ซน ฮึงมิน

ซน ฮึงมิน

ซน ฮึงมิน

ซน ฮึงมิน

ซน ฮึงมิน

ประวัติ Son Heung-min ( ซน ฮึง-มิน ) เกิดวันที่ 8 กรกฎาคม ค.ศ. 1992 นักฟุตบอลสัญชาติเกาหลีใต้ ความสูง 1.83 เมตร หรือ 6 ฟุต ตำแหน่งปี ปัจจุบันเล่นให้กับสโมสรท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ เป็นสโมสรชื่อดังในศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษ สวมเสื้อหมายเลข 7

ซน ฮึง-มิน เริ่มต้นด้วยการเข้าสู่วงการฟุตบอลเยาวชนครั้งแรกร่วมกับสโมสร เอฟซีโซล ในปี 2008 และย้ายสโมสรช่วงปี 2008-2010 ร่วมกับสโมสร ฮัมบัวร์เกอร์ เอ็สเฟา เป็นสโมสรในประเทศเยอรมนี หลังจากนั้นสองปีต่อมาได้ย้ายขึ้นมาร่วมค้าแข้งในระดับสโมสรอาชีพครั้งแรกในปี 2013 ร่วมกับ ฮัมบัวร์เกอร์ เอ็สเฟา ต่อมาในปี 2013-2015 ได้ย้ายสโมสรมาเล่นให้กับ ไบเออร์ 04 เลเวอร์คูเซิน ต่อมาในปี 2015 ได้ย้ายลีกมาค้าแข้งในประเทศอังกฤษในศึกพรีเมียร์ลีกร่วมเล่นให้กับสโมสร ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ แลนสโมสรปัจจุบันที่อยู่ร่วมเล่นให้ในตอนนี้

เขาคือนักเตะชาวเอเชียที่ยิงประตูในศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษมากที่สุด (64 ประตู) โดยยิงได้ไม่น้อยกว่า 10 ประตูมานานถึง 5 ฤดูกาลติดต่อกัน ขณะที่รายการระดับ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ก็เคยแบก สเปอร์ส ผ่านเข้าชิงมาแล้ว

ในสมัยอดีต ทวีปเอเชียอาจมีนักเตะอย่าง ชา บุม-กุน, ฮิเดโตชิ นากาตะ, อาลี ดาอี, พาร์ค ชี-ซอง, เคซึเกะ ฮอนดะ หรือ ชินจิ คากาวะ ที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูงได้ในการไปค้าแข้งที่ยุโรป

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Son Heung-minมีเกรดฝีเท้าพอๆ กับผู้เล่นระดับโลก มีสภาพร่างกายสำหรับการเล่นฟุตบอลระดับสูงเหนือกว่าผู้เล่นชาวเอเชียด้วยกันอย่างชัดเจน ก็คือการเริ่มเส้นทางค้าแข้งในยุโรป ตั้งแต่ยังเป็นนักเตะเยาวชน

ซน ไม่เคยค้าแข้งในทวีปเอเชียมาก่อน เขาเก็บข้าวของบินข้ามครึ่งโลกเพื่อไปเริ่มต้นเส้นทางนักเตะอาชีพที่ประเทศเยอรมนี ตั้งแต่อายุเพียง 16 ปีเท่านั้น

แต่จุดเริ่มต้นของระดับฝีเท้าที่ทำให้ ซน เหนือกว่าคนอื่นๆ เกิดขึ้นตั้งแต่สมัยยังเป็นเด็กวัยกระเตาะ เมื่อได้ฝึกปรือทักษะลูกหนังจาก ซน อุง-จอง คุณพ่อบังเกิดเกล้าที่เคยเป็นนักเตะอาชีพ แต่ต้องแขวนสตั๊ดตั้งแต่อายุเพียง 28 ปี ด้วยปัญหาอาการบาดเจ็บ

