้างเพิ่มขึ้นอีกราวๆ 5-10% เช่น หากเขาเล่ นให้กับบาร์ซ่าในซีซั่น 2022-23 ที่จะถึง นี้ ค่าเหนื่อยของเขา จะอยู่ที่ 18 ล้านยูโรต่อปี อีกทั้ง

ยังจะได้ค่าภักดี (Loyalty Bonus) อีก 2.88 ล้านยูโร และถ้าเขาอยู่กั บทีมต่อไปใ นซีซั่น 2023-24 ค่าจ้างและค่าภักดีของเขาจะเพิ่มขึ้นเป็นรวม

ทั้งหมด 28 ล้านยูโรต่อปี

 

ทั้งหมดนี้มันสวนทางกับสิ่งที่บาร์เซโลน่าต้องการ พวกเขาต้องการล ดค่าเหนื่อย แต่ออปชั่นที่ตกลงสัญญา กับ เดอ ยอง เมื่อ 3 ปีก่อนทำให้ค่า

เหนื่อยของกองกลางชาวดัตช์มีแต่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้น การปล่อย เดอ ยอง ออกไป ถือเป็นหนึ่งในภารกิจที่บาร์เซโลน่าต้องทำ เพราะนอกจากเรื่อง

 

ของเงินที่จะได้จากการขาย เดอ ยอง และการลดภาระค่ าเหนื่อยแล้ว ยังมีการประเมินว่ าทีมตอนนี้ไม่ได้มีจุดอ่ อนที่กองกลางอีกเเล้ว พว กเขามีนักเตะ

รุ่นใหม่ที่ทำหน้าที่ได้ ดีแถมยังเป็นลู กหม้อของทีมอย่าง กาบี, นิโค กอนซาเลซ รวมถึง เปดรี้ ขณะที่ผู้มาให ม่ก็ยังมีเพิ่มมาอีกคือ ฟรองค์ เคสซิเยร์

ที่ดึงตัวมาฟรีๆ

 

โจน ลาปอร์ต้า บอร์ดบริหา รของทีมคนปัจจุบันตั้งใจอย่า งมากที่จะชุบชีวิตบา ร์เซโลน่าให้กลับมาเป็นทีมที่ แกร่งทั้งในสนามและด้านตัวเลขทางการ

เงินอีกครั้ง แหล่งข่าวทุก แหล่งทั้งในอังกฤษและสเ ปนต่างรายงานตรงกันหมดว่า บาร์เซโลน่า กับ แมนฯ ยูไนเต็ด นั้นพูดคุยดีล เดอ ยอง

กันมาตั้งแต่ก่อนจะเข้าเดือนมิถุนายนด้วยซ้ำ แต่ก็ยังตกลงกันเรื่องราคาไม่ได้จริงๆเสียที

 

และท่านสามารถ ติดตามข้อมูล ข่าวสาร ต่าง ๆ  ทั่วมุมโลก ข่าวสด รวดเร็วกว่า อีกทั้ง ข่าวฟุตบอล ตารางการแข่งขัน  ข่าวกีฬาอัปเดต

ผลบอล และการ วิเคราะห์บอล // ทีเด็ดบอล ไฮไลบอล แทงบอล แทงบอลออนไลน์ และยังมี บาคาร่า รูเล็ต  UFABET

About the Author

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

You may also like these

PowerFul By Rufeo