ชบาแก้ว สร้างประวัติศาสตร์ฟุตบอลหญิงไทย

ชบาแก้ว สร้างประวัติศาสตร์ฟุตบอลหญิงไทย

ชบาแก้ว สร้างประวัติศาสตร์ฟุตบอลหญิงไทย

ชบาแก้ว สร้างประวัติศาสตร์ฟุตบอลหญิงไทย

ชบาแก้ว สร้างประวัติศาสตร์ฟุตบอลหญิงไทย

“มีความลงตัว” เป็นคำจำกัดความสั้น ๆ ของทีม ” ชบาแก้ว ” ที่นางนวลพรรณ ล่ำซำ หรือ “มาดามแป้ง” ผู้จัดการ ฟุตบอลหญิง ทีมชาติไทยให้ไว้ก่อนที่พวกเธอทั้ง 23 คนจะลงแข่งรอบแบ่งกลุ่มในศึกฟุตบอลหญิงชิงแชมป์โลก 2019 ที่ประเทศฝรั่งเศสในวันที่ 12 มิ.ย.2562

ที่มาของ “ชบาแก้ว”

“ชบาแก้ว” เป็นตัวละครที่เป็นช้างสาวผู้ร่าเริงในแอนิเมชั่นเรื่อง “ก้านกล้วย” ชบาแก้วถูกนำมาเป็นฉายาของฟุตบอลหญิงทีมชาติไทยเพื่อให้คู่กับฉายา “ช้างศึก” ของฟุตบอลชายทีมชาติไทย ซึ่งทั้งสองทีมมีโลโก้เป็นรูปช้าง สัตว์ประจำชาติไทย

ผู้บุกเบิกฟุตบอลหญิงในเอเชีย

ไทยเป็นประเทศแรก ๆ ในเอเชียที่มีทีมฟุตบอลหญิง และเป็นหนึ่งในหกประเทศที่ส่งทีมเข้าแข่งขันในการแข่งขันฟุตบอลหญิงชิงแชมป์เอเชียครั้งที่ 1 เมื่อปี 2518 ครั้งนั้นทีมชาติไทยได้อันดับ 2 โดยแพ้ทีมชาตินิวซีแลนด์ในนัดชิงชนะเลิศ ทีมชาติไทยเคยเป็นแชมป์เอเชีย 1 ครั้งในปี 2526 แต่หลังจากนั้นก็ทำผลงานได้ไม่ดีนัก

ฟุตบอลหญิงทีมชาติไทยกลับมาได้รับความสนใจจากแฟน ๆ อีกครั้งหลังจากที่ นางนวลพรรณ ล่ำซำ นักธุรกิจหญิงผู้มั่งคั่งเข้ามารับหน้าที่ผู้จัดการทีมและสนับสนุนด้านงบประมาณทำทีมบางส่วน

โค้ชหนึ่ง

ดร. หนึ่งฤทัย สระทองเวียน หรือ “โค้ชหนึ่ง” วัย 47 ปี รับหน้าที่โค้ชฟุตบอลหญิงทีมชาติไทยมานานหลายปี และมีบทบาทสำคัญในการพาทีมไทยเข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลโลกสองสมัยติดต่อกัน คือในปี 2015 ที่แคนาดาและ 2019 ที่ฝรั่งเศส โค้ชหนึ่งเป็นอดีตนักฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย นอกจากจะเก่งฟุตบอลแล้ว เธอยังเคยเป็นนักนักกรีฑาและเป็นนักกีฬาฮอกกี้ทีมชาติไทยชุดเจ้าของเหรียญทองซีเกมส์ปี 2538

ดาวเด่น

ผู้เล่นที่ถูกจับตามากเป็นพิเศษในนัดนี้น่าจะเป็น สุชาวดี นิลธำรงค์ หรือ “มิรันด้า” กองหน้าวัย 22 ปี ที่ยิงไปทั้งหมด 12 ประตู จาก 17 เกมที่ลงสนามให้ชบาแก้ว มีโอกาสจะได้ดวลกับเพื่อนร่วมทีมแคลิฟอร์เนีย โกลเด้น แบร์ส อย่าง เดรซี่ เคลฟเวอรี กองกลางทีมชาตินิวซีแลนด์ หากว่าชบาแก้วสามารถผ่านรอบแบ่งกลุ่มเข้าไปยังรอบน็อกเอาท์ได้

มิรันด้ามีคุณพ่อเป็นคนไทยและมีแม่เป็นคนอเมริกัน เป็นผู้เล่นเพียงไม่กี่คนของทีมที่มีรูปร่างใหญ่สูสีกับคู่ต่อสู้

ดาวเด่นอีกสองคน คือ อรทัย ศรีมะณี กองหน้าร่างเล็กวัย 30 ปี และกาญจนา สังข์เงิน วัย 32 ปี