ซน อุง-จอง มีลูกชาย 2 คน คนโตชื่อ Son Heung-min เกิดในปี 1989 ขณะที่ Son Heung-min คือคนสุดท้อง โดยลืมตาดูโลกเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 1992

ซูเปอร์สตาร์คนดังแห่งทีมไก่เดือยทองเคยเผยว่า เขาถูกจับให้เริ่มเล่นกับลูกฟุตบอลตั้งแต่เดินได้ เพราะคุณพ่ออย่าง ซน อุง-จอง มีความมุ่งมั่นสูงมาก ที่จะทำให้ลูกชายประสบความสำเร็จสูงสุดในเส้นทางนักเตะ ซึ่งเป็นสิ่งที่ตัวเองไปไม่ถึงฝั่งฝัน

ตอนที่ ซน ฮึง-มิน อายุแค่ 10 ขวบ เขาและพี่ชายถูกคุณพ่อบังคับให้ฝึกฟุตบอลวันละ 6 ชั่วโมง โดยที่ 4 ชั่วโมงในจำนวนนั้นคือทักษะพื้นฐานอย่างการเดาะบอล ซึ่งคุณพ่อจะทำโทษโดยการหักค่าขนมทุกครั้งที่เห็นลูกบอลตกพื้น

ซน เผยเรื่องเด็ดในวัยเด็กให้ฟังกับ เดอะ การ์เดี้ยน เมื่อเดือนมีนาคม 2019 เอาไว้อีกว่า “ตอนที่ผมอายุ 10-12 ขวบ พ่อเข้ามาเป็นโค้ชให้ทีมของโรงเรียน และเราซ้อมกันด้วยนักเตะ 15-20 คน”

“โปรแกรมการซ้อมสำหรับพวกเรา คือทำให้บอลอยู่ในการครอบครองให้ได้เป็นเวลา 40 นาที เมื่อมีใครทำบอลเสีย คุณพ่อจะไม่พูดอะไรเลย แต่เมื่อผมทำบอลเสีย คุณพ่อจะสั่งให้เราเริ่มซ้อมกันใหม่ตั้งแต่ต้นทันที”

“ทุกคนเข้าใจเพราะว่าผมคือลูกชายของเขา และมันลำบากมาก แต่เมื่อคุณนึกย้อนกลับไปตอนนี้ สิ่งนี้มันคือเรื่องที่ถูกต้อง”

ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดจากพ่อบังเกิดเกล้า ซน ฮึง-มิน ไม่ได้รับอนุญาตให้ลงแข่งเกมฟุตบอลอย่างเป็นทางการจนกว่าจะอายุครบ 14 ปี

เหตุผลเป็นเพราะว่า ซน อุง-จอง เชื่อว่าการเร่งรีบลงแข่งขันเร็วเกินไป จะเป็นการทำลายศักยภาพนักเตะที่มีแววพัฒนา เพราะอาจเสี่ยงเจออาการบาดเจ็บตั้งแต่เด็ก จากการซ้อมแข่งบ่อยๆ และมันจะส่งผลกับสภาพร่างกายในตอนโตได้

ซน อุง-จอง เคยเผยเรื่องนี้กับสื่อแดนโสมขาวเมื่อปี 2018 ว่า “การหมกมุ่นกับชัยชนะตั้งแต่ยังเด็ก จะนำไปสู่การซ้อมที่มากเกินไป และจะทำลายอาชีพของพวกเขา”

“นี่ยังเป็นเหตุผลด้วยว่าทำไมดาวดังระดับทีมชาติอย่าง พาร์ค ชี-ซอง และ กี ซอง-ยอง ถึงมักเจ็บบ่อยๆ ที่บริเวณหัวเข่า”

การที่ไม่มีเกมให้ลงแข่งขันในวัยเด็ก ทำให้ Son Heung-minใช้เวลาไปกับการฝึกเบสิคให้แน่น และดูแลร่างกายให้เจริญเติบโตอย่างถูกต้องแทน

