ซีเอ็ม พังค์ : นักมวยปล้ำหัวขบถที่โดนระบบบริษัททำร้ายจนหมดไฟ

ซีเอ็ม พังค์

ซีเอ็ม พังค์ คือหนึ่งในนักมวยปล้ำที่ได้รับความนิยมมากที่สุดจากแฟนมวยปล้ำรุ่นใหม่ เขาคือตัวแทนของนักมวยปล้ำนอกกรอบที่ไม่ต้องการอยู่ในข้อจำกัดเดิม ๆ จนมีคนให้ใจกับความเท่ของเขาเป็นจำนวนมาก

แต่ชีวิตของ ซีเอ็ม พังค์ ไม่เคยสวยหรู เขาต้องเจอบทเรียนในชีวิตจริงจากการทำงานหลายครั้ง ที่สอนให้เขาได้รู้ว่าคนที่ทำงานได้ดีที่สุด สร้างประโยชน์ให้สมาคมมวยปล้ำมากที่สุด อาจไม่ใช่คนที่ได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่าก็ได้

จากดาวโรจน์แห่งค่ายนอกกระแส สู่สตาร์เบอร์ 1 ของโลกมวยปล้ำ จนถึงวันที่เขาหมดไฟไม่เหลือความรักให้มวยปล้ำ และกลับมาได้อีกครั้ง นี่คือเรื่องราวชีวิตของซีเอ็ม พังค์ ที่มนุษย์ทุกคนสามารถถอดบทเรียนให้เห็นความจริงที่ทั้งดีและเลวร้ายของโลกมนุษย์ – ข่าวกีฬาอัปเดต

จุดเริ่มต้นของ ซีเอ็ม พังค์

ก่อนจะก้าวมาเป็นนักมวยปล้ำระดับโลก ซีเอ็ม พังค์ ในฐานะคนธรรมดาที่ชื่อ ฟิล บรูค ไม่ได้มีชีวิตที่สวยหรูนัก เพราะคุณพ่อของเขาเป็นคนติดเหล้า ขณะที่คุณแม่ก็ป่วยด้วยปัญหาสุขภาพจิต สิ่งเหล่านี้ทำให้ชีวิตของ ฟิล บรูค เหินห่างจากครอบครัวมาตั้งแต่ยังเด็ก จนทำให้เขาต้องหาความชอบในเส้นทางอื่นเพื่อมาเยียวยาจิตใจของตัวเอง

มีอยู่สองสิ่งที่ ฟิล บรูค ชอบมากจนเรียกได้ว่าคลั่งไคล้นั่นคือ ดนตรีพังค์ และ มวยปล้ำ ซึ่งสำหรับสายกีฬาบรูคก็ชื่นชอบมาก ๆ จนถึงขั้นตั้งสมาคมมวยปล้ำหลังบ้านของเขาขึ้นมาเองเพื่อเล่นกับพี่น้องและเพื่อนแถวบ้าน ภายใต้ชื่อ Lunatic Wrestling Federation

จนกระทั่งในปี 1999 ด้วยวัย 21 ปี ฟิล บรูค ขึ้นปล้ำมวยปล้ำอาชีพเป็นครั้งแรกในชื่อที่เราคุ้นเคยกันดีอย่าง ซีเอ็มพังค์ เขาอำลาบ้านเกิดในเมืองชิคาโก เดินทางไปปล้ำทั่วสหรัฐอเมริกาเพื่อทำความฝันเดียวของเขาให้เป็นจริง นั่นคือการเป็นนักมวยปล้ำที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในโลก

 

ในช่วงเวลาที่  พังค์ เริ่มเป็นนักมวยปล้ำใหม่ ๆ ชีวิตของเขาไม่ง่ายเลย เพราะเจ้าตัวเริ่มในยุคที่แฟนมวยปล้ำอเมริกาสนใจแค่สมาคมมวยปล้ำยักษ์ใหญ่ อย่าง WWF (WWE ในปัจจุบัน) และ WCW เท่านั้น ขณะที่พังค์ซึ่งได้รับโอกาสปล้ำแค่กับค่ายมวยปล้ำท้องถิ่น เขาจึงแทบไม่มีชื่อเสียงใด ๆ เป็นเวลานานหลายปี