หากอรทัยสามารถยิงประตูได้ในการแข่งขันครั้งนี้ เธอจะกลายเป็นแข้งสาวจากเอเชียคนที่ 12 ที่สามารถยิงประตูในการแข่งขันฟุตบอลโลกหญิงได้ 2 สมัยติดต่อกัน ขณะที่กาญจนา ซึ่งเล่นตำแหน่งกองหน้าเช่นเดียวกัน เป็นนักเตะประสบการณ์สูงและแข็งแกร่งที่น่าจะมีบทบาทโดดเด่นในการแข่งขันครั้งนี้

ชบาแก้วกับฟุตบอลโลกหญิง 2019

ในทีมชุดนี้มีผู้เล่น 15 คน ที่อยู่ในชุดที่เคยลงดวลแข้งกับทีมสาวสหรัฐฯ ในเกมอุ่นเครื่องเมื่อปี 2016 ซึ่งครั้งนั้นทัพชบาแก้วแพ้ไปด้วยสกอร์ 0 ต่อ 9 ประตู

นับตั้งแต่ปี 2009 เป็นต้นมา แข้งสาวไทยเจอกับทีมจากชาติยุโรปและทวีปอเมริกามาแล้ว 10 ครั้ง มีสถิติ ชนะ 2 แพ้ 8 ยิงได้ 9 ประตู เสีย 37 ประตู

ชบาแก้ว ในศึกการแข่งขันฟุตบอลหญิงโอลิมปิก รอบคัดเลือก ที่ประเทศออสเตรเลีย

ผลงานสองนัดแรกของทัพชบาแก้ว นัดแรกพวกเขาแพ้ไต้หวันไปด้วยสกอร์ 0-1 และในนัดต่อมาก็พ่ายให้กับทีมชาติจีนด้วยสกอร์ 1-6 เสียประตูรวมกัน 7 ประตู และยิงได้ 1 ประตูจาก ศิลาวรรณ อินต๊ะมี

การครอบครองบอล

ทีมชบาแก้วภายใต้การคุมทีมของโค้ชก้าง มีสถิติการครองบอลที่ดีขึ้นมาเรื่อยๆ ในทัวร์นาเมนต์นี้ทีมชาติไทยมีเปอร์เซ็นต์การครอบครองบอลเฉลี่ย 53% และมีการส่งบอลเฉลี่ยต่อนัดที่สูงถึง 475 ครั้ง ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงกว่าทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ในทัวร์นาเมนต์ที่ผ่านมาเสียอีก

การโต้กลับ
สถิติในการเล่นโต้กลับของทีมฟุตบอลหญิงไทยก็ค่อนข้างโอเคตามมาตราฐานของฟุตบอลสมัยใหม่ พวกเขามีสถิติการโต้กลับเฉลี่ยถึง 18.5 ครั้ง/เกม ถือเป็นอีกหนึ่งจุดที่ทัพชบาแก้วยังทำได้ดี

การสร้างสรรค์โอกาสยิงประตู
แม้จะครอบครองบอลได้เยอะ แต่ทัพชบาแก้วยังมีจุดที่ต้องปรับปรุงคือการสร้างสรรค์โอกาสยิงประตู ที่พวกเขาสร้างสรรค์ได้เพียง 6.5 ครั้ง/เกม และมีเปอร์เซ็นต์การยิงตรงกรอบที่ 35% เท่านั้น

ลูกกลางอากาศ
ลูกกลางปัญหาของนักฟุตบอลไทยมาอย่างยาวนานไม่ว่าชายหรือหญิง แต่ฟุตบอลชายยังพอแก้ปัญหาได้ด้วยการหาเซ็นเตอร์รูปร่างสูงใหญ่มาทดแทน แต่สำหรับฟุตบอลหญิงนั้นคงยากมาก และทัพชบาแก้วมีเปอร์เซ็นต์การชนะลูกกลางอากาศอยู่ที่ 46.5%
ซึ่งนี่คือสถิติต่างๆทั้งที่ดีและยังต้องปรับปรุงสำหรับทัพชบาแก้ว ก่อนที่จะดวลกับขุนพลมาทิลด้า ทีมชาติออสเตรเลีย แม้ว่าทมชาติไทยจะตกรอบไปแล้วก็ตาม
อย่าลืมส่งแรงเชียร์แรงใจไปให้ทัพชบาแก้ว ในการแข่งขันนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่ม วันที่ 10 กุมภาพันธ์ เวลา 15.30 น. ตามเวลาประเทศไทย ณ สนามแคมเบลล์ทาวน์
โดยการแข่งขันรายการนี้จะนำเอาตัวแทนของทวีปเอเชีย 2 ทีม ผ่านเข้าไปแข่งฟุตบอลหญิงในมหกรรมกีฬาโอลิมปิกเกมส์ 2020 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