ถึงแม้จะได้ลงแข่งขันฟุตบอลช้ากว่าเด็กเกาหลีในวัยเดียวกัน แต่พรสวรรค์ที่เขามี และทักษะอันแน่นเปรี๊ยะที่ถูกฝึกมาอย่างดีเป็นเวลานาน ทำให้ฝีเท้าของเขาไปเข้าตา ธีส บลีไมสเตอร์ เอเยนต์นักเตะชาวเยอรมัน ที่ต้องการพาเขาไปหาความท้าทายที่เมืองเบียร์

อย่างไรก็ตาม จุดเปลี่ยนของเจ้าตัว คือศึกฟุตบอลโลกรุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี เมื่อปี 2009 ที่ไนจีเรียเป็นเจ้าภาพ

เกาหลีใต้เรียกตัวเขาไปติดทีมด้วย ก่อนจะทะลุเข้าถึงรอบ 8 ทีมสุดท้าย ซึ่ง Son Heung-min แจ้งเกิดได้เต็มๆ จากการซัดในทัวร์นาเมนต์ได้ 3 ประตู

ด้วยผลงานแบบนั้น ทำให้ ฮัมบูร์ก ยื่นสัญญาให้เขาเป็นนักเตะในสังกัดต่อทันทีในเดือนพฤศจิกายน 2009 นั่นทำให้คราวนี้ “โอปป้าซน” กลายเป็นนักเตะอะคาเดมี่ของทีมสิงห์เหนืออย่างเต็มภาคภูมิ ไม่ใช่ในฐานะเด็กฝากจากเกาหลีใต้อีกต่อไป

 Son Heung-min ในวัยทีนเอจ

ใช้เวลาไม่นาน ก็ได้เลื่อนขึ้นไปซ้อมกับทีมชุดใหญ่ของฮัมบูร์กอย่างรวดเร็ว

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในช่วงปรีซีซั่นก่อนเปิดฤดูกาล 2010-11 สโมสรวางแพลนที่จะใช้งานเขาอย่างเต็มตัว จึงส่งลงเล่นในเกมอุ่นเครื่องหลายนัด และมอบสัญญานักเตะอาชีพฉบับแรกให้ Son Heung-min ในวันที่ 8 กรกฎาคม 2010 ซึ่งเป็นวันที่เจ้าตัวอายุครบ 18 ปีพอดี

ดาวรุ่งจากแดนโสมขาวรายนี้ ยิงไปถึง 9 ประตูในช่วงปรีซีซั่นของซัมเมอร์ปี 2010 หนึ่งในนั้นคือประตูชัยในเกมอุ่นเครื่องเปิดบ้านเฉือน เชลซี 2-1 ชื่อของเขาจึงยิ่งถูกจับตามองมากกว่าเดิม

แม้จะต้องพักยาวไปนานกว่า 2 เดือนจากการมีปัญหาบาดเจ็บกระดูกเท้าแตก แต่หลังจากเจ้าตัวคัมแบ็กกลับมาลงเล่นได้อีกครั้ง เขาทำประตูได้ทันที ในการลงสนามเกมระดับอาชีพนัดแรกอย่างเป็นทางการ

วันที่ 30 ตุลาคม 2010 Son Heung-minลงสนามในบุนเดสลีกาเป็นครั้งแรก แถมได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงในตำแหน่งปีกขวาให้ ฮัมบูร์ก ในเกมที่บุกไปเยือน เอฟเซ โคโลญจน์ และใช้เวลาเพียง 24 นาทีในสนาม ซัดประตูแรกของตัวเองได้สำเร็จ

แม้เกมนั้น ฮัมบูร์ก จะแพ้ต่อ โคโลญจน์ 3-2 แต่ในวันนั้น Son Heung-minได้ทำสถิติกลายเป็นนักเตะอายุน้อยที่สุดของฮัมบูร์ก ที่ยิงประตูได้ในบุนเดสลีกา ด้วยวัยเพียง 18 ปี 115 วัน

 

 

 

About the Author

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

You may also like these

PowerFul By Rufeo