แต่คนมีฝีมือสักวันต้องมีคนเห็นคุณค่า หลังจากปล้ำอยู่กับสมาคมเล็ก ๆ มาหลายปี ซีเอ็มพังค์ ได้รับโอกาสสำคัญให้มาปล้ำกับสมาคมหน้าใหม่ไฟแรงในปี 2002 อย่าง Ring of Honor หรือ ROH ค่ายมวยปล้ำที่รวมนักมวยปล้ำอนาคตไกล ซึ่งในเวลาต่อมากลายเป็นสุดยอดนักสู้ระดับโลกไม่ว่าจะเป็น ไบรอัน แดเนียลสัน, เอเจ สไตล์ส, ซามัว โจ และ ซีเอ็มพังค์

ROH กลายเป็นครูที่สอนให้พังค์ได้พัฒนาในฐานะนักมวยปล้ำ เขาสร้างตัวตนแรกบนเวที ซึ่งได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วด้วยคาแร็กเตอร์ “นักมวยปล้ำที่ไม่ดื่มเหล้าเบียร์ และไม่เล่นยา” ด้วยการเอาชีวิตจริงของเขาที่มีไลฟ์สไตล์แบบ straight edge ไม่ดื่มแอลกอฮอลล์และไม่ยุ่งกับยาเสพติดตามปมในวัยเด็กที่เขาฝังใจจากการมีพ่อเป็นคนติดเหล้า

ถึงคาแร็กเตอร์ของพังค์จะดูเป็นคนดีศรีสังคม แต่บนเวทีมวยปล้ำเขากลับสร้างชื่อในฐานะฝ่ายอธรรมสุดแสบ เพราะในช่วงเวลานั้น เหล้า เบียร์ และยาเสพติด คือของคู่กันกับหลังฉากในมวยปล้ำ คาแร็กเตอร์ของพังค์จึงกลายเป็นพวกต่อต้านวัฒนธรรมของนักมวยปล้ำที่เที่ยวด่ากราดนักสู้คนอื่นไปทั่ว

ซีเอ็ม พังค์ พัฒนาสกิลการพูดออกไมค์ได้อย่างรวดเร็ว ภายในระยะเวลาอันสั้นเขากลายเป็นนักพูดที่แฟนมวยปล้ำทุกคนต้องตั้งใจฟัง แต่สิ่งที่ทำให้เขาโด่งดังกับ ROH ไม่ใช่แค่การพูดหรือคาแร็กเตอร์ที่โดดเด่นแต่เป็นฝีมือการปล้ำที่ยอดเยี่ยม

 

พังค์ปล้ำได้แทบจะทุกแนวในช่วงยุคแรกของอาชีพ เขาเก่งกาจอย่างมากกับการปล้ำสายเทคนิค ใช้ท่าการต่อสู้ที่อยู่บนพื้นเป็นหลัก แต่ขณะเดียวกันก็มีความรวดเร็ว คล่องแคล่ว ว่องไว จนสามารถนำท่ามวยปล้ำสายบินมาประยุกต์ใช้ได้ รวมถึงใช้ท่าสไตร์คในรูปแบบต่าง ๆ ได้ดีเช่นกัน

นอกจากนี้ ซีเอ็มพังค์ ยังมีจุดเด่นในการปล้ำแมตช์สไตล์ฮาร์ดคอร์ เพราะเขาทุ่มร่างกายไปกับแมตช์เหล่านี้อย่างเต็มที่ ยอมเจ็บตัว ไม่กลัวร่างกายพัง จนทำให้เขาได้รับความเคารพมากจากแฟนมวยปล้ำและเพื่อนร่วมงาน

พังค์ใช้เวลาไม่นานประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว ในฐานะแชมป์โลกแท็กทีมของ ROH ก่อนจะโด่งดังแบบสุดขีดด้วยการเปิดศึกกับ ซามัว โจ ซึ่งทำให้โชว์ของ ROH มียอดขายมากที่สุดในประวัติศาสตร์ (ในปี 2005) รวมถึงแมตช์ที่ปล้ำเสมอกับโจ 60 นาทีเต็ม ยังได้รับเกรด 5 ดาวจาก เดฟ เมลเซอร์ กูรูมวยปล้ำชื่อดัง ซึ่งเป็นแมตช์แรกของฝั่งอเมริกาในรอบ 7 ปีที่ได้รับรางวัล 5 ดาว