สำหรับนักเตะชุดปัจจุบันทั้ง 23 คน อาจเรียกได้ว่าเป็นการผสมผสานระหว่างนักเตะตั๋วเก๋าที่มีประสบการณ์กับผู้เล่นสายเลือดใหม่

อันประกอบไปด้วย ผู้รักษาประตู 1.วราภรณ์ บุญสิงห์ 2.โชติมณี ทองมงคล 3.ญาดา เซ่งย่อง/ กองหลัง 4.พรพิรุณ พิลาวัน 5.กาญจนาพร แสนคุณ 6.สุนิสา สร้างไธสง 7.อมรรัตน์ อุดไชย 8.วารุณี เพ็ชรวิเศษ 9.อิรวดี มาครีส/กองกลาง 10.พิกุล เขื่อนเพ็ชร 11.อรพินท์ แหวนเงิน 12.นิภาวรรณ ปัญโญสุข 13.ศิลาวรรณ อินต๊ะมี 14.พิสมัย สอนไสย์ 15.ชัชวัลย์ รอดทอง 16.พลอยชมพู สมนึก 17.ณัฐวดี ปร่ำนาค/กองหน้า 18.กัญญาณัฐ เชษฐบุตร 19.อุไรพร ยงกุล 20.จารุวรรณ ไชยรักษ์ 21.เสาวลักษ์ เพ็งงาม 22.ธนีกานต์ แดงดา 23.จนิสตา จินันทุยา
แน่นอนว่าทุกคนคาดหวังที่จะผ่านรอบนี้ไปให้ได้ก่อนเป็นอันดับแรก เพื่อสิทธ์เข้าไปเล่นชิงแชมป์เอเชีย รอบสุดท้าย ที่ประเทศอินเดียเป็นเจ้าภาพในปีหน้า ระหว่างวันที่ 20 ม.ค.–6 ก.พ.2565

ซึ่งที่นั่นมีโควตาของฟุตบอลหญิงชิงแชมป์โลก 2023 รออยู่

ในชิงแชมป์เอเชีย รอบสุดท้าย ทีมที่เป็นแชมป์ กลุ่มของรอบคัดเลือกทั้ง 8 ทีม จะต้องแย่งกันทำผลงาน กับอีก 4 ทีมที่ยืนรออยู่ก่อนแล้ว นั่นก็คือ อินเดีย (เจ้าภาพ), ญี่ปุ่น (แชมป์เก่า), ออสเตรเลีย (รองแชมป์เก่า) และจีน (ทีมอันดับ 3 จากครั้งที่แล้ว)

เพื่อคัดเอา 5 ทีม เป็นตัวแทนทวีปเอเชียไป ฟาดแข้งฟุตบอลหญิงชิงแชมป์โลก 2023 ที่ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ เป็นเจ้าภาพ แบบอัตโนมัติ นอกจากนี้ ยังจะมีโควตาอีก 2 ทีมที่ดีที่สุดไปเพลย์ออฟลุ้นโควตา ฟุตบอลโลกเพิ่มกับทีมจากทวีปอื่นด้วย

ถ้าจะว่ากันตามกติกา คงต้องบอกว่า “ชบาแก้ว” มีโอกาสสูงที่จะสร้างประวัติศาสตร์ไปเล่นฟุตบอลโลก ได้อีกครั้ง หลังจากสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ “ฟีฟ่า” มีการเพิ่มทีมในฟุตบอลหญิงชิงแชมป์โลก 2023 เป็น 32 ทีม จากเดิมในอดีตที่มีเพียงแค่ 24 ทีมเท่านั้น

ขณะที่โควตาของทวีปเอเชียจากเดิมที่เคยได้ แค่ 5 ทีม ก็เพิ่มเป็น 5+1+2 ทีม (5 ทีมที่เข้ารอบอัตโนมัติ จากผลงานชิงแชมป์เอเชีย รอบสุดท้าย รวมกับออสเตรเลียในฐานะเจ้าภาพร่วม และยังมีทีม ที่ได้ลุ้นในการเพลย์ออฟอีก 2 ทีม)
ที่สำคัญ “โสมแดง” เกาหลีเหนือ ซึ่งเป็น 1 ใน 5 ทีมที่แข็งแกร่งที่สุดในทวีปเอเชีย ก็ถอนตัว ออกไปแล้วด้วย เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19

นั่นหมายความว่าแข้งสาวของเรามีโอกาสเพิ่มมากขึ้นอีกเป็นกอง

อะไรๆ ก็เป็นใจให้ขนาดนี้แล้ว จะบอกว่าไม่คาดหวังคงไม่ได้

ก็นึกภาพไม่ออกเหมือนกันว่าสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ จะอยู่กันเป็นสุขได้อย่างไร

ถ้าเราไม่ได้ไปฟุตบอลโลกสมัย 3!

About the Author

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

You may also like these

PowerFul By Rufeo