ซีรีส์ที่พังค์ปล้ำกับโจเป็นผลงานที่โดดเด่นมากพอจนทำให้ชื่อของเขาได้รับความสนใจจาก WWE ก่อนจะตัดสินใจเซ็นสัญญากับ WWE ในเดือนมิถุนายนปี 2005

แต่ก่อนจะเข้าสมาคมใหญ่ พังค์ขอต่อรองกับ WWE ขอทำในสิ่งที่เขายังไม่ได้ทำกับ ROH นั่นคือการคว้าแชมป์โลก ROH ให้ได้ก่อน

เพียงแค่ 9 วันหลังจากเซ็นสัญญากับ WWE พังค์ คว้าแชมป์โลก ROH มาครองได้สำเร็จ พร้อมกับเริ่มต้นสร้างเนื้อเรื่องที่น่าจดจำอีกครั้ง ด้วยคาแร็กเตอร์ “นักมวยปล้ำที่หักหลัง ROH” เพราะทันทีที่เขาได้แชมป์ พังค์ประกาศทันทีว่าเขาจะพาเข็มขัดแชมป์โลก ROH ไปที่ WWE และสมาคมเล็ก ๆ แห่งนี้จะไม่มีเข็มขัดแชมป์โลกไปตลอดกาล

“Summer of Punk” คือชื่อที่ถูกใช้เรียกช่วงเวลาที่ ซีเอ็มพังค์ เป็นแชมป์โลกของ ROH เพราะในตอนนั้นคือช่วงเวลาที่ ROH มีชื่อเสียงโด่งดังมากที่สุดนับตั้งแต่สมาคมเปิดค่ายมา ซีเอ็มพังค์ ได้ทำให้แฟนมวยปล้ำเมนสตรีมเริ่มหันมาสนใจค่ายมวยปล้ำนอกกระแสบ้าง

ท้ายที่สุด พังค์ ถือแชมป์ไม่ถึง 2 เดือนก็เสียแชมป์โลก ROH เพื่ออำลาสมาคมที่ปลุกปั้นเขาจนพร้อมก้าวขึ้นสู่ลีกใหญ่อย่าง WWE อย่างไรก็ตาม “Summer of Punk” ถูกจารึกไว้ว่าเป็นเนื้อเรื่องของสมาคมมวยปล้ำนอกกระแสที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดมาจนถึงปัจจุบัน

13 สิงหาคม 2005 ซีเอ็ม พังค์ อำลา ROH และกีฬามวยปล้ำที่เขารัก เพื่อเข้าสู่โลกแห่งสปอร์ตเอนเตอร์เทนเมนต์ อย่าง WWE สถานที่ซึ่งเปลี่ยนชีวิตเขาไปตลอดกาล

ชีวิตขึ้นลงใน WWE

ไม่สำคัญว่า ซีเอ็มพังค์ จะโด่งดังแค่ไหนสมัยปล้ำอยู่กับสมาคมอินดี้ แต่พอเข้ามาอยู่ลีกใหญ่กับ WWE คือคนละโลก เพราะพังค์ต้องเสียเวลาเกือบ 1 ปีไปกับการปล้ำในค่ายพัฒนาทักษะของ WWE อย่าง Ohio Valley Wrestling หรือ OVW ที่คนดูน้อยกว่า ROH เสียอีก

แถมพอได้ขึ้นค่ายใหญ่อย่าง WWE  พังค์ ก็ไม่ได้อยู่โชว์หลัก ทั้ง Raw และ Smackdown แต่ต้องมาเริ่มต้นกับโชว์เล็กนอกสายตา นั่นคือ ECW

และท่านสามารถ ติดตามข้อมูล ข่าวสาร ต่าง ๆ  ทั่วมุมโลก ข่าวสด รวดเร็วกว่า อีกทั้ง ข่าวฟุตบอล ตารางการแข่งขัน  ข่าวกีฬาอัปเดต

ผลบอล และการ วิเคราะห์บอล // ทีเด็ดบอล ไฮไลบอล แทงบอล แทงบอลออนไลน์ และยังมี บาคาร่า รูเล็ต  UFABET

About the Author

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

You may also like these

PowerFul By Rufeo